ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายของยุค AI และเซมิคอนดักเตอร์ที่ใช้พลังงานมหาศาลและสร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ซึ่งเป็นปัญหาที่อุตสาหกรรมต้องปรับตัวเพื่อความยั่งยืน
KEY POINTS
- ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายของยุค AI และเซมิคอนดักเตอร์ที่ใช้พลังงานมหาศาลและสร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ซึ่งเป็นปัญหาที่อุตสาหกรรมต้องปรับตัวเพื่อความยั่งยืน
- เสนอทางรอดด้วยนวัตกรรมพลังงานสะอาด เช่น การผลิตกรีนไฮโดรเจนจากพลังงานหมุนเวียน และการนำพลังงานความเย็นเหลือทิ้งจาก LNG มาใช้ลดการใช้ไฟฟ้าในกระบวนการผลิต
- แนะแนวทางให้ประเทศไทยเปลี่ยนจาก "ผู้ประกอบ" (Assembler) ไปสู่ "ผู้นำนวัตกรรม" (Innovator) โดยต้องลงทุนในบุคลากร สร้างความร่วมมือ และมีทัศนคติที่มองการเปลี่ยนแปลงเป็นโอกาส
ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเซมิคอนดักเตอร์กลายเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก ความท้าทายครั้งใหญ่ที่ตามมาคือการใช้พลังงานไฟฟ้ามหาศาล และการเพิ่มขึ้นของคาร์บอนฟุตพริ้นท์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คำถามสำคัญที่ภาคอุตสาหกรรมทั่วโลกกำลังเผชิญคือ เราจะเร่งการเติบโตทางเศรษฐกิจไปพร้อมกับการบรรลุเป้าหมายความยั่งยืนได้อย่างไร?
ชุน ซอง ซอว์ ประธานบริษัท Air Products ประเทศจีน ผู้คร่ำหวอดในวงการก๊าซอุตสาหกรรมระดับโลก ได้ร่วมเปิดมุมมองและถอดบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับการรับมือกับ "การเปลี่ยนแปลง" ซึ่งถือเป็นสิ่งเดียวที่เที่ยงแท้ในโลกอุตสาหกรรม ในงาน
จากหลอดไฟ สงครามโลก ถึงยานอวกาศ NASA 140 ปีแห่งการปรับตัว
จุดเริ่มต้นของก๊าซอุตสาหกรรมเคยถูกใช้เพียงเพื่อการจุดหลอดไฟ งานเชื่อม และงานตัดโลหะ ก่อนจะวิวัฒนาการมาสู่ก๊าซออกซิเจนสำหรับการเผาไหม้ ก๊าซไนโตรเจนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมอาหาร
กุญแจสำคัญของ Air Products คือการ “คาดการณ์การเปลี่ยนแปลงและสร้างความยืดหยุ่น (Resilience) ล่วงหน้า”
- ยุคสงครามโลกครั้งที่ 2: Leonard Pool ผู้ก่อตั้ง Air Products ได้คิดค้นนวัตกรรมโมเดลธุรกิจแบบ On-site โดยนำโรงงานผลิตก๊าซไปตั้งในพื้นที่ของลูกค้าโดยตรง เพื่อแก้ปัญหาการขนส่งก๊าซออกซิเจนปริมาณมหาศาลไปยังโรงงานเหล็ก
- ยุคบุกเบิกอวกาศ (ปี 1957): บริษัทได้ก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมอวกาศร่วมกับ NASA โดยเปลี่ยนผ่านจากการใช้ออกซิเจนมาเป็น ไฮโดรเจนเหลว เพื่อใช้เป็นพลังงานส่งยานอวกาศ
ย้อนรอย "มาบตาพุด" ในอดีต บทเรียนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานล่วงหน้า
หนึ่งในเรื่องราวสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ถ่ายทอดคือ ประสบการณ์ในอดีตสมัยที่เขายังเป็นวิศวกรผู้ลงสนามวางระบบท่อก๊าซอุตสาหกรรมในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ประเทศไทย
ในช่วงทศวรรษ 1990 บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด (BIG) ร่วมกับ Air Products ได้มองเห็นอนาคตและตัดสินใจลงทุนวางระบบท่อส่งก๊าซ เข้าไปยังนิคมอุตสาหกรรม พร้อมๆ กับระบบไฟฟ้าและน้ำประปา แม้ในขณะนั้นจะมีโรงงานตั้งอยู่เพียงไม่กี่แห่ง การลงทุนล่วงหน้าซึ่งมีราคาสูงในวันนั้น กลับกลายเป็นรากฐานสำคัญที่สร้างความมั่นคงในห่วงโซ่อุปทาน และสามารถดึงดูดเงินลงทุนตรงจากต่างประเทศ (FDI) เข้าสู่ประเทศไทยอย่างมหาศาลในเวลาต่อมา
ปลดล็อกสมการ AI ซดพลังงาน ด้วย Green Hydrogen และ พลังงานความเย็น LNG
เมื่อโลกเข้าสู่ยุค AI การประมวลผลและการผลิตชิปต้องใช้พลังงานไฟฟ้าสูงมาก ส่งผลให้เกิดการปล่อยคาร์บอนเพิ่มขึ้น ทางออกจึงไม่ใช่การหยุดโต แต่เป็นการสร้างนวัตกรรมพลังงานสะอาดที่ทำงานควบคู่กันไป
โครงการ Green Hydrogen ระดับโลกที่ NEOM (ซาอุดีอาระเบีย): Air Products ร่วมกับพันธมิตรนำพลังงานหมุนเวียนจากแสงแดดและลม มาผ่านกระบวนการแยกน้ำด้วยไฟฟ้า (Electrolysis) ได้เป็น ไฮโดรเจนเขียว (Green Hydrogen) แล้วแปลงเป็น แอมโมเนียเขียว (Green Ammonia) สำหรับขนส่งไปทั่วโลก เพื่อนำไปใช้เป็นพลังงานสะอาดรองรับการเติบโตของศูนย์ข้อมูล AI และลดคาร์บอนอย่างยั่งยืน
นวัตกรรมใช้พลังงานความเย็นจาก LNG ในไทย: ความร่วมมือระหว่าง BIG, Air Products และ PTT ในการนำ "พลังงานความเย็นเหลือทิ้ง" จากกระบวนการเปลี่ยนสถานะก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) กลับมาใช้ในกระบวนการแยกอากาศเพื่อผลิตก๊าซออกซิเจนและไนโตรเจนเหลว ช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าในกระบวนการผลิตได้อย่างมหาศาล เกิดเป็นก๊าซคาร์บอนต่ำ (Low-carbon Gas) ที่ช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยอย่างยั่งยืน
จาก "ผู้ประกอบ" สู่ "ผู้นำนวัตกรรม" โอกาสทองของประเทศไทย
ประเทศไทยมีจุดแข็งสำคัญในการเป็นศูนย์กลางที่เป็นกลาง มีโครงสร้างพื้นฐานนิคมอุตสาหกรรมที่เข้มแข็ง และมีความเชี่ยวชาญด้านการประกอบชิปและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
อย่างไรก็ตาม ก้าวต่อไปของไทยคือการเปลี่ยนผ่านจากเพียงผู้ประกอบ (Assembler) ไปสู่การเป็น ผู้นำนวัตกรรม (Innovator) โดยต้องอาศัย 3 ปัจจัยหลัก
- การลงทุนในคน (People): สร้างสภาพแวดล้อมและวัฒนธรรมที่เปิดกว้างสำหรับความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมใหม่ๆ
- การเสริมสร้างความร่วมมือทุกภาคส่วน (Partnership): ทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม ผู้ให้บริการพลังงาน และลูกค้าตลอดห่วงโซ่อุปทาน
- ทัศนคติมองการเปลี่ยนแปลงเป็นโอกาส: ยึดแนวคิดแบบอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ที่มองว่าในทุกวิกฤติและความเปลี่ยนแปลงย่อมมีโอกาสซ่อนอยู่เสมอ
"การเปลี่ยนแปลงคือสิ่งเดียวที่เที่ยงแท้ ประเทศไทยมีความพร้อมและศักยภาพสูง ขอเพียงแค่วางแผนคาดการณ์ล่วงหน้า ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและบุคลากร ก็พร้อมที่จะเติบโตในฐานะผู้นำนวัตกรรมแห่งอนาคตได้อย่างแน่นอน" ชุน ซอง ซอว์ กล่าว





