“ประเทศจีน” กำลังมองหาแนวทางในการเปลี่ยนขยะเศษซากที่เหลือจากอุตสาหกรรมเหมืองถ่านหิน เช่น “เถ้าลอย” (Fly Ash) เถ้าละเอียดที่ดักจับได้หลังการเผาไหม้ถ่านหิน และ “แร่กากหิน” (Coal Gangue) หินที่มักจะติดมากับถ่านหินในระหว่างการขุดแต่ไม่มีมูลค่าทางพลังงาน มาสกัดให้กลายเป็น “แร่หายาก” ที่จำเป็นต่อการผลิตเทคโนโลยีสมัยใหม่ ซึ่งเป็นทั้งการเพิ่มมูลค่าให้แก่ขยะอุตสาหกรรมที่ไร้ค่า และสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรไปพร้อมกัน
ไต้ สือเฟิง สมาชิกของสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน และศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยการขุดเหมืองและเทคโนโลยีแห่งประเทศจีน ณ กรุงปักกิ่ง ได้ให้ความเห็นว่า ขยะจากถ่านหินเหล่านี้ประกอบด้วยธาตุโลหะที่หลากหลายและสามารถกลายเป็นแหล่งแร่ธาตุสำคัญที่สำคัญ ได้แก่ เจอร์เมเนียม ลิเธียม แกลเลียม และอะลูมิเนียม แร่ธาตุเหล่านี้เป็นส่วนประกอบสำคัญในอุตสาหกรรมเชิงกลยุทธ์ เช่น การผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์ แบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าเลนส์สายตา เครื่องยนต์ และอุปกรณ์ทางการทหาร
สำหรับประเทศที่ขุดและใช้ถ่านหินในปริมาณมหาศาลอย่างจีน หากไม่นำเศษซากที่เหลือมาใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด ก็เปรียบเสมือนการทิ้งโอกาสสร้างรายได้ไปอย่างน่าเสียดาย อีกทั้งจีนยังแทบไม่ต้องลงทุนอะไรเพิ่ม เพราะมีโครงสร้างพื้นฐานทางอุตสาหกรรมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นสายการผลิตถ่านหิน กระบวนการล้างทำความสะอาด การประมวลผลทางเคมี และโรงไฟฟ้า
นอกจากนี้ ขยะจากอุตสาหกรรมเหมืองถ่านหินยังอยู่บริเวณพื้นที่อุตสาหกรรมอยู่แล้ว ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในด้านโลจิสติกส์สำหรับการนำไปประมวลผลต่อ การปรับปรุงโรงงานที่มีอยู่ให้รองรับการสกัดแร่ธาตุจึงเป็นแนวทางที่คุ้มค่าในเชิงเศรษฐกิจและสามารถทำได้ในวงกว้าง
ความพยายามนี้ เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ และเป็นการสร้างห่วงโซ่อุปทานที่เบ็ดเสร็จภายในประเทศ การมีแหล่งแร่ธาตุเพิ่มเติมในประเทศย่อมส่งผลดีต่อความมั่นคงในการผลิต โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด เช่น รถยนต์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
ขณะเดียวกันสหรัฐ ออสเตรเลียและรัสเซีย ต่างก็กำลังวิจัยเรื่องการสกัดแร่ธาตุจากถ่านหินเช่นกัน แต่จีนถือว่ามีความได้เปรียบในแง่ของเทคโนโลยีการสกัดและโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมกว่า ทำให้สามารถสกัดแร่ธาตุได้หลากหลายประเภทพร้อมกัน
อย่างไรก็ตาม กระบวนการนี้ยังมีอุปสรรคสำคัญจากความผันแปรทางเคมีของถ่านหินในแต่ละแหล่ง เนื่องจากเหมืองแต่ละแห่งมีสภาพทางธรณีวิทยาที่ต่างกัน ส่งผลให้ปริมาณแร่ธาตุที่แฝงอยู่นั้นไม่เท่ากันและยากต่อการกำหนดเป็นมาตรฐานเดียวทั่วประเทศ
ปัญหาที่น่ากังวลอีกประการคือ ในโรงไฟฟ้ามักมีการผสมถ่านหินจากหลายแหล่งก่อนการเผาไหม้ ศ.ไต้เตือนว่า “เถ้าลอยจากโรงไฟฟ้าเดียวกันอาจมีปริมาณแร่ธาตุที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ซึ่งทำให้การสกัดให้ได้ผลลัพธ์ที่สม่ำเสมอนั้นเป็นเรื่องยาก”
ความไม่แน่นอนนี้ ส่งผลต่อการคาดการณ์ปริมาณแร่ธาตุที่จะได้รับในแต่ละรอบ และอาจกระทบต่อความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจหากค่าใช้จ่ายในการสกัดสูงเกินไป การติดตามคุณภาพและองค์ประกอบของถ่านหินอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อให้การสกัดประสบความสำเร็จ
ถึงแม้จะมีความท้าทาย แต่ความต้องการแร่ธาตุสำคัญในอุตสาหกรรมพลังงานใหม่ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วก็เป็นโอกาสสำคัญที่ทำให้โครงการนี้ไปต่อได้ รายงานระบุว่าประสบการณ์ที่จีนเคยมีจากการสกัดเจอร์เมเนียมในอดีต จะเป็นฐานรากที่มั่นคงในการขยายผลไปสู่การกู้คืนแร่ธาตุประเภทอื่น ๆ ต่อไป
นอกจากผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจแล้ว การเปลี่ยนขยะให้เป็นทรัพยากรยังช่วยลดปริมาณพื้นที่ที่ต้องใช้ในการฝังกลบและลดมลพิษทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการสะสมขยะอุตสาหกรรมเหล่านี้ ถือเป็นการเพิ่มมูลค่าจากสิ่งที่เคยถูกทิ้งให้กลายเป็น “ทองคำ” ในยุคดิจิทัล
การที่จีนก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนขยะถ่านหินเป็นทรัพยากรยุทธศาสตร์ ไม่เพียงแต่เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้สูงสุด แต่ยังเป็นการวางหมากเพื่อรักษาความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีระดับโลกท่ามกลางการแข่งขันด้านทรัพยากรที่รุนแรงขึ้นทุกขณะ
ที่มา: Chatham House, Click Oil and Gas, Interesting Engineering, South China Morning Post

