วันจันทร์ ที่ 6 กรกฎาคม 2569

Login
Login

สทน.เตรียมส่งตัวแทนไทยแข่งขันวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์โอลิมปิกที่ซาอุดิอาระเบีย

การแข่งขันวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ หรือ International Nuclear Science Olympiad (INSO) เป็นการแข่งขันทางวิชาการระดับนานาชาติด้านวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์

เกิดจากการริเริ่มโดย ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ร่วมกับกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก เพื่อสร้างเวทีแข่งขัน International Nuclear Science Olympiad (INSO) ในการส่งเสริมความรู้ด้านนิวเคลียร์และรังสีในทางสันติให้แก่เยาวชน 

ประเทศไทยได้ส่งเยาวชนเข้าร่วมการแข่งขันครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2567 ที่ประเทศฟิลิปปินส์  ครั้งที่สองที่ประเทศมาเลเซีย (พ.ศ. 2568) 

สำหรับการแข่งขันในปี INSO 2026  สถาบันเทคโนโลยินิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. รับเป็นเจ้าภาพหลักฝ่ายประเทศไทย ในการดำเนินการคัดเลือกและเตรียมความพร้อมนักเรียนผู้แทนประเทศไทย

โดยมีผู้แทนที่ได้รับการคัดเลือก จำนวน 4 คน ได้แก่

  • นายธรรมปพน สุขสุธรรมวงศ์ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
  • นายธรรมพิสุทธิ์ เปรมสิงห์ชัยโรงเรียนกำเนิดวิทย์ 
  • นายพีร กุหลาบทิพย์ โรงเรียนกำเนิดวิทย์ 
  • นายเศรษฐวัฒน์ วัฒนาโกศัย โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์  

การแข่งขันปีนี้ ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ระหว่างวันที่ 2 – 9 สิงหาคม 2569 ณ เมืองเจดดาห์ 

รศ.ดร.ธวัชชัย  อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. กล่าวว่า ประเทศไทยเข้าร่วมโอลิมปิกวิชาการมาหลายปีแล้ว  แต่เรื่องของวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์เพิ่งเริ่มต้นเมื่อสองปีที่ผ่านมา

สทน.เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการ ร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่นมูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการและพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษาฯ (สอวน.) สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ในการคัดเลือกตัวแทนประเทศไทย 

ประเทศไทยได้ส่งตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขันตั้งแต่ครั้งแรกที่ประเทศฟิลิปปินส์ และได้รับรางวัล 1 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน  สำหรับการแข่งขันครั้งที่สองจัดขึ้นที่ประเทศมาเลเซีย ตัวแทนประเทศไทยสามารถสร้างชื่อเสียงได้รับรางวัล 3 เหรียญเงิน 

สิ่งเหล่านี้เป็นภาพสะท้อนว่าความรู้ความสามารถ และศักยภาพของเยาวชนไทยทางด้านวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ว่าไม่ด้อยไปกว่าประเทศอื่นๆ

สำหรับการแข่งขันครั้งที่ 3 คาดหวังว่าเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจะทำให้เต็มความสามารถและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยเหมือนที่ผ่านมา  

“ผมขอแสดงความยินดีกับนักเรียนผู้แทนประเทศไทยทั้ง 4 คน ที่ผ่านการคัดเลือกและได้รับโอกาสอันสำคัญในการเป็นตัวแทนประเทศไทย ความสำเร็จในวันนี้สะท้อนถึงความตั้งใจ ความพยายาม และศักยภาพของนักเรียนทุกคน รวมถึงการสนับสนุนจากครอบครัว คณาจารย์ และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย” รศ.ดร.ธวัชชัย กล่าว

วิทยาศาสตร์นิวเคลียร์เป็นสาขาวิชาที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศในหลายด้าน ทั้งการแพทย์ พลังงาน เกษตรกรรม อุตสาหกรรม สิ่งแวดล้อม และการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ อีกทั้งยังเป็นศาสตร์ที่บูรณาการความรู้จากหลายสาขา ได้แก่ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา และคณิตศาสตร์

