วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม 2569

Login
Login

เปิดข้อมูล UNESCO เมืองมรดกโลก ทิศทางพัฒนาเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ ‘หลวงพระบาง’

โครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง (LPHPP) ถูกจับมองถึงแนวทางการพัฒนาที่อาจส่งผลกระทบต่อเมืองมรดกโลกหลวงพระบาง โดยเป็นโครงการของบริษัท หลวงพระบาง พาวเวอร์ จำกัด (Luang Prabang Power Company Limited หรือ LPCL) เป็นบริษัทที่จดทะเบียนใน สปป.ลาว ได้รับสัมปทานจากรัฐบาลลาว LPHPP ถูกวางแผนเพื่อพัฒนาและก่อสร้างโครงการไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง ตั้งอยู่บนแม่น้ำโขง โดยบริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่

สำหรับโครงการไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบางตั้งอยู่นอกเขตพื้นที่มรดกโลกและนอกเขตกันชนพื้นที่มรดกโลกหลวงพระบาง ซึ่งจากพื้นที่เมืองมรดกโลกหลวงพระบางไม่สามารถมองเห็นโครงการหรือได้ยินกิจกรรมจากโครงการ โดยโครงการเป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบน้ำไหลผ่านจึงไม่เปลี่ยนแปลงการไหลตามธรรมชาติของแม่น้ำโขงตอนท้ายน้ำ

การดำเนินโครงการดังกล่าวได้ทำการประเมินประเด็นที่ UNESCO เคยห่วงกังวล ได้แก่ ความเสี่ยงด้านน้ำท่วม แผ่นดินไหว และกรณีเขื่อนแตก โดยรายงานการประเมินผลกระทบต่อเมืองมรดกโลก หรือ Heritage Impact Assessment (HIA) จัดทำตามแนวทาง UNESCO ครอบคลุมทั้งผลกระทบทางตรงและทางอ้อม

ที่ผ่านมามีการสรุปประเด็นสำคัญเกี่ยวกับโครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบางในการประชุม UNESCO จากการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกและรายงานสถานะการอนุรักษ์ช่วงปี 2023-2026

การประชุมครั้งที่ 45 (6 ตุลาคม 2023) 

ในระยะแรกคณะกรรมการมรดกโลกมุ่งเน้นที่การจัดทำรายงานประเมินผลกระทบที่ครอบคลุมการรับทราบรายงาน โดยคณะกรรมการรับทราบว่า สปป.ลาว ในฐานะรัฐภาคีส่งรายงานการประเมินผลกระทบต่อมรดก หรือ HIA มาแล้วหลายฉบับ ได้แก่ ฉบับเดือน พ.ย.2021, ฉบับเดือน ธ.ค.2022 และฉบับเดือน ม.ค.2023

ทั้งนี้คณะกรรมการแนะนำให้รัฐภาคีดำเนินความพยายามในการจัดทำ HIA ต่อไป เพื่อให้มั่นใจว่าโครงการ LPHPP รวมถึงโครงการในอนาคตที่ใกล้เคียงกัน จะไม่คุกคามต่อคุณค่าโดดเด่นเป็นสากล (Outstanding Universal Value: OUV) ค่านิยมที่เกี่ยวเนื่อง หรือสภาพแวดล้อมของเมืองหลวงพระบาง

การประชุมครั้งที่ 46 (9 สิงหาคม 2024)

มีการพิจารณาเน้นคุณภาพของรายงาน HIA และการเริ่มเก็บข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เพื่อติดตามผลกระทบระยะยาว โดยคณะกรรมการ “เร่งรัด” ให้รัฐภาคีแก้ไขรายงาน HIA ฉบับเดือน ม.ค.2024 ให้สอดคล้องกับข้อเสนอแนะจากการตรวจสอบทางเทคนิคของสภาการโบราณสถานระหว่างประเทศ (ICOMOS) ฉบับเดือน มี.ค.2024 และความเห็นของศูนย์มรดกโลก

การประชุมครั้งนี้คณะกรรมการยินดีที่รัฐภาคีให้ความสำคัญกับการเก็บข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับแม่น้ำโขงและแม่น้ำคาน รวมถึงปัจจัยแวดล้อมอื่น เพื่อให้ติดตามการเปลี่ยนแปลงระยะยาวที่อาจเกิดขึ้นจากเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำทั้งในส่วนที่อยู่เหนือและท้ายน้ำของเมือง โดยมีการร้องขอให้รัฐภาคีส่งข้อมูลการติดตามตรวจสอบเหล่านี้ให้แก่ศูนย์มรดกโลกเป็นระยะ

การประชุมครั้งที่ 47 (23 กรกฎาคม 2025)

รัฐภาคีตอบสนองต่อข้อกังวลทางเทคนิคและการแก้ไขรายงาน โดยคณะกรรมการรับทราบรายงาน HIA ฉบับเดือน ม.ค.2024 ได้รับการแก้ไขแล้ว ตามคำแนะนำของ ICOMOS และรัฐภาคีได้ส่งฉบับปรับปรุงใหม่นี้ให้ศูนย์มรดกโลกพิจารณาตรวจสอบอีกครั้ง 

รวมทั้งยังคงมีการย้ำเตือนให้รัฐภาคีแบ่งปันข้อมูลการติดตามสภาพแม่น้ำโขงและแม่น้ำคานอย่างสม่ำเสมอตามที่เคยร้องขอไว้

การประชุมครั้งที่ 48 (19 มิถุนายน 2026)

มีการรายงานสถานะและร่างมติเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงสถานะของโครงการและการเปลี่ยนบทบาทจากการวางแผนไปสู่การควบคุมการก่อสร้าง โดยสถานะปัจจุบันของโครงการ คณะกรรมการระบุว่า “ขณะนี้โครงการกำลังดำเนินการอยู่”

ขณะที่มาตรการลดผลกระทบ โดยคณะกรรมการเสนอแนะให้รัฐภาคีรายงานการปฏิบัติตาม “มาตรการลดผลกระทบ” (Mitigative Measures) ตามที่กำหนดไว้ในรายงาน HIA อย่างเคร่งครัด

ส่วนข้อเสนอเรื่องรายได้เพื่อการอนุรักษ์เป็นประเด็นใหม่ที่สำคัญ คือการขอให้รัฐภาคีตรวจสอบแนวทางการ “จัดสรรรายได้ส่วนหนึ่งจากเขื่อน” เพื่อนำมาใช้ในการอนุรักษ์แหล่งมรดกโลกหลวงพระบางโดยตรง

รวมถึงการเฝ้าระวัง OUV กำชับให้ติดตามตรวจสอบผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อคุณค่าโดดเด่นเป็นสากลของแหล่งมรดกโลกต่อเนื่องในขณะที่โครงการก่อสร้างดำเนินไป

ดังนั้นโครงการ LPHPP ได้ผ่านขั้นตอนการโต้ตอบด้านเทคนิคและการประเมินผลกระทบ (HIA) มาต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2021 จนถึงปัจจุบันที่โครงการเริ่มก่อสร้าง โดยคณะกรรมการมรดกโลกจึงเปลี่ยนมาเน้นที่การปฏิบัติตามมาตรการลดผลกระทบ และเสนอให้แบ่งรายได้จากเขื่อนมาสนับสนุนงานอนุรักษ์ เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับเมืองหลวงพระบาง