IMF เตือน “ไทยและตลาดเกิดใหม่” เร่งสร้างความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ รับมือความเสี่ยงจากความผันผวนตลาดโลก การปรับฐานของกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ หรือ “AI”
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เตือน “ไทยและตลาดเกิดใหม่” เร่งสร้างความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ รับมือความเสี่ยงรอบด้านจากความผันผวนของตลาดโลกและการปรับฐานของกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ หรือ “AI”
ในการแถลงข่าวรายงานเสถียรภาพการเงินโลก Global Financial Stability Report ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ซึ่งมีตัวแทนจาก IMF ทั้ง 3 ท่านได้แก่ อาธานาซิออส แวมวากิดิส (Athanasios Vamvakidis) รองผู้อำนวยการ แผนกตลาดการเงินและเงินตรา, เจสัน วู (Jason Wu) ผู้ช่วยผู้อำนวยการ แผนกตลาดการเงิน และเงินตราและคาโย เฟอร์เรรา (Caio Ferreira) รองหัวหน้าฝ่าย แผนกตลาดการเงินและเงินตรา
3 ความเสี่ยง เสถียรภาพ ‘การเงินโลก’
IMF ประเมินว่า แม้ในขณะนี้ตลาดจะมีความต้องการรับความเสี่ยงที่แข็งแกร่ง ซึ่งได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการที่สูงกว่าคาดและการเติบโตของเทคโนโลยี AI แต่ความแข็งแกร่งนี้ไม่ได้แปลว่าระบบการเงินจะปลอดภัยเสมอไป
โลกมี 3 ความเสี่ยงสำคัญที่อาจกลายเป็นชนวนเหตุให้เกิดความปั่นป่วนในตลาดการเงินได้
การปรับฐานของตลาดที่เกี่ยวข้องกับ AI จากการคาดการณ์ผลกำไรที่สูงมากและการลงทุนมหาศาล รวมถึงการที่ภาคเศรษฐกิจและตลาดการเงินมีการพึ่งพา AI อย่างมาก
ความเสี่ยง ‘บอนด์ยีลด์’ ที่พุ่งสูงขึ้น ถูกขับเคลื่อนจากหลายปัจจัยที่แตกต่างกันไปตามกาลเวลาและบริบทของแต่ละประเทศภัยคุกคามทาง
ภัยคุกคามทางไซเบอร์ ทั้งในส่วนที่ทราบและความเสี่ยงที่ยังไม่ทราบ ซึ่งอาจสร้างความปั่นป่วนต่อบริการทางการเงินและบั่นทอนความเชื่อมั่นโดยรวม
เตือน ‘ไทย-ตลาดเกิดใหม่’ รับมือปรับฐาน
ท่ามกลางกระแส AI บูม “ไทย” เป็นหนึ่งในผู้ส่งออกสินค้าฮาร์ดแวร์ AI รายใหญ่ของโลก ดังนั้นจึงเกิดคำถามว่า หากเกิดการปรับฐานที่เกี่ยวข้องกับ AI จะส่งผลกระทบต่อไทยในด้านใดบ้าง
เจสัน วู ระบุว่า การส่งออกสินค้าฮาร์ดแวร์ AI ของไทยมีส่วนช่วยชดเชยต้นทุนราคาพลังงานที่สูงขึ้น และช่วยสร้างเกินดุลบัญชีเดินสะพัดให้กับไทย ดังนั้น หากเกิดการปรับฐานของ AI ผลกระทบจะไม่จำกัดอยู่เพียงแค่ภาคการส่งออกส่วนนั้นของไทยเท่านั้น
หากสถานการณ์นี้เกิดขึ้นอาจกระทบต่อความเชื่อมั่น ค่าเงินที่อ่อนค่าลง แรงกดดันต่อภาวะเงินทุนไหลออก
IMF เน้นย้ำว่า สำหรับเศรษฐกิจเกิดใหม่รวมถึงประเทศไทย สิ่งสำคัญคือ การสร้างความยืดหยุ่น ก่อนที่แรงกระแทกจะเกิดขึ้นจริง และปล่อยให้อัตราแลกเปลี่ยนทำหน้าที่เป็นกลไกดูดซับแรงกระแทกตามกลไกตลาด
ในภาพรวมระดับโลก นโยบายลำดับแรกควรพุ่งเป้าไปที่การซ่อมแซมและสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบการเงิน การรักษาความเป็นอิสระของธนาคารกลางเพื่อรักษาความน่าเชื่อถือในการยึดโยงอัตราเงินเฟ้อระยะยาว ตลอดจนการเสริมสร้างความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ เพื่อเตรียมรับมือกับความท้าทายรอบด้านที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต





