องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) หรือ TGO ส่งสัญญาณเตือนภาคธุรกิจไทย เวลาเหลือน้อยกว่า 4 ปีในการคุมอุณหภูมิโลก
KEY POINTS
- อบก. เตือนว่าเหลือเวลาไม่ถึง 4 ปีในการควบคุมอุณหภูมิโลก ซึ่งวิกฤตินี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนของภาคธุรกิจ
- ชู "คาร์บอนเครดิต" เป็นเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ที่สำคัญ เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันให้ธุรกิจไทยในเวทีโลก
- เตรียมแผนลดอุปสรรคด้านต้นทุนและความซับซ้อน พร้อมพัฒนาแพลตฟอร์มใหม่เพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจ โดยเฉพาะ SME เข้าถึงกลไกคาร์บอนเครดิตได้ง่ายขึ้น
องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) หรือ TGO ส่งสัญญาณเตือนภาคธุรกิจไทย เวลาเหลือน้อยกว่า 4 ปีในการคุมอุณหภูมิโลก ชี้ "คาร์บอนเครดิต" ไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อมแต่คือเครื่องมือเศรษฐศาสตร์สำคัญ เร่งแก้ปม "ต้นทุน-ความยุ่งยาก" พร้อมเปิดแพลตฟอร์มใหม่หนุน SME เข้าสู่ Scope 3 เสริมศักยภาพการแข่งขันบนเวทีการค้าโลก
เคาท์ดาวน์ 1.5 องศา วิกฤติ
ส่งผลถึง "ต้นทุน" ตัวแทน TGO ระบุว่า ปัจจุบันโลกเหลือเวลาอีกเพียงประมาณ 3 ปี 91 วัน ในการควบคุมอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศา ตามเป้าหมาย ซึ่งผลกระทบจาก Climate Change ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคการผลิต เช่น ปัญหาผลิตผลทางการเกษตรลดลง (หมูผอม ไก่ไม่ไข่ ผักไม่โต) ซึ่งจะนำไปสู่ภาวะสินค้าแพงและต้นทุนการจัดการที่สูงขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้
คาร์บอนเครดิต เครื่องมือการเงินเพื่อสิ่งแวดล้อม
ในมุมมองของ TGO การขับเคลื่อนเรื่อง Climate Change มีความได้เปรียบกว่าเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) เนื่องจากมี "คาร์บอนเครดิต" เป็นเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์และการเงินที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าจุดอ่อนที่สำคัญในปัจจุบันคือ "ต้นทุน" ในการดำเนินการที่สูง และความยุ่งยากซับซ้อนในการทำรายงาน
กางแผนปลดล็อก Pain Point ภาคธุรกิจ เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว TGO เตรียมผลักดันนโยบายเพื่อสนับสนุนภาคเอกชน ดังนี้
- ลดต้นทุนและขั้นตอน: เตรียมโครงการลดค่าทดสอบและลดจำนวนวันที่ใช้ในการตรวจสอบ (Day)
- แพลตฟอร์มรายงานผล: พัฒนาแพลตฟอร์มการรายงานที่ง่ายขึ้นและเป็นรูปแบบเดียวกัน ทั้งฝั่งผู้ผลิตและผู้รายงาน
- หนุน SME เข้าสู่ Scope 3: เร่งสร้างกลไกสนับสนุนกลุ่ม SME และ Supply Chain ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ เพราะก๊าซเรือนกระจกกว่า 80-90% เกิดขึ้นใน Scope 3
สร้าง "แต้มต่อ" การแข่งขันระดับสากล TGO เชื่อมั่นว่าหากประเทศไทยสามารถจัดการข้อมูล Carbon Footprint ขององค์กรและผลิตภัณฑ์ได้อย่างเป็นระบบ จะกลายเป็น "ข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน" ในเวทีโลก โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญกับมาตรการอย่าง CBAM ของยุโรป
ภาคธุรกิจสามารถร่วมพัฒนา Methodology
การให้ข้อมูลและความรู้เชิงลึกในแต่ละสายธุรกิจ อบก. ต้องยอมรับว่าเจ้าหน้าที่อาจไม่ได้มีความเชี่ยวชาญในรายละเอียดของทุกประเภทธุรกิจ ดังนั้นภาคธุรกิจจึงเป็นกลไกสำคัญที่จะต้อง ให้ความรู้ ข้อมูล และสะท้อนมุมมองด้านเทคนิค ของธุรกิจตนเอง เพื่อให้ อบก. นำไปพัฒนา Methodology ที่สอดคล้องกับความต้องการและบริบทการทำงานจริง
การใช้เวทีจัดกิจกรรมร่วมกัน อบก. เชิญชวนให้ภาคธุรกิจใช้ เวทีเสวนาหรือกิจกรรมสาธารณะ ที่จัดขึ้นร่วมกับ อบก. เป็นพื้นที่ในการทำกิจกรรมร่วมกันและสะท้อนปัญหาที่พบ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาเครื่องมือที่ภาคธุรกิจสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในเชิงพาณิชย์
ซึ่งการสะท้อนปัญหาผ่านช่องทางนโยบาย หากภาคธุรกิจพบปัญหาหรือความยุ่งยากในเรื่องกลไกคาร์บอน สามารถ สะท้อนปัญหาผ่านประธานคณะกรรมการของ TGO (คุณวิจารณ์) ได้โดยตรง เพื่อให้ทาง TGO นำไปปรับปรุงการทำงานและแก้ปัญหาให้ตรงจุด
การเข้ามามีส่วนร่วมนี้จะช่วยลดปัญหาการพัฒนา Methodology ที่ทำออกมาแล้วไม่ตรงความต้องการ หรือไม่สามารถนำไปใช้งานจริงได้ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการสร้างแต้มต่อทางการค้าของภาคธุรกิจไทยในระดับสากล





