ธนาคารโลกชี้วิกฤตแรงงานครั้งใหญ่ในประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งจะมีเยาวชนเข้าสู่ตลาดแรงงาน 1.2 พันล้านคน แต่คาดว่าจะมีตำแหน่งงานรองรับเพียง 400 ล้านตำแหน่ง ปรับยุทธศาสตร์จากการเป็นเพียง "ผู้ให้กู้" สู่การเป็น "ตัวกลางระดมทุน" โดยดึงความร่วมมือจากภาคเอกชนซึ่งเป็นกลไกสร้างงานหลัก (90%) และองค์กรการกุศล
KEY POINTS
- ธนาคารโลกชี้วิกฤตแรงงานครั้งใหญ่ในประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งจะมีเยาวชนเข้าสู่ตลาดแรงงาน 1.2 พันล้านคน แต่คาดว่าจะมีตำแหน่งงานรองรับเพียง 400 ล้านตำแหน่ง
- ปรับยุทธศาสตร์จากการเป็นเพียง "ผู้ให้กู้" สู่การเป็น "ตัวกลางระดมทุน" โดยดึงความร่วมมือจากภาคเอกชนซึ่งเป็นกลไกสร้างงานหลัก (90%) และองค์กรการกุศล
- ดำเนินแผนงานสำคัญหลายด้านเพื่อสร้างงาน เช่น สนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (MSME), ผลักดันแนวคิด "Small AI" ที่เหมาะสมกับประเทศกำลังพัฒนา, และเสนอแนวทางแก้ปัญหาหนี้สิน
กลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) เปิดเผยความท้าทายครั้งสำคัญด้านการพัฒนาระดับโลกในทศวรรษหน้า โดยระบุว่าโลกกำลังเผชิญ “โจทย์ใหญ่ด้านตำแหน่งงานและแหล่งเงินทุน” เมื่อประเมินว่าจะมีเยาวชนในประเทศกำลังพัฒนาทยอยเข้าสู่วัยทำงานสูงถึง 1.2 พันล้านคน แต่คาดว่าจะมีตำแหน่งงานรองรับเพียงราว 400 ล้านตำแหน่งเท่านั้น
โจทย์ใหญ่สร้างโอกาสการทำงาน
เอเจ บังกา ประธานกลุ่มธนาคารโลก เน้นย้ำในงานประชุม 2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings ที่ประเทศไทย ว่า การแก้ปัญหาความยากจนไม่ได้หยุดอยู่แค่การมอบเงินช่วยเหลือ แต่ต้องเน้นการสร้างโอกาสผ่านการทำงาน ท่ามกลางภาวะงบประมาณภาครัฐและเงินช่วยเหลือตึงตัว ธนาคารโลกจึงได้เร่งปรับกลยุทธ์ไม่ว่าจะเป็น การดึงภาคกุศลและเอกชนเสริมทัพ ธนาคารโลกได้ดึงภาคกุศลเข้ามาเป็นพันธมิตร ซึ่งปัจจุบันสนับสนุนเงินช่วยเหลือการพัฒนา (ODA) คิดเป็น 1 ใน 5 หรือราว 1.5–2 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี ควบคู่ไปกับการระดมทุนภาคเอกชน ซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักในการสร้างงานถึง 90% ของโลก
ทั้งนี้ยังมีการปฏิรูปองค์กรครั้งใหญ่ ปรับลดระยะเวลาเตรียมโครงการจาก 19 เดือนเหลือเพียง 9 เดือน พร้อมรวบตัวชี้วัดจาก 153 เหลือ 22 ตัวชี้วัดที่เน้นผลสัมฤทธิ์จริง นอกจากนี้ ยังขยายขีดความสามารถการปล่อยกู้ของ IBRD ได้เพิ่มอีกกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์ในระยะเวลา 10 ปี และปรับโครงสร้างกลไกตรวจสอบความรับผิดชอบให้เป็นองค์กรอิสระที่รายงานตรงต่อคณะกรรมการบริหาร
ยุทธศาสตร์กู้วิกฤติพัฒนาโลก
- สถิติใหม่ระดมทุนเอกชน & อุ้ม MSME: ในปีที่ผ่านมา ธนาคารโลกสามารถระดมทุนภาคเอกชนได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 1.12 แสนล้านดอลลาร์ พร้อมเปิดตัวยุทธศาสตร์สนับสนุนวิสาหกิจขนาดจิ๋ว เล็ก และกลาง (MSME) ใน 5 สาขาหลัก ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐาน เกษตรกรรม อุตสาหกรรมมูลค่าเพิ่ม สุขภาพ และการท่องเที่ยว
