วันพุธ ที่ 23 กันยายน 2569

Login
Login

ชวนสำรวจแต้มต่อและแรงสนับสนุน เพื่อขับเคลื่อน ESG ให้ตอบโจทย์ธุรกิจ

ในมุมมองของผู้บริหารหรือเจ้าของกิจการ การดำเนินงานด้านความยั่งยืนมักมาพร้อมคำถามว่า นอกจากประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมแล้ว องค์กรจะได้รับประโยชน์ทางธุรกิจอย่างไร โดยเฉพาะเมื่อหลายโครงการต้องใช้เงินลงทุนเพื่อปรับเปลี่ยนเครื่องจักร พัฒนาระบบข้อมูล ยกระดับกระบวนการผลิต หรือพัฒนาความรู้ของบุคลากร

คำถามนี้ยิ่งสำคัญในช่วงที่ธุรกิจต้องควบคุมต้นทุนและพิจารณาความคุ้มค่าของการลงทุนอย่างรอบคอบ ผู้รับผิดชอบงานด้านความยั่งยืนจึงต้องแสดงให้เห็นว่า ESG เชื่อมโยงกับโจทย์ทางธุรกิจอย่างไร ทั้งการลดต้นทุนและความเสี่ยง การเพิ่มประสิทธิภาพ การเข้าถึงเงินทุน การพัฒนานวัตกรรม และการสร้างความพร้อมในการแข่งขัน

การขับเคลื่อน ESG ไม่จำเป็นต้องอาศัยทรัพยากรขององค์กรเพียงลำพัง ปัจจุบันมีทั้งมาตรการภาครัฐ ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ทุนวิจัย บริการให้คำปรึกษา หลักสูตรพัฒนาบุคลากร ตลอดจนระบบประเมินและการรับรองมาตรฐาน อย่างไรก็ตาม เครื่องมือเหล่านี้ให้ประโยชน์ต่างกัน องค์กรจึงควรเลือกใช้ให้ตรงกับโจทย์และระดับความพร้อมของตนเอง

ลดต้นทุนการลงทุนด้วยสิทธิประโยชน์และเงินสนับสนุน

การลงทุนด้านความยั่งยืนอาจมีต้นทุนเริ่มต้นที่ค่อนข้างสูง เช่น การปรับเปลี่ยนเครื่องจักร การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และการนำพลังงานทดแทนมาใช้ หรือพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ภาครัฐจึงมีมาตรการที่อาจช่วยลดภาระต้นทุน ทั้งสิทธิประโยชน์ทางภาษีและเงินสนับสนุนการลงทุน

ตัวอย่างหนึ่งคือมาตรการยกระดับอุตสาหกรรม หรือ Smart and Sustainable Industry ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งผู้ประกอบการที่มีประเภทกิจการและโครงการเข้าเกณฑ์อาจได้รับสิทธิยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร รวมถึงสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามประเภทการลงทุนและเงื่อนไขที่กำหนด

อีกตัวอย่างคือมาตรการภาษีสำหรับการจำหน่ายคาร์บอนเครดิตภายใต้โครงการ T-VER ซึ่งให้ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิจากการจำหน่ายคาร์บอนเครดิตของโครงการที่เข้าเกณฑ์ นอกจากนี้ ยังมีเงินร่วมสนับสนุนค่าเครื่องจักรหรืออุปกรณ์เพื่อการอนุรักษ์พลังงาน และกองทุน Thai Climate Initiative Fund หรือ ThaiCI ซึ่งสนับสนุนโครงการด้านการลดก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยประเภทกิจการ คุณสมบัติผู้สมัคร และขอบเขตการสนับสนุนขึ้นอยู่กับประกาศรับข้อเสนอในแต่ละรอบ

มาตรการเหล่านี้ไม่ได้เป็นสิทธิที่บริษัทจะได้รับโดยอัตโนมัติ แต่ละโครงการมีข้อกำหนดเกี่ยวกับประเภทกิจการ รายการลงทุน คุณสมบัติของผู้สมัคร ระยะเวลายื่นคำขอ และหลักฐานประกอบแตกต่างกัน บางมาตรการยังกำหนดให้ยื่นคำขอก่อนเริ่มลงทุน บริษัทจึงควรตรวจสอบสิทธิและเงื่อนไขตั้งแต่ช่วงวางแผนโครงการ ไม่ใช่รอจนดำเนินการไปแล้ว

เลือกแหล่งเงินทุนให้เหมาะกับโครงการ

อีกข้อจำกัดสำคัญคือการเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยเฉพาะโครงการพลังงานหมุนเวียน การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การเปลี่ยนเครื่องจักร การจัดการน้ำและของเสีย หรือการลงทุนในเทคโนโลยีลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งมักใช้เงินลงทุนสูงและมีระยะเวลาคืนทุนหลายปี ปัจจุบันสถาบันการเงินมีผลิตภัณฑ์ที่รองรับการลงทุนลักษณะดังกล่าวมากขึ้น เช่น Green Loan สินเชื่อเพื่อการเปลี่ยนผ่าน และสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับความยั่งยืน หรือ Sustainability-linked Loan (SLL)

Green Loan กำหนดวัตถุประสงค์การใช้เงินสำหรับโครงการหรือกิจกรรมที่ก่อให้เกิดประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อม ขณะที่ SLL เชื่อมโยงเงื่อนไขทางการเงินกับผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของผู้กู้ หากองค์กรบรรลุหรือไม่บรรลุตัวชี้วัดและเป้าหมายตามที่ตกลงกัน อัตราดอกเบี้ยหรือเงื่อนไขบางประการอาจเปลี่ยนแปลงตามสัญญา

สำหรับองค์กรที่พร้อมระดมทุนผ่านตลาดตราสารหนี้ อาจพิจารณา Green Bond หรือ Sustainability Bond ซึ่งกำหนดวัตถุประสงค์การใช้เงินสำหรับโครงการที่เข้าเกณฑ์ หรือ Sustainability-linked Bond (SLB) ซึ่งเชื่อมโยงเงื่อนไขของตราสารกับการบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนของผู้ออกตราสาร

สินเชื่อและตราสารหนี้เป็นแหล่งเงินทุน ไม่ใช่สิทธิประโยชน์หรือเงินให้เปล่า ก่อนเลือกใช้ บริษัทต้องพิจารณาทั้งความเป็นไปได้ของโครงการ ผลลัพธ์ด้านความยั่งยืน ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม หลักประกัน และภาระในการติดตามและรายงานผลด้วย

ใช้ทุนวิจัยและพันธมิตรต่อยอดนวัตกรรม

การลงทุนด้าน ESG ไม่ได้จำกัดอยู่ที่การปรับปรุงกระบวนการเดิม แต่ยังนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และรูปแบบธุรกิจใหม่ที่อาจสร้างมูลค่าเพิ่มหรือเปิดตลาดใหม่ อย่างไรก็ตาม งานวิจัยและพัฒนามีทั้งต้นทุน ระยะเวลา และความไม่แน่นอนของผลลัพธ์

ภาครัฐจึงมีการสนับสนุนผ่านทุนวิจัย ทุนพัฒนานวัตกรรม เงินร่วมสมทบ โครงการร่วมวิจัย และบริการจากผู้เชี่ยวชาญ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

บริษัทที่สนใจควรเตรียมข้อเสนอโครงการที่อธิบายโจทย์ธุรกิจ ความใหม่ของนวัตกรรมและความเป็นไปได้ทางเทคนิค ศักยภาพทางตลาด ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้น งบประมาณ เงินสมทบ และแผนการนำผลงานไปใช้ประโยชน์ รวมถึงพิจารณาความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย หรือพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญตั้งแต่ต้น

พัฒนาคน ระบบงาน และความน่าเชื่อถือ

การขับเคลื่อน ESG ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีและเงินลงทุนเท่านั้น แต่ต้องอาศัยบุคลากร ระบบบริหารจัดการ และข้อมูลที่มีคุณภาพ การพัฒนาความรู้จึงควรครอบคลุมมากกว่าทีมความยั่งยืน และเชื่อมโยงไปยังคณะกรรมการ ผู้บริหาร ฝ่ายกลยุทธ์ ฝ่ายบริหารความเสี่ยง ฝ่ายการเงินและการลงทุน ฝ่ายปฏิบัติการ และผู้รับผิดชอบข้อมูล

