กิจการเพื่อสังคม “Seeds Journey” กิจการเพื่อสังคมของคนรุ่นใหม่กลุ่มชาติพันธุ์ที่เป็นต้นแบบในการนำต้นทุนทางวัฒนธรรมและอาหารมาสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจ หนึ่งในผู้ชนะโครงการ “พลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม” (Banpu Champions for Change: BC4C) ปีที่ 14 เปิดเบื้องหลักที่มาที่ไป โดยได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ร่วมกับสถาบัน ChangeFusion
พลังเปลี่ยนสังคมระดับภูมิภาค
“รัฐพล สุคันธี” ผู้อำนวยการสายอาวุโส สื่อสารองค์กร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แนวคิดหลักของโครงการในปีนี้ภายใต้ธีม “จุดไฟ โตไปพร้อมกัน” มุ่งเน้นพัฒนาและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ผู้ประกอบการเพื่อสังคม (SE) รุ่นใหม่ในไทย สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน บ้านปูไม่ได้เพียงแค่อยากจุดประกายให้คนลุกขึ้นมาทำประโยชน์เพื่อสังคมเท่านั้น แต่ต้องการเป็นแรงขับเคลื่อนให้พวกเขาสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างมั่นคง
ในปีนี้โครงการมีความพิเศษคือการขยายโอกาสไปยังพื้นที่ต่างจังหวัดมากขึ้น โดยมีผู้สมัครกว่า 50 ทีมจากทั่วประเทศ จนคัดเลือกเหลือ 10 ทีมสุดท้ายที่ครอบคลุมทั้งภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ ซึ่งตอบโจทย์ในมิติที่หลากหลายทั้งด้านวัฒนธรรม การท่องเที่ยว สุขภาพ และการศึกษา โดยเน้นเกณฑ์การตัดสินที่ความยั่งยืนของโมเดลธุรกิจ การใช้ข้อมูลสนับสนุน และศักยภาพในการสร้างผลกระทบทางสังคมที่วัดผลได้จริง
ก้าวต่อไป บ้านปู Champion for Change ปีที่ 15
สำหรับทิศทางในอนาคต "รัฐพล" เปิดเผยว่า บ้านปูจะยังคงมุ่งมั่นสร้างเครือข่าย SE Networking ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยเตรียมสรุปรายงานผลลัพธ์ทางสังคมจากการดำเนินโครงการตลอด 14 ปีที่ผ่านมา เป้าหมายหลักคือการทำให้ SE ในชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้และเป็นที่พึ่งให้กับผู้อื่น โดยไม่จำกัดว่าจะเป็นผู้ประกอบการจากกรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัด เพราะทุกคนมีศักยภาพที่เท่าเทียมกันในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง
“เราอยากเห็นคนในชุมชนช่วยเหลือกันเองและสร้างความแข็งแกร่งให้เกิดขึ้นจากภายใน ซึ่ง Seeds Journey ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ธุรกิจที่ยั่งยืนและสังคมที่อยู่รอดสามารถเดินไปพร้อมกันได้จริง”
สะพานเชื่อมคนรุ่นใหม่กลับบ้าน
“กัลยา เชอมื่อ” ผู้ก่อตั้งกิจการเพื่อสังคม Seeds Journey ซึ่งเป็นผู้ชนะเลิศในโครงการปีนี้ ได้ถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางว่า จุดเริ่มต้นมาจากความทรงจำวัยเด็กที่เติบโตมากับคุณย่าคุณยายในชุมชนชาติพันธุ์อาข่า หลังจากมีโอกาสไปเรียนและทำงานสื่อสารมวลชนในเมือง พบว่าความรู้เรื่องภูมิปัญญาอาหารพื้นบ้านกำลังจะเลือนหายไปพร้อมกับผู้เฒ่าผู้แก่
“Seeds Journey จึงถือกำเนิดขึ้นเพื่อเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงอัตลักษณ์อาหารพื้นบ้าน เข้ากับตลาดสมัยใหม่ โดยก่อนเข้าร่วมโครงการบ้านปู กิจการมีลักษณะคล้ายกลุ่มกิจกรรมชุมชนทั่วไปที่รับจัดทริปหรืออีเวนต์เป็นครั้งคราว แต่ขาดระบบบริหารจัดการและการวางแผนทางการเงินที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านการบ่มเพาะจากโครงการ BC4C Seeds Journey สามารถยกระดับการจัดการหลังบ้านจนเห็นการเติบโตที่ก้าวกระโดด”
ภายในระยะเวลาเพียง 3 เดือนในช่วงเข้าร่วมโครงการ รายได้ของ Seeds Journey เติบโตขึ้นจากประมาณ 400,000 บาท เป็นกว่า 800,000 บาท ปัจจุบันกิจการทำงานร่วมกับเกษตรกรในชุมชน 19 ราย และขยายเครือข่ายส่งวัตถุดิบคุณภาพ เช่น สิหมะ พริกควัน ถั่ว งา และปลีกล้วยป่า ให้กับร้านอาหารระดับ Fine Dining และร้านอาหารชื่อดังในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ และเชียงราย นอกจากนี้ยังสามารถจ่ายเงินเดือนให้กับทีมงานหลัก 3 คน และเตรียมขยายเครือข่ายผู้ผลิตเป็น 30 คนใน 4 ชนเผ่าพื้นเมืองภายในปีนี้ คือ อาข่า ปกาเกอะญอ ดาราอ่าง และไทยใหญ่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง: ชนเผ่ารุ่นใหม่ จุดกระแสสมองไหลกลับ ปั้นธุรกิจพากิน-พานอน แบบชาติพันธุ์
เสียงสะท้อนจากชุมชน
ทางด้านพ่อกำนัน “มานพ บุญยืนกุล” จากเผ่าอ่าข่าบ้านป่าเกี๊ยะ ต.ท่าก๊อ อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ได้เล่าถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นว่า ในอดีตเยาวชนในหมู่บ้านเกือบ 100% ต้องทิ้งถิ่นฐานไปทำงานในเมืองเพราะมองไม่เห็นอนาคตในอาชีพเกษตรกรรม แต่เมื่อคนรุ่นใหม่ Seeds Journey เข้ามาสร้างกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและเปิดตลาดอาหารพื้นบ้าน ทำให้คนรุ่นใหม่เริ่มหันกลับมามองเห็นคุณค่าของบ้านเกิด
ปัจจุบัน ชุมชนป่าเกี๊ยะกลายเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มที่สนใจศึกษาเรื่องเมล็ดพันธุ์และวิถีชีวิต รายได้จากการจัดทริปแต่ละครั้งสามารถกระจายสู่ครอบครัวในชุมชนได้ตั้งแต่ 7,000 ถึง 10,000 บาทต่อคน จากการรับส่งนักท่องเที่ยวและการจัดเตรียมอาหาร ที่สำคัญคือชาวบ้านสามารถรักษาวัฒนธรรมดั้งเดิมไว้ได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตเพื่อแลกกับรายได้
วัฒนธรรม เลียนแบบไม่ได้
"สุนิตย์ เชรษฐา" ผู้อำนวยการสถาบัน ChangeFusion กล่าวว่า Seeds Journey คือตัวอย่างที่ชัดเจนของเทรนด์ "Reverse Brain Drain" หรือการที่คนรุ่นใหม่ที่มีทักษะกลับไปพัฒนาบ้านเกิด โดยจุดแข็งที่สำคัญของ SE กลุ่มชาติพันธุ์คือ "ทุนทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ" ซึ่งในทางธุรกิจเรียกว่า Unfair Advantage หรือความได้เปรียบทางการแข่งขันที่หาได้ยากในสังคมเมือง
"Regenerative Tourism หรือการท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้าง ที่ Seeds Journey กำลังทำอยู่ เป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน เพราะไม่ใช่เพียงแค่การนำคนไปเที่ยว แต่เป็นการนำรายได้กลับมาดูแลป่า รักษาต้นน้ำ และสืบสานวัฒนธรรม อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องระวังคือการรุกคืบของกลุ่มทุนใหญ่ที่อาจเข้ามาครอบงำพื้นที่ ดังนั้นการสร้างทีมงานในพื้นที่ให้แข็งแรงเหมือน Seeds Journey จึงเป็นเกราะป้องกันที่สำคัญที่สุด”





