วันอังคาร ที่ 28 กรกฎาคม 2569

Login
Login

แบงค์ชาติย้ำ 'สินเชื่อสีเขียว' ต้องถูกจุด โจทย์ยากคือข้อมูล-เร่งช่วย SME ปรับตัว

เมื่อ "ความยั่งยืน" ไม่ใช่แค่เทรนด์แต่คือภารกิจหลักที่ภาคการเงินไทยต้องเร่งเครื่อง แบงค์ชาติ เผยความคืบหน้าการขับเคลื่อน Transition Finance ที่วันนี้เดินหน้ามาไกลกว่าแค่การวางนโยบาย แต่กำลังเข้าสู่บททดสอบสำคัญในขั้นการนำไปใช้จริง โดยเฉพาะการปิดช่องว่างเรื่อง "ข้อมูล" ที่ยังเป็นอุปสรรคใหญ่ พร้อมกางแผนเฟส 2 ที่เน้นดูแล SME แบบครบวงจรเพื่อให้การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ย้อนกลับไปในช่วงปี 2565 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เริ่มวางรากฐานเรื่องการเงินเพื่อความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการสร้าง Building Blocks สำคัญ 5 ด้าน เพื่อผลักดันให้สถาบันการเงินเป็นกลไกหลักในการพาประเทศไปสู่ เศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งตลอด 4 ปีที่ผ่านมา เราเห็นพัฒนาการที่ชัดเจนมาก ทั้งการที่ธนาคารพาณิชย์เริ่มผนวกเรื่องสิ่งแวดล้อมเข้าไปในกระบวนการตัดสินใจ มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายขึ้น และมีการตั้งเป้าหมาย สินเชื่อสีเขียว ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บางแห่งขยับเป้าขึ้นเป็นเท่าตัวเลยทีเดียว

ความสำเร็จของ "ไม้บรรทัดสีเขียว" และบททดสอบในการใช้งานจริง

หนึ่งในความภูมิใจคือการจัดทำ Thailand Taxonomy หรือมาตรฐานการจำแนกกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ซึ่งปัจจุบันพัฒนาเสร็จสิ้นแล้วใน 6 เซกเตอร์หลัก ครอบคลุมปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของไทยถึง 95% อย่างไรก็ตาม ชนานันท์ สุภาดุลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์สถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวในงานเปิดตัวข้อมูล Climate Finance Tracker 2026 ว่าสิ่งที่ยากกว่าการสร้างมาตรฐาน คือช่วง Implementation หรือการนำมาใช้จริง

โจทย์หินที่แบงค์ชาติกำลังเผชิญ

คือ "ความต่างของข้อมูล" ในอดีตธนาคารจะเก็บข้อมูลลูกหนี้ในระดับบริษัท (Entity) แต่มาตรฐาน Taxonomy ต้องการข้อมูลลึกลงไปถึงระดับ "กิจกรรม" (Activity) เพื่อให้รู้ชัดว่าเงินที่ปล่อยกู้นั้นถูกนำไปใช้ในกิจกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจริงหรือไม่ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ธนาคารส่วนใหญ่ไม่มีในฐานข้อมูลมาตั้งแต่แรก ต้องอาศัยข้อมูลการปล่อยก๊าซจากฝั่งลูกค้า ซึ่งเป็นความท้าทายอย่างมาก โดยเฉพาะลูกค้า SME ที่อาจยังไม่รู้วิธีการจัดทำข้อมูล

เชื่อมต่อ Ecosystem เพื่อปิดช่องว่างข้อมูล เพื่อแก้ปัญหานี้ แบงค์ชาติไม่ได้ปล่อยให้ธนาคารและลูกค้าเผชิญชะตากรรมตามลำพัง แต่ทำหน้าที่เป็นตัวกลาง (Facilitator) เชื่อมต่อธนาคารกับแพลตฟอร์มข้อมูล เช่น GSG Data Platform (เช่น SET Carbon) เพื่อช่วยให้ลูกค้าส่งข้อมูลได้สะดวกขึ้น และธนาคารสามารถนำข้อมูลมา "ทาสี" (Tagging) พอร์ตสินเชื่อของตนเองได้ชัดเจนว่าเงินกำลังไหลไปในทิศทางที่สอดคล้องกับแผนของประเทศจริงหรือไม่

เฟส 2

ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่คือ "Total Solution" สำหรับ SME บริบทของประเทศไทยนั้นต่างจากประเทศพัฒนาแล้ว เพราะเรามีภาคเศรษฐกิจที่ปล่อยก๊าซสูงและมี SME จำนวนมาก การจะเปลี่ยนผ่านแบบ "หักดิบ" อาจทำให้ธุรกิจพังได้ แบงค์ชาติจึงชูแนวคิด "เริ่มให้ทันแต่ไม่เร่งจนสะดุด"

ในระยะต่อไป (เฟส 2) แบงค์ชาติมองว่า "เงินทุนเพียงอย่างเดียวไม่พอ" ที่จะช่วยให้ธุรกิจรอดได้จริง แต่ต้องมาแบบ Total Solution ซึ่งประกอบด้วย

  • ความตระหนักรู้ (Awareness): ให้ธุรกิจเข้าใจความจำเป็นของการปรับตัว
  • เทคโนโลยี (Technology): แนะนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการลงทุนเพื่อลดการปล่อยก๊าซ
  • มาตรฐาน (Standard/Certificate): ช่วยให้ธุรกิจได้รับใบรับรองด้านสิ่งแวดล้อม (Greening Certificate) เพื่อเพิ่มโอกาสในการแข่งขันและส่งออก

ท้ายที่สุดเป้าหมายของ แบงค์ชาติ คือการทำให้ภาคธนาคารเห็นภาพรวมของพอร์ตตัวเองอย่างชัดเจนผ่านข้อมูลที่แม่นยำ เพื่อที่จะสามารถเข้าไปประคองและช่วยเหลือลูกหนี้ในแต่ละกลุ่มให้ปรับตัวสู่โลกสีเขียวได้อย่างยั่งยืนและสมดุลที่สุด