เพราะ 70-90% ของก๊าซเรือนกระจกซ่อนอยู่ในห่วงโซ่อุปทาน (Scope 3) ส่องเทรนด์โลกและทิศทางในไทย เมื่อ "ฝ่ายจัดซื้อสีเขียว (Green Procurement)" กลายเป็นอาวุธลับใหม่ที่ซีอีโอต้องหยิบมาใช้เพื่อความอยู่รอดของธุรกิจ
ในหลายๆ เซกเตอร์ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมในห่วงโซ่อุปทาน (Scope 3) มีสัดส่วนสูงถึง 70–90% ของฟุตพริ้นท์ทั้งหมดของบริษัท โดยส่วนใหญ่ฝังอยู่ในสินค้าและบริการที่องค์กรจัดซื้อจัดจ้างมา สิ่งนี้ทำให้ "ฝ่ายจัดซื้อ (Procurement)"กลายเป็นหนึ่งในฟันเฟืองที่มีอิทธิพลสูงที่สุด แต่กลับถูกนำมาใช้น้อยที่สุดสำหรับองค์กรที่จริงจังกับพันธสัญญาด้านสภาพภูมิอากาศ
3 ปัจจัยขับเคลื่อน ทำไมกระแส 'จัดซื้อสีเขียว' ถึงต้องเริ่มตอนนี้?
การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง 3 ประการที่กำลังบีบให้ฝ่ายจัดซื้อต้องขยับขึ้นมาเป็นศูนย์กลางของกลยุทธ์ความยั่งยืน อย่าง กฎระเบียบโลกเปลี่ยนจาก "แค่รายงาน" เป็น "ต้องรับผิดชอบจริง" ข้อกำหนดต่างๆ กำลังขยายขอบเขตเกินกว่าการเปิดเผยข้อมูล ไปสู่การตรวจสอบสถานะ (Due Diligence) และความโปร่งใสของผลิตภัณฑ์ ตัวอย่างเช่นในสหราชอาณาจักร บรรจุภัณฑ์พลาสติกที่มีพลาสติกรีไซเคิลน้อยกว่า 30% จะต้องเสียภาษีต่อตันทันที ทิศทางทั่วโลกชัดเจนว่า บริษัทต่างๆ ต้องแสดงให้เห็นถึงการควบคุมผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่คุณค่า ไม่ใช่แค่การประกาศเป้าหมายสวยหรู
นอกจากนี้ยังมี ความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทานไม่ใช่เรื่องชั่วคราวอีกต่อไป ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ สภาพอากาศสุดขั้ว และความขาดแคลนทรัพยากร กำลังทำให้เครือข่ายซัพพลายเชนเปราะบาง ขีดความสามารถในการลด Scope 3 เช่น การมองเห็นข้อมูลซัพพลายเออร์ในเชิงลึก และการกระจายแหล่งที่มาของวัตถุดิบ จึงเป็นสิ่งเดียวกับที่จะช่วยลดความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของธุรกิจ
ยังรวมถึง แรงกดดันด้านต้นทุน คำถามในปัจจุบันไม่ใช่ "ตัวเลือกสีเขียวราคาแพงไหม?" แต่กลายเป็น "องค์กรจะแบกรับความเสี่ยงจากการผูกติดกับวัตถุดิบแบบเดิมที่มีความผันผวนสูงได้นานแค่ไหน?" ฝ่ายจัดซื้อคือจุดที่ต้องบริหารความเสี่ยงและต้นทุนนี้โดยตรง
ถอดรหัสผู้นำระดับโลก "จัดซื้อสีเขียว" เขาทำกันอย่างไร?
องค์กรชั้นนำที่ประสบความสำเร็จไม่ได้มองว่าการจัดซื้อสีเขียวเป็นเพียง "โครงการแยกส่วน (Standalone)" แต่พวกเขาฝังมันลงไปในระบบขององค์กร
- Siemens Gamesa & Ørsted: ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานหมุนเวียนชี้ว่า การฝังความยั่งยืนลงในความร่วมมือกับซัพพลายเออร์และการตัดสินใจจัดซื้อ ช่วยสร้างมูลค่าทางธุรกิจและเพิ่มความยืดหยุ่น (Resilience) โดยผู้บริหารของ Siemens Gamesa ระบุว่า “คุณจะพบแรงผลักดันใหม่ๆ เสมอ แม้คุณจะคิดว่าตัวเองมาถูกทางแล้วก็ตาม”
- ผูกโบนัสผู้บริหารกับความยั่งยืน: ยูทิลิตี้ไฟฟ้าแห่งหนึ่งในยุโรปได้เชื่อมโยงผลตอบแทนระยะยาวของผู้บริหาร (รวมถึง CEO) เข้ากับผลงานด้านความยั่งยืนของซัพพลายเออร์ ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นความรับผิดชอบระดับสูงสุด ไม่ใช่แค่หน้าที่ของพนักงานจัดซื้อทั่วไป
- ใช้ราคาคาร์บอนภายใน (Internal Carbon Pricing): บริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติบางแห่งใช้ข้อมูลคาร์บอนระดับชิ้นส่วนมาคำนวณร่วมกับราคาจัดซื้อ ทำให้ทีมจัดซื้อสามารถประเมินคู่ค้าได้มากกว่าเรื่องของ "ราคาที่ถูกที่สุด"
- เปลี่ยนมุมมองเป็น "การลงทุนเชิงกลยุทธ์": บริษัทโลจิสติกส์ระดับโลกยอมจัดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน (SAF) แม้ว่าลูกค้าจะยังไม่พร้อมจ่ายราคาพรีเมียมในตอนนี้ เพื่อสนับสนุนโซลูชันแห่งอนาคตและสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน
ตัดภาพมาที่ประเทศไทย ตื่นตัวรับกระแส Green Procurement
สำหรับประเทศไทย กระแสการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียวกำลังถูกเร่งให้เร็วขึ้นทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อตอบรับเป้าหมาย Carbon Neutrality ภายใน พ.ศ. 2593 และ Net Zero ภายใน พ.ศ. 2608 ไม่ว่าจะเป็น ภาครัฐนำร่อง กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ขับเคลื่อน "แผนร่วมปฏิบัติการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2564 - 2570" เพื่อบังคับใช้และส่งเสริมให้หน่วยงานรัฐและเอกชนหันมาซื้อสินค้าที่มีฉลากเขียว (Green Label) หรือตะกร้าเขียวมากขึ้น เพื่อสร้างดีมานด์ในตลาด
และยังมี บิ๊กคอร์ปไทยขยับตัว บริษัทชั้นนำของไทย เช่น เครือซิเมนต์ไทย (SCG) ได้ประกาศนโยบายจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (SCG Green Procurement) โดยกำหนดให้ซัพพลายเออร์ต้องผ่านเกณฑ์และส่งเสริมการใช้สินค้าที่ได้ตราสัญลักษณ์ SCG Green Choice ขณะที่ ปตท. (PTT) และ บางจาก ก็เริ่มนำเกณฑ์ด้าน ESG และการปล่อยคาร์บอนมาเป็นคะแนนสำคัญในการคัดเลือกคู่ค้าในระบบจัดซื้อแล้ว
รวมถึง มาตรการภาษีและมาตรฐานใหม่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร่วมกับกระทรวงการคลัง อยู่ระหว่างการผลักดันมาตรการทางภาษีเพื่อสนับสนุนสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงการพัฒนาฐานข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (CFP) เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยมีข้อมูลไปใช้ในระบบจัดซื้อสีเขียวและแข่งขันได้ในระดับสากล (ที่มา: สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย)
ยุคแห่งการลงมือทำจริง
ทศวรรษหน้าจะไม่ใช่ยุคที่มอบรางวัลให้กับองค์กรที่มี "เรื่องเล่า" ด้านความยั่งยืนที่สวยหรูที่สุดอีกต่อไป แต่จะมอบรางวัลให้กับองค์กรที่สามารถพิสูจน์ได้ว่า "การเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจสีเขียวเกิดขึ้นจริง" ผ่านการตัดสินใจในใบสั่งซื้อ (Purchase Order) ทุกๆ ใบ
สำหรับองค์กรที่ต้องการเริ่มต้น สภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ได้ร่วมกับ Procurement Leaders ออกคู่มือ Green Procurement Playbook เพื่อเป็นแนวทางในการประเมินความพร้อมและวางโรดแมปการทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์ ซึ่ง อาร์ด เวอร์บูน (Ard Verboon) หัวหน้าฝ่ายจัดซื้อของ Schneider Electric ได้ทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจว่า
"นี่คือแนวทางแบบร่วมมือลงมือทำจริงที่เราพบบ่อยว่าทำงานได้ผลดีที่สุด ในการเปลี่ยนจากความทะเยอทะยาน (Ambition) ให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริง (Real Results)"
ที่มา : World Economic Forum

