วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

สปสช.นำร่อง จ.นครสวรรค์ ดัน ‘วัด’ เป็น ‘ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพ’

สปสช.นำร่อง จ.นครสวรรค์ ดัน ‘วัด’ เป็น ‘ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพ’

สปสช.จับมือคณะสงฆ์ พร้อมส่วนราชการ จ.นครสวรรค์ 19 หน่วยงาน ขับเคลื่อนความร่วมมือพลัง “บวร” สร้างสังคมสุขภาวะ เล็งใช้กลไก “อ.ป.ต.” ในวัดกว่า 129 แห่งทั่วจังหวัดเป็น “ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพวิถีพุทธ” กระจายข้อมูลข่าวสารสาธารณสุข-ให้ความรู้ระบบหลักประกันสุขภาพ

เมื่อเร็วๆ นี้ พระเทพปริยัติเมธี เจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ และ คณะสงฆ์จังหวัดนครสวรรค์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ นำโดย นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และตัวแทนส่วนราชการรวม 19 หน่วยงาน ร่วมกันลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือดำเนินการตามแผนการขับเคลื่อนความร่วมมือพลังบวร (บ้าน วัด ราชการ) เสริมสร้างสังคมสุขภาวะ โดยกลไกหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบล (อ.ป.ต.) นำร่อง จังหวัดนครสวรรค์ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565-2567

สำหรับแผนดังกล่าว เป็นความร่วมมือระหว่างคณะสงฆ์จังหวัดนครสวรรค์ กับจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมด้วยส่วนราชการในจังหวัดและระดับเขต รวม 19 หน่วยงาน ที่จะขับเคลื่อนงานตามธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์ พ.ศ. 2560 ด้วยการปฏิบัติตามหลักธรรม 8 ประการของ อ.ป.ต. เป็นแนวทางการดำเนินชีวิต ยึดหลัก "บวร" คือ บ้าน วัด และโรงเรียนหรือราชการ ร่วมแรงร่วมใจในการนำพาสังคมเป็นสังคมสุขภาวะ เกิดความสงบ ร่มเย็น ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความมั่นคงและปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินโดยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

พระเทพปริยัติเมธี เจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ เปิดเผยว่า ภายใต้แผนการขับเคลื่อนนี้จะใช้กลไก อ.ป.ต. ใน จ.นครสวรรค์ ซึ่งมีทั้งสิ้น 129 แห่ง หรือตำบลละ 1 วัด เพื่อร่วมส่งเสริมและสร้างสิ่งที่เป็นคุณประโยชน์แก่ประชาชน ก่อให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างวัดกับชุมชน และนำหลักธรรมทางพุทธศาสนามาพัฒนาชุมชน ส่งเสริมสุขภาพกายและใจ ส่งเสริมการศึกษา พัฒนาสัมมาชีพและสงเคราะห์ชุมชน โดยดำเนินงานร่วมกับ 19 หน่วยงาน และภาคีเครือข่ายอีก 9 หน่วยงาน เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายของธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์ คือ “พระแข็งแรง วัดมั่นคง ชุมชนเป็นสุข”

 

  • "วัด" เป็นศูนย์ประสานงานหลักสุขภาพแห่งชาติ

“ในอดีตวัดนั้นเป็นศูนย์กลางของประชาชน ไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องไปที่วัด ซึ่งกลไก อ.ป.ต. นั้นเกิดขึ้นโดยคณะสงฆ์ตั้งแต่ปี 2518 มีหน้าที่ส่งเสริมและสร้างสิ่งที่เป็นคุณประโยชน์แก่ประชาชน 8 ด้าน ได้แก่ ด้านศีลธรรมและวัฒนธรรม ด้านสุขภาพอนามัย ด้านสัมมาชีพ ด้านสันติสุข ด้านศึกษาสงเคราะห์ ด้านสาธารณสงเคราะห์ ด้านกตัญญูกตเวทิตาธรรม และด้านสามัคคีธรรม โดยความร่วมมือของพลัง บวร ในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสดีที่จะบรรลุหลักธรรม 8 ด้านดังกล่าวให้สำเร็จ และหวังเป็นต้นแบบที่ขยายสู่พื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศได้ต่อไป” พระเทพปริยัติเมธี กล่าว

นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ กล่าวว่า หน่วยงานราชการมีหน้าที่ในการดูแลทุกข์สุขของประชาชน และการดำเนินการในชุมชนนั้นต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายในชุมชน โดยเฉพาะวัดหรือพระสงฆ์ ซึ่งนับเป็นภาคีเครือข่ายที่สำคัญอย่างยิ่งในชุมชน และหน่วยราชการเกือบทั้งหมดก็มีการทำงานร่วมกับพระสงฆ์อยู่แล้วในหลายๆ ด้าน