- เดินหน้า "Small AI" เจาะประเทศกำลังพัฒนา: สำหรับมิติเทคโนโลยี บังกาเสนอแนวคิด "Small AI" เพื่อแก้ปัญหาข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานสำหรับโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ในประเทศกำลังพัฒนา โดยเน้นแอปพลิเคชันใช้งานจริง เช่น การคัดกรองโรคผิวหนังทางไกลในอินโดนีเซีย หรือการถ่ายภาพวิเคราะห์โรคพืชในอินเดีย
- แก้หนี้สินระบบ & ปรับยุทธศาสตร์พลังงาน: เสนอกรอบแก้ปัญหาหนี้ 3 ปัจจัย ได้แก่ การรักษาเงินทุนสุทธิให้เป็นบวก การสลับหนี้เพื่อการพัฒนา เช่น โกตดิวัวร์ที่ประหยัดงบได้ 350 ล้านยูโรนำไปสร้างโรงเรียน และการเร่งจัดเก็บรายได้ในประเทศ ส่วนด้านพลังงาน ยืนยันมุ่งเน้นพลังงานฐาน เช่น พลังงานน้ำ ธรณีความร้อน นิวเครียร์ และก๊าซธรรมชาติ เสริมด้วยแสงอาทิตย์และลม โดยจะไม่สนับสนุนถ่านหินหรือน้ำมันดิบ
เสียงสะท้อนจากพื้นที่เปราะบางและพันธมิตรการพัฒนา
แอนนา บเยอร์เด กรรมการผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ ระบุถึงการทำงานในพื้นที่เปราะบางและความขัดแย้ง (FCV) ว่า องค์กรภาคประชาสังคม (CSOs) คือพันธมิตรสำคัญในการเข้าถึงชุมชน สำหรับกรณีเมียนมา ธนาคารโลกให้ความช่วยเหลือผ่านองค์กรบุคคลที่สาม เช่น หน่วยงาน UN และ CSOs ผ่านกองทุน Trust Fund และงบ IDA ในโครงการดำรงชีวิตและทุนมนุษย์ โดยไม่ได้มีการหารืออย่างเป็นทางการกับรัฐบาลทหาร พร้อมยืนยันว่าการดูแลสุขภาพจิตและการรับมือภาวะสะเทือนขวัญถือเป็นส่วนสำคัญในงานสาธารณสุขและการศึกษา
มักตาร์ ดียอป กรรมการผู้จัดการ IFC ยกย่องบทบาทขององค์กรอิงศาสนา (Faith-Based Organizations) ในการให้บริการสาธารณะ ซึ่ง IFC พร้อมใช้เงินทุนผสมผสานเพื่อลดความเสี่ยงการลงทุน ร่วมกับการส่งเสริมสินเชื่อ MSME ผ่านฟินเทค และการพัฒนากรอบ "Green & Blue Taxonomy" เพื่อกำหนดมาตรฐานการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจสีน้ำเงิน
ปาสคาล กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านความรู้ นำเสนอกรอบแนวคิด AI ตามรายงาน World Development Report (WDR) ผ่านหลัก "3 A's" (Advance, Adapt, Adopt) โดยแนะให้ประเทศกำลังพัฒนามุ่งเน้นการปรับใช้ (Adapt) และการยอมรับใช้ (Adopt) ให้สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น พร้อมเน้นย้ำเรื่องการฟื้นฟูป่าไม้และทุนธรรมชาติซึ่งปกป้องประชาชนกว่า 345 ล้านคน
การแถลงและทิศทางใหม่ของกลุ่มธนาคารโลกในครั้งนี้ สะท้อนถึง การพลิกบทบาทครั้งสำคัญจากการเป็นเพียง "ผู้ให้กู้" ไปสู่การเป็น "ตัวกลางระดมทุนและนวัตกรรมระดับโลก" เพื่อรับมือกับวิกฤติแรงงานที่กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศกำลังพัฒนา





