วันศุกร์ ที่ 1 พฤษภาคม 2569

Login
Login

'มวยไทย' พลิกชีวิตจากหลังกำแพง 'กำลังใจ...THAI FIGHT' สร้างโอกาส

'มวยไทย' พลิกชีวิตจากหลังกำแพง 'กำลังใจ...THAI FIGHT' สร้างโอกาส

“มวยไทย”ไม่ได้เป็นเพียงแค่ศิลปะการต่อสู้ประจำชาติ หรือกีฬาเพื่อความบันเทิงในระดับท้องถิ่น แต่ได้ยกระดับกลายเป็นอุตสาหกรรม“ซอฟต์พาวเวอร์” (Soft Power)ระดับโลกที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล สร้างระบบนิเวศทางธุรกิจใหม่ที่ต้องการบุคลากรจำนวนมาก 

การผสานรวมระหว่าง“โอกาสทางธุรกิจมวยไทย”และ“การคืนคนดีสู่สังคม”คือความร่วมมือโครงการ“กำลังใจ...THAI FIGHT”หมัดเดียว...เปลี่ยนได้ เติมเต็มช่องว่างของบุคลากรในวงการกีฬา ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ก้าวพลาดได้อีกทางหนึ่ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

“มวยไทย” Soft Power ระดับโลก หนุนสร้างมาตรฐาน เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ

ผลวิจัยชี้ PM2.5 เล็กทะลุสมอง เสี่ยง 'หลอดเลือดตีบตัน สมองเสื่อม'

อุตสาหกรรมมวยไทย

การเติบโตของอุตสาหกรรมมวยไทยในปี 2023 ข้อมูลจาก Global Wellness Institute สถิติชี้ให้เห็นว่า ตลาดกลุ่มฟิตเนสและมวยไทยระดับโลกมีมูลค่าทะยานไปถึงระดับ 3.37 พันล้านดอลลาร์ (หรือกว่า1.1แสนล้านบาท) ขณะเดียวกัน Muay Thai Equipment Market Research Report 2034 ชี้ว่าตลาดอุปกรณ์กีฬามวยไทยระดับโลก มีมูลค่าสูงถึง1.8พันล้านดอลลาร์ (ราว6.4หมื่นล้านบาท) ในปี2568 และมีแนวโน้มว่าจะเติบโตพุ่งสูงทะลุ 3.4 พันล้านดอลลาร์ (กว่า1.2แสนล้านบาท) ภายในปี2577

นอกจากนี้ เม็ดเงินที่ไหลเวียนกลับเข้าสู่ประเทศไทยก็มีจำนวนมหาศาล รายงานของ Nielsen ระบุว่ารายการแข่งขันระดับโลกสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและการหมุนเวียนในไทยได้กว่า 470 ล้านดอลลาร์ต่อปี (ประมาณ 1.6หมื่นล้านบาท) ผ่านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ที่พัก และการบริโภคของชาวต่างชาติที่เดินทางมาเพื่อชมและฝึกฝนมวยไทยโดยเฉพาะ

ปัจจุบันประเทศไทยมีค่ายมวยที่เปิดสอนอยู่มากกว่า 5,000 แห่งทั่วประเทศ โดยมีค่ายที่ผ่านมาตรฐานการรับรองจากการกีฬาแห่งประเทศไทยอยู่ราว 500 - 700 แห่ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายบุคลากร ไม่ว่าจะเป็น นักมวยอาชีพ,เทรนเนอร์ผู้ฝึกสอน,กรรมการผู้ตัดสิน,หรือแม้กระทั่งผู้บริหารจัดการค่ายมวย ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับการเติบโตของตลาด 

'มวยไทย' พลิกชีวิตจากหลังกำแพง 'กำลังใจ...THAI FIGHT' สร้างโอกาส

“กำลังใจ...THAI FIGHT”สร้างโอกาส

โครงการ“กำลังใจ...THAI FIGHT” (INSPIRE...THAI FIGHT)หมัดเดียว...เปลี่ยนได้ ต่อยอดพระดำริในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ที่ทรงจัดตั้ง“โครงการกำลังใจ”ขึ้นเพื่อประทานโอกาสให้แก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ มีมาตั้งแต่ปี 2549 แต่ในปัจจุบันได้มีการผลักดันจนเกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและสามารถส่งนักกีฬาไปสู่ระดับสากลได้

พลอากาศเอก สมคิด สุขบางกรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ระบุว่า การจับมือระหว่างกรมราชทัณฑ์ และ บริษัท ไทยไฟท์จำกัด ผู้จัดการแข่งขันระดับโลก ถือเป็นการนำนักมวยไทยมืออาชีพเข้าไปฝึกสอนผู้ต้องราชทัณฑ์ในเรือนจำทั่วประเทศ

'มวยไทย' พลิกชีวิตจากหลังกำแพง 'กำลังใจ...THAI FIGHT' สร้างโอกาส

ขณะที่ ชาญ วชิรเดช รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า อาชีพนักมวยนั้นต้องอาศัยการฝึกฝนและระเบียบวินัยอย่างสูงมาก ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการฝึกค่อนข้างนาน ผู้ต้องราชทัณฑ์ มีเวลาในการพัฒนาตนเองอย่างเต็มที่ ปัจจุบันมีการขับเคลื่อนให้มีกีฬามวยในราชทัณฑ์แล้วถึง 18 แห่ง โดยผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องเป็นผู้ที่มีความประพฤติดี ไม่มีปัญหา และต้องรับโทษมาแล้วถึงครึ่งหนึ่งของกำหนดโทษ 

