วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

'น่าน' ท่วมหนัก สะท้อนปัญหาจัดการน้ำไทย อำนาจกระจายหลายหน่วยงาน ไร้เจ้าภาพตัวจริง

น่านน้ำท่วมหนัก สะท้อนปัญหาจัดการน้ำไทยที่ยังขาด “เจ้าภาพ” หลัก อำนาจ-ข้อมูลกระจายหลายหน่วยงาน ทำให้การรับมือภัยพิบัติขาดเอกภาพ เสนอตั้งเจ้าภาพชัดเจน ดูแลครบวงจรตั้งแต่เตือนภัย จัดการน้ำ จนถึงเยียวยา

KEY POINTS

  • สถานการณ์น้ำท่วมหนักที่จังหวัดน่านสะท้อนปัญหาการบริหารจัดการน้ำของไทยที่ขาดเจ้าภาพรับผิดชอบหลัก
  • ศ.ดร.สุชัชวีร์ ชี้ว่าปัญหาเกิดจากโครงสร้างที่อำนาจและข้อมูลกระจายตัวอยู่ตามกระทรวงและหน่วยงานต่าง ๆ
  • ข้อเสนอทางออกคือการจัดตั้งหน่วยงานเจ้าภาพที่มีอำนาจและหน้าที่ชัดเจนในการจัดการภัยพิบัติอย่างครบวงจร ตั้งแต่การเฝ้าระวังไปจนถึงการเยียวยา

ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของประเทศที่เกิดขึ้นซ้ำซาก และล่าสุดจังหวัดน่านกำลังเผชิญผลกระทบจากมวลน้ำและน้ำหลากอีกครั้ง แต่การบริหารจัดการภัยพิบัติยังติดอยู่กับโครงสร้างที่อำนาจและข้อมูลกระจายอยู่หลายหน่วยงานหรือไม่ จึงไม่เห็นชัดเจนว่า เมื่อเกิดวิกฤติ ใครคือผู้รับผิดชอบตัวจริง ตามที่ "ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์" หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ วิศวกร และอดีตอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เคยกล่าวไว้ว่า ปัญหาไม่ได้อยู่แค่ปริมาณน้ำหรือความรุนแรงของภัยพิบัติ แต่คือระบบบริหารที่ "ขาดเจ้าภาพ” ซึ่งมีอำนาจตัดสินใจและรับผิดชอบตั้งแต่การเฝ้าระวัง เตือนภัย ไปจนถึงการจัดการและเยียวยา พร้อมเสนอให้ปรับโครงสร้างเพื่อยุติการ “โยนความรับผิดชอบ” เมื่อเกิดวิกฤติ

"ศ.ดร.สุชัชวีร์" เผยแพร่วิดีโอวันที่ 19 สิงหาคม บนแพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก เอ้ สุชัชวีร์ กล่าวถึงโครงสร้างการบริหารจัดการภัยพิบัติและการจัดการน้ำของประเทศไทยที่ขาดเจ้าภาพหลัก ส่งผลให้เกิดปัญหาการประสานงานที่กระจัดกระจายและเกิด "สังคมแห่งการโยนความรับผิดชอบ" โดยได้ชี้ให้เห็นถึงผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประชาชนในหลายพื้นที่ เช่น พระนครศรีอยุธยา กรุงเทพมหานคร และอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย พร้อมแนะทางออกหลักคือการตั้งหน่วยงานเจ้าภาพที่มีอำนาจหน้าที่ชัดเจน ดูแลปัญหาทุกวัน

เปิดโครงสร้างปัญหา รัฐกระจัดกระจายไร้เจ้าภาพหลัก

"ศ.ดร.สุชัชวีร์" อธิบายว่า ข้อมูลและอำนาจหน้าที่ในการจัดการน้ำถูกแบ่งกระจายไปตามกระทรวงต่าง ๆ อย่างซับซ้อน ได้แก่

  • การคาดการณ์และข้อมูลฝน: กรมอุตุนิยมวิทยา สังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
  • ดาวเทียมสำรวจ: ดาวเทียมธีออส (THEOS) อยู่ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
  • ระบบแจ้งเตือนภัย: ต้องแจ้งประสานงานไปยังสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
  • การควบคุมประตูน้ำ: กรมชลประทานเป็นผู้ดูแล
  • ป่าต้นน้ำ: อยู่ในพื้นที่ป่าอุทยานภายใต้การดูแลของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  • สถิติการเก็บข้อมูล: จัดเก็บโดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
  • การประสานงานเชิงบริหาร: สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี
  • การช่วยเหลือเยียวยา: กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สังกัดกระทรวงมหาดไทย

"ความกระจัดกระจายของอำนาจหน้าที่ส่งผลให้เกิดภาวะเกี่ยงความรับผิดชอบเมื่อเกิดวิกฤติ"

ข้อเสนอทางออก กำหนด "เจ้าภาพ" ที่แท้จริง

"ศ.ดร.สุชัชวีร์" เสนอว่า การแก้ปัญหาที่ยั่งยืนคือจัดตั้งตัวแทนหรือองค์กรที่มีหน้าที่เป็นเจ้าภาพที่ชัดเจน มีอำนาจและหน้าที่ตรงในการจัดการภัยพิบัติ เพื่อให้ปัญหาได้รับการดูแลและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องในทุกวัน

"การแก้ปัญหาก็คือ เราจะไม่โยน เมื่อครอบครัวใด องค์กรใดมีเจ้าภาพชัด ๆ มีอำนาจและหน้าที่ ปัญหาใหญ่แค่ไหนมันจะได้รับการดูแลทุกวี่ทุกวัน"

สะท้อนผลกระทบเชิงพื้นที่ จากอยุธยาถึงแม่สาย

นอกจากประเด็นเชิงโครงสร้างแล้ว "ศ.ดร.สุชัชวีร์" ยังได้หยิบยกสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อแสดงให้เห็นผลพวงของการบริหารจัดการที่ล่าช้า

  • จังหวัดพระนครศรีอยุธยา: ประชาชนในพื้นที่ต้องทนทุกข์จากปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากจนเกิดโรคน้ำกัดเท้าลามขึ้นมาถึงต้นขา โดยอยุธยาเปรียบเสมือนพื้นที่รับน้ำเพื่อปกป้องกรุงเทพมหานครไม่ให้เสียหาย โดยเฉพาะในช่วงเดือนกันยายนถึงธันวาคมซึ่งเป็นช่วงที่ดวงจันทร์อยู่ใกล้โลกและดึงดูดให้น้ำทะเลหนุนสูง หากอยุธยาไม่ทำหน้าที่เก็บน้ำไว้ น้ำเหนือและน้ำหนุนจะทะลักเข้าท่วมย่านสำคัญของกรุงเทพมหานคร เช่น ท่าเตียง และบางซื่อ
  • อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย: เผชิญผลกระทบอย่างหนักหลังจากฝั่งประเทศเมียนมาได้รับความเสียหายรุนแรงจนต้องสร้างทำนบกั้นแม่น้ำสาย ส่งผลให้น้ำไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่ฝั่งแม่สายของไทยเนื่องจากไม่มีทางระบายน้ำอื่น
  • พื้นที่ภาคใต้: ประชาชนในจังหวัดนราธิวาส ยะลา สงขลา และหาดใหญ่ ก็เผชิญผลกระทบจากอุทกภัยในลักษณะเดียวกันและรอคอยการแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรม

"ศ.ดร.สุชัชวีร์" ทิ้งท้ายว่า ปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ "รอไม่ได้" เนื่องจากส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ต่อประชาชนในทุกภูมิภาค รวมถึงคนกรุงเทพมหานครที่ได้รับผลกระทบโดยตรงเช่นกัน