องค์กรสามารถเลือกใช้หลักสูตรอบรม ทุนพัฒนาบุคลากร ระบบ e-Learning บริการให้คำปรึกษาและแพลตฟอร์มสนับสนุนจากหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงพิจารณาการประเมินหรือการรับรองที่เหมาะกับกิจการ เช่น Green Industry หรือ G-Green เพื่อยกระดับระบบและตอบสนองความต้องการของลูกค้าหรือคู่ค้า

อย่างไรก็ดี การได้ใบรับรองหนึ่งรายการไม่ได้หมายความว่าองค์กรมีผลการดำเนินงานที่ยั่งยืนในทุกมิติ และประโยชน์ทางธุรกิจไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ บริษัทจึงควรเลือกหลักสูตร เครื่องมือ หรือมาตรฐานจากโจทย์ที่ต้องการแก้และความต้องการของผู้ใช้ข้อมูลเป็นสำคัญ

เปลี่ยนแรงสนับสนุนให้เป็นแต้มต่อทางธุรกิจ

ก่อนค้นหาสิทธิประโยชน์หรือโครงการสนับสนุน บริษัทควรเริ่มจากการกำหนดโจทย์ให้ชัด หากต้องการลดต้นทุนหรือภาระภาษี ควรสำรวจมาตรการภาครัฐ หากโครงการพร้อมแต่ยังขาดเงินทุน ควรพิจารณาสินเชื่อหรือตราสารหนี้ หากเทคโนโลยียังอยู่ในช่วงพัฒนา ควรพิจารณาทุนวิจัยและความร่วมมือกับพันธมิตร และหากข้อจำกัดอยู่ที่บุคลากรหรือระบบข้อมูล ก็ควรเริ่มจากการอบรม คำปรึกษา หรือเครื่องมือพัฒนาองค์กร

สำหรับบริษัทจดทะเบียน ฝ่ายความยั่งยืนสามารถเริ่มจากการทบทวนโครงการที่องค์กรกำลังวางแผนลงทุนหรือปรับปรุง แล้วทำงานร่วมกับฝ่ายการเงิน ภาษี บริหารความเสี่ยง และหน่วยธุรกิจ เพื่อพิจารณาว่ามีสิทธิประโยชน์ แหล่งเงินทุน หรือการสนับสนุนประเภทใดที่สอดคล้องกับลักษณะและระยะของโครงการ พร้อมประเมินประโยชน์ ต้นทุน เงื่อนไข และภาระในการติดตามผลอย่างรอบด้าน

เครื่องมือเหล่านี้ไม่ได้ทำให้การลงทุนด้าน ESG ปราศจากต้นทุนหรือรับประกันผลกำไร แต่สามารถช่วยลดข้อจำกัดและเพิ่มความเป็นไปได้ของโครงการ แต้มต่อที่แท้จริงจึงเกิดจากการเลือกใช้เครื่องมือให้ตรงกับโจทย์ และเชื่อมโยงเข้ากับกลยุทธ์ การบริหารความเสี่ยง แผนลงทุน และเป้าหมายทางธุรกิจ

เมื่อ ESG ถูกนำมาพิจารณาเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนและการตัดสินใจลงทุน การสำรวจแรงสนับสนุนที่มีอยู่ก็จะเป็นมากกว่าการลดค่าใช้จ่ายของโครงการ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนา Business Case ด้าน ESG ให้ชัดเจน และช่วยยกระดับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนจากกิจกรรมเฉพาะส่วนไปสู่การลงทุนที่สร้างคุณค่าและเสริมความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจในระยะยาว

บทความนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง SET ESG Experts Pool และ SET ESG Academy ในการนำเสนอประเด็น ESG ที่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจและการลงทุนของไทย

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: https://s.setth.org/3rk