การเข้าค่ายวิชาการในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ผู้แทนประเทศไทยจะได้เตรียมความพร้อมทางวิชาการอย่างเข้มข้น ฝึกคิด วิเคราะห์ แก้ปัญหา และประยุกต์ใช้ความรู้ในบริบทของการแข่งขันระดับนานาชาติ

ขอให้นักเรียนทุกคนใช้ช่วงเวลานี้อย่างเต็มที่ ตั้งใจเรียนรู้ ซักถาม และพัฒนาศักยภาพของตนเองให้มากที่สุด

ความสำเร็จในวันนี้สะท้อนถึงความตั้งใจ ความพยายาม และศักยภาพของนักเรียนทุกคน รวมถึงการสนับสนุนจากครอบครัว คณาจารย์ และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย

การได้เป็นตัวแทนประเทศไม่ใช่เพียงเกียรติยศส่วนบุคคล แต่เป็นความภาคภูมิใจของครอบครัว โรงเรียน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประเทศไทย ขอให้ทุกคนรักษาความมุ่งมั่น มีวินัย รับผิดชอบต่อหน้าที่ และทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มความสามารถ

ไม่ว่าผลการแข่งขันจะเป็นอย่างไร ประสบการณ์ ความรู้ และมิตรภาพที่ได้รับจากเวทีนานาชาติ จะเป็นสิ่งที่มีคุณค่าและติดตัวทุกคนต่อไปในอนาคต

นาย ธรรมพิสุทธิ์ เปรมสิงห์ชัย จากโรงเรียนกำเนิดวิทย์ กล่าวถึง แรงบันดาลใจที่มาสอบคัดเลือกเพราะมีความสนใจทางด้านฟิสิกส์เป็นพิเศษครับ ก็เลยมาลองสอบนิวเคลียร์ดูครับเผื่อจะได้มาลองอะไรใหม่ๆ ด้วยความที่วิชานิวเคลียร์มันเป็นการต่อยอดพื้นฐานจากวิชาฟิสิกส์ จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจ

นาย เศรษฐวัฒน์ วัฒนาโกศัย จากมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ตอนนี้จบ ม.6 แล้ว กำลังจะเข้าเป็นนิสิตนักศึกษาของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ตอนที่เปิดรับสมัครเข้าโครงการ เป็นช่วงรายต่อระหว่างที่เรียน ม.6 กับช่วงมหาวิทยาลัยพอดี

จึงลองสอบรายการนี้ดู แล้วก็ได้ผู้แทนประเทศ นิวเคลียร์เป็นศาสตร์ที่มีประโยชน์มาก ถ้าเราสามารถควบคุมมันได้  “ฉะนั้นแล้วผมก็หวังว่าในวันนึงประเทศไทย เราจะสามารถมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชิงพาณิชย์ เอามาใช้งานได้สักวันหนึ่งครับ”

นายธรรมปพน สุขสุธรรมวงศ์ จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กล่าวว่า เรื่องของนิวเคลียร์ฟังชื่อดูแล้วอาจจะเป็นเรื่องน่ากลัว หรือน่าเบื่อ  แต่จริงๆ ในระบบของเขา มีระบบรักษาความปลอดภัยอยู่มาก

การมาเข้าค่ายครั้งนี้จะทำให้ได้ความรู้เพิ่มเติม ได้เปิดมุมมองใหม่ๆ จากการไปดูงานในที่ต่างๆ  ที่สำคัญคือการได้ทดสอบความรู้ตัวเอง

นายพีร กุหลาบทิพย์ จากโรงเรียนกำเนิดวิทย์ มีความรู้เรื่องนิวเคลยีร์มาตั้งแต่สมัยเด็ก จากพวกระเบิดอะไรพวกนี้ แต่เรื่องโรงไฟฟ้ามารู้ช่วงเรียน ม.ต้น ปลายๆ  และได้รับความรู้จากการไปทำข้อสอบระดับนานาชาติ

จึงได้ทราบถึงกระบวนการทำงาน มีระบบในการรักษาความปลอดภัยอย่างไรบ้าง เครื่องมืในการตรวจจับรังสี จึงไม่ใช่เรื่องน่ากลัว