“การจัดทำบันทึกข้อตกลงครั้งนี้จะถือเป็นการบูรณาการทำงานระหว่างคณะสงฆ์ ร่วมกับหน่วยงานราชการอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีการกำหนดแผนงาน โครงการ และตัวชี้วัดที่ชัดเจน ครอบคลุมทั้ง 4 แผนงาน และ 7 โครงการย่อย ภายใต้แผนระยะ 3 ปี ซึ่งจะมีการติดตามประเมินผลเพื่อปรับปรุงการดำเนินงานอย่างเป็นระบบเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมาย” นายชยันต์ กล่าว

 

  • ดึงจุดแข็ง อ.ป.ต.ช่วยดูแลสุขภาพประชาชน

ขณะที่ นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า แม้แนวคิดการของใช้วัดเพื่อเป็นกลไกในการขับเคลื่อนและสนับสนุนงานด้านสาธารณสุขนั้นจะมีมานาน แต่ที่ผ่านมาอาจยังไม่ค่อยปรากฏให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตามในช่วงสถานการณ์โควิด-19 วัดได้กลายเป็นพื้นที่สำคัญในการสนับสนุนหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยในการตรวจหาเชื้อโควิด-19 หรือการทำหน้าที่เป็นศูนย์พักคอย หรือศูนย์กักตัวให้กับทั้งพระสงฆ์และประชาชน

นพ.จเด็จ กล่าวว่า เมื่อเห็นถึงจุดแข็งของ อ.ป.ต. ใน จ.นครสวรรค์ ซึ่งมีถึง 129 แห่ง สปสช.จึงได้วางแผนและประสานกับเจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ เพื่อที่จะส่งเสริมให้เป็น “ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพวิถีพุทธ” โดยจะพัฒนาเป็นศูนย์ต้นแบบ 29 แห่ง ภายในปี 2565 หลังจากนั้นจะพัฒนาต่อเนื่องจนครบ 129 แห่งภายใน 3 ปี นอกจากนี้ยังได้ความกรุณาจากรองเจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ ที่จะมีการเตรียม “กัณฑ์เทศน์ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ” เพื่อสื่อสารให้กับประชาชนที่มาทำบุญที่วัดในเทศกาลสำคัญอีกด้วย

“หลังจากนี้วัดก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ที่จะช่วยให้ประชาชนได้รับฟังข้อมูลข่าวสารด้านสาธารณสุข ให้ความรู้คำแนะนำเกี่ยวกับระบบหลักประกันสุขภาพ ระบบบริการสุขภาพต่างๆ ส่งเสริมการใช้งบกองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น รวมถึงประเด็นสุขภาพอื่นๆ หรือหากประชาชนไม่พอใจในระบบบริการ ก็สามารถใช้พื้นที่วัดในการแลกเปลี่ยนพูดคุย นำเสนอข้อมูลต่างๆ เพื่อมาปรับปรุงระบบบริการในอนาคตได้ และเมื่อดำเนินการได้อย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม ก็จะมีโอกาสขยายไปสู่พื้นที่อื่นทั่วประเทศต่อไป” เลขาธิการ สปสช. กล่าว

  •  "คณะพระสงฆ์ และ19 หน่วยงาน" เสริมสร้างสุขภาพ

ด้าน พญ.ศรินนา แสงอรุณ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ กล่าวว่า ในส่วนของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้มีโครงการสร้างเสริมสุขภาพพระสงฆ์มาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการจัดอบรมพระคิลานุปัฏฐาก หรือพระอาสาสมัครส่งเสริมสุขภาพประจำวัด (อสว.) ซึ่งการมี อ.ป.ต. ทั้ง 129 แห่งมาเป็นหน่วยงานหลักของคณะสงฆ์ จะเป็นทิศทางที่ดีในการดำเนินการพระคิลานุปัฏฐากอย่างเป็นระบบ และเพิ่มให้ครอบคลุมทุกวัดภายใน 3 ปี ซึ่งจะเป็นผลดีต่อสุขภาพพระสงฆ์และประชาชนในชุมชน

อนึ่ง ส่วนราชการจำนวน 19 หน่วยงาน ที่ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงดังกล่าว ประกอบด้วย 1. คณะสงฆ์จังหวัดนครสวรรค์ 2. จังหวัดนครสวรรค์ 3. คณะกรรมการอำนวยการอบรมประชาชนประจำจังหวัดนครสวรรค์ (อ.ป.จ.) 4. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครสวรรค์ 5. สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 3 นครสวรรค์ 6. ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ 7. ที่ทำการปกครองจังหวัดนครสวรรค์ 8. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครสวรรค์

9. สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครสวรรค์ 10. สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครสวรรค์ 11. สำนักงานส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดนครสวรรค์ 12. สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครสวรรค์ 13. สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครสวรรค์ 14. สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดนครสวรรค์ 15. มณฑลทหารบกที่ 31 16. องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์ 17. กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ 18. สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 4 (นครสวรรค์) 19. ศูนย์สุขภาพจิตที่ 3