คณะนิติศาสตร์ ม. หอการค้าไทย ตั้งเป้าขึ้นแท่นอันดับ 1 ด้านนิติศาสตร์ ม.เอกชนไทย ยกระดับคลินิกกฎหมายสู่ Law Lab ในปี 2570 ปรับหลักสูตรรองรับความต้องการผู้เรียนและภาคธุรกิจ
ผศ. ดร.ประพันธ์พงษ์ ขำอ่อน คณบดีคณะนิติศาสตร์ เปิดเผยว่าในวาระครบรอบ 30 ปี คณะนิติศาสตร์ มุ่งมั่นที่จะเป็นคณะนิติศาสตร์อันดับ 1 ของมหาวิทยาลัยเอกชนไทย ด้วยการปรับหลักสูตรที่ทันสมัย สร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ซึ่งงานครบรอบที่ผ่านมาได้จัดเสวนาวิชาการหัวข้อ “รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ชี้ชะตาอนาคตประเทศไทย”เป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ด้านกฎหมายที่สำคัญของประเทศ โดยมีนักวิชาการเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลาย
สำหรับเป้าหมายการจัดการศึกษา คณะมุ่งมั่นผลิตบัณฑิตที่มีความสามารถในการปฏิบัติงานด้านกฎหมายธุรกิจ สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานทั้งในประเทศและระดับสากล โดยมีคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งส่วนใหญ่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยชั้นนำในต่างประเทศ อาทิ สหรัฐ สหราชอาณาจักรและยังมีเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการที่แข็งแกร่ง ในการผลิตบัณฑิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
หอการค้าไทยเปิดเวที “ถกทิศทางภาษีไทย” โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง 69
เมดพาร์ค 'เปิดห้องปฏิบัติการจีโนมิกส์' รักษามะเร็งแบบมุ่งเป้า
ปรับปรุงหลักสูตร ยกระดับคลินิกกฎหมายสู่ Law Lab
ปีการศึกษา 2568 ได้ปรับปรุงหลักสูตรเพื่อรองรับความต้องการของผู้เรียนและภาคธุรกิจ เน้นการผลิตผลงานวิจัยชั้นสูง (High-Power Research) ระดับนานาชาติ เน้นการศึกษานโยบาย กรอบกฎหมายในการกำกับดูแลกิจการ และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจและสังคมทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ ด้วยการหลอมรวมสรรพวิทยาการ เตรียมพร้อมก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านการศึกษากฎหมายธุรกิจ และคณะนิติศาสตร์อันดับ 1 ของมหาวิทยาลัยเอกชนไทย
ขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับการให้บริการวิชาการในด้านการให้คำปรึกษาและการอบรมให้ความรู้ด้านกฎหมายแก่สังคม โดยการจัดตั้ง คลินิกให้คำปรึกษาปัญหากฎหมายสำหรับประชาชน (UTCC Law Clinic ) รวมถึงการสร้างและพัฒนาความร่วมมือระหว่างภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนวงการกฎหมายไทยให้ก้าวหน้าทัดเทียมนานาชาติ คลินิกกฎหมาย จะให้บริการด้านคำปรึกษากฎหมายให้กับบุคลากรและบุคคลทั่วไป โดยมีอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และเปิดโอกาสให้นักศึกษาเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยให้คำปรึกษา เป็นการใช้ความรู้จากห้องเรียนสู่สนามจริง
รวมทั้งจัดคลินิคเคลื่อนเผยแพร่ความรู้กฎหมายสู่สังคมหรือประชาชนภายนอกที่สนใจ จัดเสวนาวิชาการจากประเด็นที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน และทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องหากมีการฟ้องร้องคดี รูปแบบดังกล่าวเป็นการให้บริการวิชาการแล้วยังเป็นการฝึกให้นักศึกษาเรียนรู้สถานการณ์จริงก่อนเข้าสู่ตลาดงานได้อีกด้วย
ในอนาคตจะยกระดับคลินิกกฎหมายสู่ Law Lab โดยร่วมมือกับภายนอกคณะ เพื่อให้นักศึกษาสามารถประยุกต์ใช้กฎหมายร่วมกับศาสตร์อื่น เช่น การจดทะเบียนบริษัท ผู้สอบบัญชี เป็นต้น โดยใช้ AI เป็นเครื่องมือ โดยตั้งเป้าไว้ว่าการเปลี่ยนจาก UTCC Law Clinic เป็น UTCC Law Lab จะดำเนินการในปี 2570 เพื่อเพิ่มทักษะการให้คำปรึกษากฎหมายของนักศึกษาในแบบที่ใช้ในธุรกิจจริงๆ (Holistic) ไม่ว่าจะเป็นการจดทะเบียนบริษัทที่ต้องผสมระหว่างแง่มุมทางกฎหมายกับบัญชี และการสร้าง Application ในการให้บริการต่างๆ ที่ต้องมีแง่มุมทางเทคโนโลยี
หลักสูตรที่ปรับปรุงล่าสุดตามความต้องการของตลาด อาทิ หลักสูตรปริญญาตรี (นิติศาสตรบัณฑิต) ภาคปกติที่มีกฎหมายยุคใหม่ที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด เช่น กฎหมาย AI และเทคโนโลยี, กฎหมาย PDPA, กฎหมาย ESG (Environmental, Social, and Governance) ตลอดจนมี UTCC Law Clinic เพื่อให้นักศึกษาได้ทดลงการให้คำปรึกษากฎหมายจริง ภายใต้การดูแลของอาจารย์ที่ปรึกษา และร่วมมือกับคณะอื่นๆ ในการเป็น UTCC Law Lab เช่น คณะบัญชี และคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อให้ครอบคลุมมิติของการทำงานจริงที่จะมีด้านบัญชี และเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
หลักสูตรปริญญาตรี e-learning (นิติศาสตรบัณฑิต เรียน on-line เรียนจากที่ไหนก็ได้) รองรับกลุ่มคนทำงานแล้ว ซึ่งจะมีวิชาใหม่ที่เป็นแบบเดียวกันกับหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิตภาคปกติในข้างต้น หลักสูตรปริญญาตรี (นิติศาสตรบัณฑิต สำหรับข้าราชการตำรวจ) เรียนวันเสาร์ อาทิตย์ และ หลักสูตรปริญญาโท (นิติศาสตรมหาบัณฑิต) สำหรับกลุ่มคนทำงานที่ต้องการเรียนรู้กฎหมายธุรกิจดิจิทัล มีกลุ่มวิชาการกำกับดูแล AI และกฎหมายเทคโนโลยี, กฎหมาย PDPA และ Cybercrime เป็นต้น





