วันอาทิตย์ ที่ 1 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

มจธ. จับมือ Queen Mary แกะกล่อง 3 หลักสูตรวิศวะนานาชาติ 2 ปริญญา ป้อนตลาดไฮเทค

มจธ. ผนึก Queen Mary มหาวิทยาลัยระดับโลกจากอังกฤษ เปิดตัว 3 หลักสูตรวิศวกรรมนานาชาติ 2 ปริญญา พร้อมตั้งศูนย์วิจัยขั้นสูง ชูโมเดล ‘Flying Faculty’ หนุนอธิปไตยทางวิทยาศาสตร์ ตอบโจทย์ตลาดแรงงานไฮเทค

KEY POINTS

  • มจธ. ร่วมมือกับ Queen Mary University of London (QMUL) เตรียมเปิดรับนักศึกษารุ่นแรกปีการศึกษา 2570 ใน 3 สาขาแห่งอนาคต ได้แก่ วิศวกรรมข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ (Data & AI), วิศวกรรมระบบอิเล็กทรอนิกส์และไฟฟ้าอัจฉริยะ (Intelligent Electronic & Electrical System) และวิศวกรรมหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ (Robotics & AI) 
  • นำโมเดล Flying Faculty มาใช้ในไทยเป็นครั้งแรก โดยบินตรงคณาจารย์จาก QMUL มาร่วมสอนกับอาจารย์ มจธ. ในรูปแบบ Research-Led Teaching
  • พร้อมร่วมจัดตั้งศูนย์วิจัย Queen Mary KMUTT International Center for Future Technologies ณ กรุงเทพฯ เพื่อขับเคลื่อนงานวิจัยและการพัฒนานวัตกรรมร่วมกันระยะยาว

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ร่วมกับ Queen Mary University of London (QMUL) มหาวิทยาลัยวิจัยชั้นนำระดับโลกและสมาชิกกลุ่ม Russell Group จากสหราชอาณาจักร ประกาศความร่วมมือทางวิชาการครั้งสำคัญในการเปิดตัว 3 หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) แบบ 2 ปริญญา (Dual Degree 4 ปี) และจัดตั้งศูนย์วิจัย International Center for Future Technologies ณ กรุงเทพมหานคร

โดยได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และบริติช เคานซิล (British Council) ผ่านโครงการทุน UK-Thailand TNE Exploratory Grants 2025 เพื่อมุ่งยกระดับอธิปไตยทางวิทยาศาสตร์ พัฒนาทุนมนุษย์สมรรถนะสูง และตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานเทคโนโลยีทั้งในระดับประเทศและระดับโลก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

เส้นทางเมืองน่าอยู่ ม.พะเยา 'Learning City' พัฒนาคน-สิ่งแวดล้อม-เทคโนโลยี

'เดลต้า' หารือ 'สภาพัฒน์' สะท้อน 4 ปัญหา ฉุดการลงทุนอุตฯ ไฮเทคไทย 

3 หลักสูตรวิศวกรรมอนาคต

การเปิดตัวหลักสูตรวิศวกรรมนานาชาติปริญญาคู่ (Dual Degree) 4 ปี จัดการเรียนการสอนในกรุงเทพฯ เตรียมเปิดรับนักศึกษารุ่นแรกในปีการศึกษา 2570 ครอบคลุม 3 สาขาวิชาสำคัญ ได้แก่

1.วิศวกรรมข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ (Data and Artificial Intelligence Engineering): มุ่งพัฒนาวิศวกรที่มีความเข้าใจครบทั้งวงจร Data-to-Deployment ตั้งแต่การจัดการและวิศวกรรมข้อมูล การพัฒนา AI และ Machine Learning ไปจนถึงการนำระบบไปใช้งานจริง ครอบคลุมเทคโนโลยีสำคัญ เช่น Cloud Computing, Deep Learning, Generative AI และ MLOps พร้อมการเรียนรู้ผ่านโครงงานและประสบการณ์จริง

2.วิศวกรรมระบบอิเล็กทรอนิกส์และไฟฟ้าอัจฉริยะ (Intelligent Electronic and Electrical System Engineering): มุ่งพัฒนาวิศวกรที่สามารถประยุกต์ความรู้ด้านไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ร่วมกับเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เพื่อออกแบบและพัฒนาระบบอัจฉริยะสำหรับโลกอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีแห่งอนาคต

3.วิศวกรรมหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ (Robotics and Artificial Intelligence Engineering): มุ่งพัฒนาวิศวกรที่สามารถบูรณาการหุ่นยนต์ AI และระบบอัจฉริยะ เพื่อพัฒนาระบบอัตโนมัติที่สามารถรับรู้ วิเคราะห์ และตัดสินใจได้ เหมาะกับการต่อยอดสู่อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ และเทคโนโลยีขั้นสูง

มจธ. จับมือ Queen Mary แกะกล่อง 3 หลักสูตรวิศวะนานาชาติ 2 ปริญญา ป้อนตลาดไฮเทค

นำร่องโมเดล ‘Flying Faculty’ 

การเรียนการสอนในหลักสูตรนี้ได้นำโมเดล "Flying Faculty" มาใช้ในประเทศไทยเป็นครั้งแรก โดยคณาจารย์และนักวิจัยจาก QMUL จะเดินทางมาจัดการเรียนการสอนร่วมกับอาจารย์ มจธ.โดยตรง ทำให้นักศึกษาไทยสามารถเข้าถึงการศึกษานานาชาติคุณภาพสูงตามมาตรฐานสหราชอาณาจักรได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศตลอดหลักสูตร

โมเดล Flying Faculty เป็นรูปแบบการจัดการศึกษาข้ามชาติ (TNE) ที่ QMUL เคยประสบความสำเร็จอย่างสูงในประเทศจีน ร่วมกับ Beijing University of Posts and Telecommunications (BUPT) มาตั้งแต่ปี 2004 และเป็นสถาบันนานาชาติแห่งแรกที่ได้รับการรับรองโมเดลนี้จากกระทรวงศึกษาธิการจีน ตลอดระยะเวลา 22 ปีในจีน QMUL ได้ผลิตบัณฑิตออกสู่ตลาดแรงงานโลกแล้วกว่า 13,500 คน จากจำนวนนักศึกษาที่เข้าเรียนกว่า 20,000 คน การนำโมเดลนี้มาใช้ในไทยจึงเป็นการเปิดมิติใหม่ของความร่วมมือระยะยาว 10–20 ปี ที่สร้างบนพื้นฐานของความไว้วางใจ การแบ่งปันองค์ความรู้ และการยกระดับมาตรฐานวิชาการร่วมกัน ทั้งนี้ หลักสูตรเปิดรับทั้งนักศึกษาชาวไทยและต่างชาติ ค่าธรรมเนียมการศึกษาอยู่ที่ 450,000 บาทต่อปีการศึกษา (รวมตลอดหลักสูตร 4 ปี 1,800,000 บาท)

ผนึกจุดแข็งสองสถาบัน ขับเคลื่อนด้วยงานวิจัย

ศ.ดร. คอลิน เบลีย์ (Colin Bailey) อธิการบดีและผู้บริหารสูงสุด คลีนแมรี มหาวิทยาลัยลอนดอน QMUL เปิดเผยว่า มจธ. เป็นพันธมิตรที่มีความพร้อมสูงและได้รับการจัดอันดับให้เป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของประเทศไทยด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม จากการจัดอันดับของ Times Higher Education World University Rankings อีกทั้งยังมีสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (FIBO) ที่มีความเชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติมายาวนานกว่า 30 ปี ขณะที่ QMUL ติดอันดับที่ 32 ของโลกด้านคุณภาพงานวิจัย อันดับที่ 15 ด้านมุมมองนานาชาติ (International Outlook) และอันดับที่ 25 ด้านความร่วมมือทางการวิจัยระดับสากล

ศ.ดร. คอลิน กล่าวเสริมว่า ความร่วมมือในครั้งนี้นับว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญของทั้งสองมหาวิทยาลัย และเป็นจุดเริ่มต้นของโอกาสทางการศึกษาสำหรับนักศึกษาในประเทศไทย โดย Queen Mary มีความเชื่อมั่นว่าการศึกษาที่เป็นเลิศควรมุ่งพัฒนาศักยภาพ ขยายโอกาส และสนับสนุนนักศึกษา เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีให้แก่โลก การนำความเชี่ยวชาญในการวิจัยและประสบการณ์ทางการศึกษาระดับสากลกว่า 20 ปี ของ Queen Mary ผสานเข้ากับความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมศาสตร์ของ มจธ. นับเป็นการสร้างสรรค์ที่ไม่มีสถาบันใดทำได้เพียงลำพัง ความร่วมมือครั้งนี้จึงมีความหมายมากกว่าแค่การมอบใบปริญญา แต่ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่น แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เพื่อพัฒนาและบ่มเพาะวิศวกร นวัตกร และผู้นำรุ่นใหม่ ที่จะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีในอนาคตของประเทศไทยอย่างยั่งยืน