'มวยไทย' พลิกชีวิตจากหลังกำแพง 'กำลังใจ...THAI FIGHT' สร้างโอกาส

ลดทำผิดซ้ำสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม

พลอากาศเอก สมคิด  ได้ให้ข้อมูลว่า การมีค่ายมวยในเรือนจำส่งผลโดยตรงต่อการลดปัญหายาเสพติด และมีส่วนทำให้จำนวนผู้รับโทษลดลงจาก 5 แสนคน เหลือเพียง 2 แสนคน  ผู้ต้องขังจำนวนมากที่ต้องรับโทษยาวนาน 20-30 ปี มักจะสูญเสียโอกาสทางการศึกษาและการประกอบอาชีพ

พลตำรวจโท ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ชี้ให้เห็นว่า ผู้กระทำความผิดที่เพิ่มขึ้นมักมาจากปัญหาการไม่มีอาชีพและรายได้ ดังนั้น โครงการนี้ จึงเข้ามาอุดช่องโหว่ โดยการสร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่จะทำให้พวกเขาไม่วนกลับมาทำผิดซ้ำอีก

นอกจากนี้ กีฬามวยไทยยังช่วยขัดเกลาจิตใจและสร้างระเบียบวินัยได้อย่างยอดเยี่ยม กฎกติกาบนสังเวียนได้เปลี่ยนวัฒนธรรมภายในเรือนจำ จากเดิมที่อาจมีปัญหาเรื่องผู้มีอิทธิพล หรือ“ขาใหญ่”แต่เมื่อมีกีฬาเข้ามา ก็เกิดเป็นความมีน้ำใจนักกีฬา มีความเป็นพี่เป็นน้อง ส่งผลให้ปัญหาการทะเลาะวิวาทลดลงไปอย่างมาก

'มวยไทย' พลิกชีวิตจากหลังกำแพง 'กำลังใจ...THAI FIGHT' สร้างโอกาส

จากห้องขังสู่ชีวิตใหม่ค่าตัวหลักแสน

กรณี“เผด็จศึก ศ.บ้านอินทรี ลูกพระยม มวยไทยยิม” ถือเป็นตัวอย่างนักโทษที่มีฝีมือการชกมวย และได้มีโอกาสกลับมาขึ้นสังเวียนอีกครั้งในวัย 42 ปี การกลับมาขึ้นชกเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เป็น ทั้งการพิสูจน์ฝีมือ และได้พบกับครอบครัวในรอบ 10 ปี ปัจจุบันค่าตัวของเขาพุ่งสูงถึงหลักแสนบาท นอกจากนี้ ยังมีนักมวยผู้ต้องราชทัณฑ์อีก 6คนที่เตรียมเข้าร่วมการแข่งขันในโครงการ พวกเขาต้องตื่นแต่เช้ามาวิ่ง พักผ่อน ซ้อม โดดเชือก และล่อเป้า ฝึ กซ้อมวันละ 3 ชั่วโมง ภายใต้การดูแลของโค้ชและเทรนเนอร์

'มวยไทย' พลิกชีวิตจากหลังกำแพง 'กำลังใจ...THAI FIGHT' สร้างโอกาส

ต่อยอดอาชีพไม่จำกัดแค่นักสู้

ดร.นพพร วาทิน  ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยไฟท์จำกัด กล่าวว่า เป้าหมายของโครงการนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การผลิตนักมวยขึ้นชกบนเวทีเท่านั้น แต่ต้องการใช้มวยไทยเป็น“สะพานแห่งโอกาส”ที่ช่วยพลิกชีวิตและเปิดเส้นทางสู่อาชีพในอนาคต ผู้ต้องราชทัณฑ์ที่ผ่านการฝึกฝน ไม่ได้ถูกผูกมัดว่าจะต้องเป็นเพียงนักชก แต่ยังสามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพเป็น เทรนเนอร์ กรรมการมวย ครูฝึก หรือแม้กระทั่งเปิดค่ายมวยเป็นของตนเองได้

ทักษะเหล่านี้เป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาดแรงงานทั้งในและต่างประเทศ เพราะมวยไทยกำลังเติบโตทั่วโลก ชาวต่างชาติจำนวนมากชื่นชมในศิลปะแม่ไม้มวยไทย การแข่งขัน“THAI FIGHT LEAGUE”ในรูปแบบ“มวยคาดเชือก”จะถูกใช้เป็นเวทีแห่งโอกาส เพื่อคัดเลือกผู้ที่มีศักยภาพเข้าสู่วงการ เป็นการทำงานอย่างรอบด้าน ทั้งร่างกายและจิตใจ เสริมสร้างสมรรถภาพ ลดความเครียด และถ่ายทอดคุณค่าของการ“รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย”

“บางครั้งมวยไทยก็เปลี่ยนชีวิตคนได้และเปลี่ยนได้หลายอย่าง ช่วงเวลาการฝึกซ้อมที่หนักก็จะช่วยทำให้เขาได้ในเรื่องของระเบียบวินัยและเจอสิ่งดีๆตอนออกไป”ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยไฟท์จำกัด กล่าว

'มวยไทย' พลิกชีวิตจากหลังกำแพง 'กำลังใจ...THAI FIGHT' สร้างโอกาส

'มวยไทย' พลิกชีวิตจากหลังกำแพง 'กำลังใจ...THAI FIGHT' สร้างโอกาส

'มวยไทย' พลิกชีวิตจากหลังกำแพง 'กำลังใจ...THAI FIGHT' สร้างโอกาส

'มวยไทย' พลิกชีวิตจากหลังกำแพง 'กำลังใจ...THAI FIGHT' สร้างโอกาส