'เด่นหล้า'(สาขาเพชรเกษม) รับโลก AI เดินหน้าลงทุน 25 ล้านบาท เปิด "Denla Learning Commons" พลิกโมเดลจากโรงเรียนปฐมวัยที่มีชื่อเสียงด้านการเตรียมสอบ สู่การสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ มุ่งพัฒนา Future Skills ผ่านประสบการณ์จริง
ผศ.ดร.ต่อยศ ปาลเดชพงศ์ กรรมการบริหารกลุ่มโรงเรียนเด่นหล้า และโรงเรียนอนุบาลเด่นหล้า (สาขาเพชรเกษม) กล่าวว่า AI กำลังเปลี่ยนความหมายของการศึกษาอย่างสิ้นเชิง เพราะเมื่อความรู้สามารถค้นหาได้ทันทีผ่านเทคโนโลยี สิ่งที่สร้างความแตกต่างให้มนุษย์จึงไม่ใช่การจดจำข้อมูล แต่เป็นความสามารถในการคิด วิเคราะห์ ตั้งคำถาม สร้างสรรค์ และทำงานร่วมกับผู้อื่นที่ผ่านมา เด่นหล้าได้รับการยอมรับในฐานะโรงเรียนที่มีความเชี่ยวชาญในการเตรียมความพร้อมเด็กเข้าสู่โรงเรียนประถมชั้นนำ
แต่เมื่อโลกเปลี่ยน เราเชื่อว่าความสำเร็จของเด็กไม่ควรถูกวัดเพียงวันที่สอบเข้าได้ หากควรเริ่มต้นตั้งแต่วันที่เด็กค้นพบศักยภาพของตัวเอง มีความสุขกับการเรียนรู้ และมีรากฐานวิธีคิดที่พร้อมเติบโตไปกับโลกอนาคตใน ช่วงปฐมวัยถือเป็น "Golden Period" ของการพัฒนาสมอง เด็กจะเรียนรู้ได้ดีที่สุดผ่านการลงมือทำ การเล่น การตั้งคำถาม และการทดลอง ดังนั้น การสร้างพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้เด็กได้เผชิญประสบการณ์หลากหลายจึงมีความสำคัญไม่แพ้การเรียนในห้องเรียน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
เด่นหล้า กรุ๊ป เปิดตัว ‘Denla Pre College-Thai Plus’กางแผน 2026
เจาะกลยุทธ์ ‘Denla Group’ สร้าง Ecosystem การศึกษา สู่มหาวิทยาลัยโลก
ทั้งนี้การรีโพซิชันนิ่งครั้งนี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของเด่นหล้าจากบทบาท "Feeder School" ไปสู่ "Learning Ecosystem" ในอดีต จุดแข็งของเด่นหล้าคือการสร้างความพร้อมด้านวิชาการเพื่อส่งต่อเด็กเข้าสู่โรงเรียนประถมชั้นนำ แต่วันนี้ยุทธศาสตร์ใหม่มุ่งสร้างรากฐานชีวิต โดยเชื่อว่าการศึกษาในศตวรรษที่ 21 ต้องช่วยให้เด็กค้นพบความสนใจ ความถนัด และสร้างทักษะที่ติดตัวไปตลอดชีวิต มากกว่าการเตรียมสอบเพียงระยะสั้น
แนวคิดดังกล่าวจึงนำไปสู่การพัฒนา Denla Learning Commons ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงอาคารใหม่ แต่เป็น "ระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้" ที่เชื่อมโยงพื้นที่ คุณครู หลักสูตร และกิจกรรมเข้าด้วยกัน เพื่อให้ทุกพื้นที่ของโรงเรียนกลายเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้
พื้นที่ดังกล่าวประกอบด้วย 5 โซนหลัก ได้แก่ Wonder Garden พื้นที่พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ผ่าน LEGO, Minecraft Education และงานศิลปะ, Sound Garden พื้นที่ด้านดนตรีและศิลปะการแสดง, Discovery Garden สำหรับการเรียนรู้ภาษา การสื่อสาร Storytelling และ Speech, Play Zone เมืองจำลองสำหรับการเรียนรู้ผ่านการสวมบทบาทสมมติ อาทิ คาเฟ่ คลินิก สถานีดับเพลิง ซูเปอร์มาร์เก็ต และเวิร์กช็อปงานช่าง รวมถึง Kids Club พื้นที่สำหรับเด็กวัย 6 เดือนถึง 3 ปี ที่เน้นการเรียนรู้ร่วมกับผู้ปกครอง
อย่างไรก็ดี การลงทุนครั้งนี้ยังตั้งอยู่บนผลการศึกษาจาก Denla Early Childhood Insights ซึ่งพบว่าโลกการศึกษาปฐมวัยกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จาก 5 เมกะเทรนด์สำคัญ
ประการแรก โรงเรียนยุคใหม่ต้องเลิกใช้แนวคิด "One-size-fits-all" และออกแบบการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ศักยภาพของเด็กแต่ละคน
ประการที่สอง การเรียนรู้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในห้องเรียน แต่เกิดขึ้นจากทุกประสบการณ์รอบตัว จึงต้องออกแบบ "Learning Environment" ให้เป็นระบบนิเวศที่ส่งเสริมการเรียนรู้
ประการที่สาม เมื่อ AI สามารถค้นหาคำตอบได้ทันที ทักษะที่มีคุณค่าที่สุดคือการคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ การสื่อสาร การทำงานร่วมกับผู้อื่น และความเห็นอกเห็นใจ ซึ่งล้วนต้องได้รับการปลูกฝังผ่านประสบการณ์จริง
ประการที่สี่ Future Skills ต้องเริ่มสร้างตั้งแต่ระดับปฐมวัย ผ่านการเปิดโอกาสให้เด็กได้คิด ทดลอง และเรียนรู้จากความผิดพลาด มากกว่าการเร่งสอนวิชาการ
ประการสุดท้าย การเปิดพื้นที่ให้เด็กได้ลองทำกิจกรรมที่หลากหลายตั้งแต่เล็ก จะช่วยให้ค้นพบความสนใจและศักยภาพของตนเองได้เร็วขึ้น ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ผศ.ดร.ต่อยศ กล่าวว่า สมรภูมิการแข่งขันของธุรกิจการศึกษาปฐมวัยกำลังเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่แข่งขันกันด้วยหลักสูตรและผลสอบ กลายเป็นการแข่งขันด้านคุณภาพของสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่สามารถดึงศักยภาพเฉพาะตัวของเด็กออกมาได้
การลงทุนครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการสร้างอาคารหรือเพิ่มสินทรัพย์ของโรงเรียน แต่เป็นการยกระดับคุณค่าของแบรนด์ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป หากในอดีตความสำเร็จของโรงเรียนวัดจากจำนวนเด็กที่สอบเข้าโรงเรียนชื่อดังได้มากที่สุด วันนี้ความสำเร็จควรถูกวัดจากการที่เด็กมีพื้นฐานการคิดอย่างเป็นระบบ กล้าตั้งคำถาม รู้จักทำงานร่วมกับผู้อื่น และมีความสุขกับการเรียนรู้ ซึ่งเป็นทักษะที่สามารถต่อยอดได้ตลอดชีวิต
สำหรับเด่นหล้า การเปิดตัว Denla Learning Commons จึงไม่ใช่เพียงการเปิดพื้นที่การเรียนรู้แห่งใหม่ แต่เป็นการประกาศทิศทางใหม่ขององค์กรในการก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านการศึกษาปฐมวัยที่ตอบโจทย์โลกอนาคต ผ่านการสร้าง Learning Ecosystem ที่เชื่อว่าการศึกษาที่ดีที่สุด ไม่ใช่การสอนให้เด็ก "รู้มากที่สุด" แต่คือการสร้างพื้นที่ที่ทำให้เด็กแต่ละคนค้นพบศักยภาพของตนเอง และเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพในโลกที่ AI จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