การเรียนการสอนจะเป็นรูปแบบ Research-Led Teaching ที่นำผลงานวิจัยล่าสุดมาถ่ายทอดโดยตรงจากคณาจารย์ที่เป็นผู้แต่งตำราเรียนและผู้นำการวิจัยระดับโลก เพื่อบ่มเพาะวิศวกรให้มีความเชี่ยวชาญทั้งด้านเทคนิค คิดวิเคราะห์ สร้างสรรค์ สื่อสาร และทำงานข้ามวัฒนธรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มจธ. จับมือ Queen Mary แกะกล่อง 3 หลักสูตรวิศวะนานาชาติ 2 ปริญญา ป้อนตลาดไฮเทค

ด้าน รศ.ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดี มจธ. กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง มจธ. และ Queen Mary University of London นับเป็นก้าวสำคัญของการยกระดับการศึกษาในประเทศไทย โดยการนำความแข็งแกร่งของ มจธ. ด้านวิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยประยุกต์ รวมทั้งความใกล้ชิดและเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรม มาผสานเข้ากับความเป็นเลิศทางวิชาการระดับสากลของ Queen Mary นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้รับประสบการณ์ระดับนานาชาติอย่างแท้จริง ณ วิทยาเขตกรุงเทพฯ พร้อมเสริมสร้างองค์ความรู้ ทักษะ และมุมมองระดับสากลที่จำเป็นต่อการเติบโตในสายงานซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อาทิ AI และ Data

รศ.ดร.สุวิทย์ ระบุเพิ่มเติมว่า มจธ. มุ่งมั่นสร้างโอกาสทางการศึกษาใหม่ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักศึกษารับมือกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเป้าหมายของความร่วมมือครั้งนี้ ไม่ได้อยู่เพียงการเปิดตัว 3 หลักสูตร แต่เป็นการต่อยอดสู่ความร่วมมือระยะยาว ทั้งด้านการศึกษา การวิจัย การพัฒนานวัตกรรม และการเชื่อมโยงนักวิชาการ นักวิจัย และภาคอุตสาหกรรม เพื่อเร่งพัฒนาเทคโนโลยีแห่งอนาคตและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยอย่างยั่งยืน

มจธ. จับมือ Queen Mary แกะกล่อง 3 หลักสูตรวิศวะนานาชาติ 2 ปริญญา ป้อนตลาดไฮเทค

จัดตั้งศูนย์วิจัย International Center for Future Technologies 

นอกจากการเปิดตัว 3 หลักสูตรใหม่แล้ว ทั้งสองสถาบันยังได้ร่วมกันจัดตั้ง Queen Mary KMUTT International Center for Future Technologies ขึ้น ณ กรุงเทพมหานคร โดยศูนย์วิจัยแห่งนี้จะทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มระยะยาวในการเชื่อมโยงนักศึกษา คณาจารย์ นักวิจัย และภาคอุตสาหกรรม ระหว่างประเทศไทยและสหราชอาณาจักรเข้าด้วยกัน เพื่อมุ่งเน้นการสร้างสรรค์งานวิจัย การพัฒนานวัตกรรม และการสร้างทุนมนุษย์ที่ตอบสนองต่อความต้องการของเศรษฐกิจและสังคมอนาคตอย่างยั่งยืน

หนุน “อธิปไตยทางวิทยาศาสตร์” ตอบโจทย์ 3 โครงการ

ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ว่า การแข่งขันด้าน AI ต้องพัฒนา 4 เสาหลักไปพร้อมกัน ได้แก่ พลังการคำนวณ (Computing Power), พลังงาน (Energy), ข้อมูล (Data) และผู้มีความสามารถ (Talent)

ความร่วมมือนี้สอดคล้องกับนโยบายสร้าง "อธิปไตยทางวิทยาศาสตร์" (Scientific Sovereignty) ซึ่งหมายถึงความสามารถของประเทศในการเข้าถึง ตรวจสอบ สร้างสรรค์ และประยุกต์ใช้ความรู้สำคัญ เพื่อให้สามารถตัดสินใจเลือกและร่วมมือกับพันธมิตรนานาชาติได้อย่างมั่นใจ โดยเปลี่ยนบทบาทจากเพียงผู้บริโภคเทคโนโลยีไปสู่ผู้สร้างสรรค์นวัตกรรม นอกจากนี้ หลักสูตรและงานวิจัยใหม่จะส่งกำลังสำคัญในการสนับสนุน 3 โครงการเรือธง (Flagship Initiatives) ของกระทรวง อว. ได้แก่:

  1. สยามชิป / สยามไอซี (Siam Chip / Semisiam): การพัฒนาเซมิคอนดักเตอร์ โฟโทนิกส์ เซนเซอร์ และไบโอเซนเซอร์
  2. สยามเมดิคัล (Siam Medica): การแพทย์ สุขภาพ อุปกรณ์ทางการแพทย์ และการรักษาขั้นสูง
  3. สยามเทอร์รา (Siam Terra): อาหารอนาคต ชีววิทยาสังเคราะห์ และเกษตรแม่นยำ

มจธ. จับมือ Queen Mary แกะกล่อง 3 หลักสูตรวิศวะนานาชาติ 2 ปริญญา ป้อนตลาดไฮเทค

บทบาทการสนับสนุนจากกระทรวง อว. และบริติช เคานซิล

ศรันยา สาขากร ผู้ช่วยปลัดกระทรวงการอุดม วิทยาศาตร์วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ย้ำว่า ระดับอุดมศึกษาเป็นเสาหลักสำคัญในความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสหราชอาณาจักร โดยความร่วมมือนี้ก้าวข้ามการแลกเปลี่ยนวิชาการแบบเดิม สู่การพัฒนาทุนมนุษย์และการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ

ด้าน ซาร่าห์ โรเจอร์สัน (Sarah Rogenson) ผู้อำนวยการ บริติช เคานซิล ประเทศไทย กล่าวแสดงความยินดีกับการจัดตั้งศูนย์วิจัยและ 3 หลักสูตรใหม่ พร้อมยืนยันการสนับสนุนผ่านทุน UK-Thailand TNE Exploratory Grants 2025 และชื่นชมกระทรวง อว. ที่ให้ความชัดเจนด้านเกณฑ์ข้อบังคับจนทำให้การศึกษาข้ามชาตินี้เกิดขึ้นได้จริงอย่างยั่งยืน

มจธ. จับมือ Queen Mary แกะกล่อง 3 หลักสูตรวิศวะนานาชาติ 2 ปริญญา ป้อนตลาดไฮเทค

เจาะลึกมุมมองภาคแรงงาน 

ด้านดวงพร พรหมอ่อน กรรมการผู้จัดการ Jodsdb by SEEK ประเทศไทย ให้มุมมองว่า ตลาดแรงงานทั้งในไทยและต่างประเทศยังคงเปิดรับบัณฑิต Gen Z เพื่อสร้างพนักงานรุ่นใหม่ (Talent Pipeline) แก่องค์กร โดยกุญแจสำคัญในการลดช่องว่างระหว่างภาคการศึกษากับการทำงานจริงคือการสะสมประสบการณ์จากการฝึกงาน นอกจากนี้ สายงานวิศวกรรมเทคโนโลยี โดยเฉพาะด้าน Intelligent Electronics และ Semiconductor กำลังเติบโตสูงและเป็นที่ต้องการอย่างมากจากบริษัทข้ามชาติในไทยที่กำลังขยายทีมเทคนิคอย่างต่อเนื่อง

สำหรับประเด็นภาวะเบิร์นเอาท์ (Burnout) ขึ้นอยู่กับมุมมองและความคาดหวังส่วนบุคคลต่อสภาพแวดล้อมการทำงาน โดยองค์กรยุคปัจจุบัน (โดยเฉพาะหลังโควิด-19) ได้จัดให้มีโปรแกรมดูแลทั้ง สุขภาพกาย (Physical Health) และ สุขภาพจิต (Mental Health) ของพนักงานอย่างครอบคลุม

มจธ. จับมือ Queen Mary แกะกล่อง 3 หลักสูตรวิศวะนานาชาติ 2 ปริญญา ป้อนตลาดไฮเทค