"เปิดประเทศ" ม.ค. 4 วัน พบเชื้อ 605 ราย เป็น Test & Go กว่า 409 ราย

"เปิดประเทศ" ม.ค. 4 วัน พบเชื้อ 605 ราย เป็น Test & Go กว่า 409 ราย

"ศบค." เผย "เปิดประเทศ" ม.ค. 4 วัน เข้าประเทศ 19,311 ราย ติดเชื้อ 605 ราย เป็นระบบ Test & Go กว่า 409 ราย คิดเป็น 2.12% แนะ "หลังปีใหม่" ตรวจ ATK ก่อนเข้าทำงาน โดยเฉพาะประชาชนจากจังหวัดเสี่ยง หากผลเป็นบวก ให้โทร 1330 แยกตัวเอง ลงทะเบียน Home isolation หรือ Community isolation

วันนี้ (5 ม.ค. 65) ที่ทำเนียบรัฐบาล “พญ.สุมนี วัชรสินธุ์” ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค รายงาน "สถานการณ์โควิด-19" สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์แรกที่หลังจากเทศกาล "ปีใหม่" สถานการณ์ทั่วโลกมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้น 2,136,935 ราย ติดเชื้อสะสม 295,550,360 ราย เสียชีวิต 6,574 ราย เสียชีวิตสะสม 5,473,511 ราย คิดเป็น 1.85% รักษาหายแล้ว 256,083,119 ราย

 

  • อันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด

 

1. สหรัฐอเมริกา จำนวน 58,040,720 ราย

2. อินเดีย จำนวน 35,011,990 ราย

3. บราซิล จำนวน 22,323,837 ราย

4. สหราชอาณาจักร จำนวน 13,641,520 ราย

5. ฝรั่งเศส จำนวน 10,589,505 ราย

 

ประเทศไทย อยู่ในอันดับที่ 25 จำนวน 2,239,475 ราย จากรายงานทั่วโลกวันนี้ พบว่าเป็นไปตามคาดการณ์ คือ มีผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่อัตราการเสียชีวิตยังไม่เพิ่มขึ้นมาก คือ 1.85%

 

  • "เปิดประเทศ" 1-4 ม.ค. ติดเชื้อ 605 ราย 

 

รายงานผู้ติดเชื้อรายวันที่มาจากนักเดินทางมาจากต่างประเทศ ตั้งแต่ 1 – 4 ม.ค. 65 จะเห็นว่า มีผู้ติดเชื้อเข้ามาในประเทศยอดสะสม 605 ราย ผู้ติดเชื้อในรูปแบบนักท่องเที่ยว Test & Go ทิศทางสูงอย่างต่อเนื่อง

 

หากดูตั้งแต่ช่วง พ.ย. รูปแบบ Test & Go มีการติดเชื้ออยู่ที่ 0.08% ขณะที่ ธ.ค. 64 มียอดผู้ติดเชื้อสูงขึ้นเป็น 0.38% และล่าสุด ม.ค. 65 ผ่านมา 4 วัน ติดเชื้อ 409 ราย อยู่ที่ 2.12% สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รองลงมา คือ ระบบแซนด์บ็อกซ์ โดยวันนี้มีรายงานผู้ติดเชื้อในระบบแซนด์บ็อกซ์ 30 ราย ขณะที่ การติดเชื้อในแบบกักตัว 24 ราย

 

"เปิดประเทศ" ม.ค. 4 วัน พบเชื้อ 605 ราย เป็น Test & Go กว่า 409 ราย

  • เข้าประเทศ ส่วนใหญ่พบเชื้อในวันแรก

 

รายละเอียดผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ ทั้งหมด 169 ราย ณ วันที่ 5 ม.ค. 65 เป็นแบบ Test & Go 67% แซนด์บ็อกซ์ 18% และแบบกักตัว 15% นักท่องเที่ยวที่เข้ามาและติดเชื้อทั้ง 169 ราย พบว่า มีการติดเชื้อตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาหรือ Day 0 อยู่ที่ 74 ราย 43.79% วันที่ 1-3 จำนวน 24 ราย 14.20% และพบมากในวันที่ 4-7 ที่มีการตรวจติดตาม 55 ราย 32.54% ส่วนหลังวันที่ 7 พบ 16 ราย 9.47%

 

"เปิดประเทศ" ม.ค. 4 วัน พบเชื้อ 605 ราย เป็น Test & Go กว่า 409 ราย

 

  • สหราชอาณาจักร ติดเชื้ออันดับ 1

 

สำหรับผู้ติดเชื้อ 169 ราย ในวันที่ 5 ม.ค. กว่า 85.21% เป็นชาวต่างชาติ และ กว่า 50.89% ติดเชื้อไม่มีอาการ และเกือบ 9% ติดเชื้อแต่มีอาการน้อย จะเห็นว่าช่วงวัยของการติดเชื้อ 20-49 ปี หากจำแนกตามประเทศต้นทาง 5 อันดับ แรก 1-4 ม.ค. 65 ได้แก่ 

สหราชอาณาจักร 5.92%

สหรัฐอเมริกา 5.30%

เยอรมนี 2.85%

สวีเดน 2.33%

ฝรั่งเศส 2.17%

 

"เปิดประเทศ" ม.ค. 4 วัน พบเชื้อ 605 ราย เป็น Test & Go กว่า 409 ราย

 

  • 10 อันดับ ติดเชื้อในไทยสูงสุด

 

สำหรับ 10 อันดับ ติดเชื้อรายวันสูงสุด อันดับ 1 ยังเป็นชลบุรี ติดเชื้อ 529 ราย ถัดมา ได้แก่ กทม. อุบลราชธานี สมุทรปราการ ขอนแก่น ภูเก็ต เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช พัทลุง นนทบุรี นอกจากนี้ ยังพบการติดเชื้ออีกหลายจังหวัด และ นราธิวาส และ อำนาจเจริญ เป็น 2 จังหวัดที่ ไม่มีรายงานการติดเชื้อ

 

"เปิดประเทศ" ม.ค. 4 วัน พบเชื้อ 605 ราย เป็น Test & Go กว่า 409 ราย

  • พบหลาย "คลัสเตอร์" ระบาดทั่วประเทศ

 

ทั้งนี้ จากวันหยุดเทศกาลปีใหม่จนถึงวันนี้ จะพบในหลายคลัสเตอร์ ได้แก่ แคมป์คนงาน กทม. , โรงงานสถานประกอบการ ขอนแก่น ร้อยเอ็ด มุกดาหาร , พิธีกรรมทางศาสนา งานแต่ง หนองคาย ชัยภูมิ , ทำบุญขึ้นบ้านใหม่ ปราจีนบุรี , โรงเรียน สถานศึกษา กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ลพบุรี , ตลาด ระยอง ขอนแก่น กทม. ปราจีนบุรี ชลบุรี ประจวบคีรีขันธุ์ ปทุมธานี

 

ขณะที่คลัสเตอร์ที่ทาง ศบค. เป็นห่วง คือ คลัสเตอร์ที่มีการแพร่ระบาดในร้านอาหารกึ่งผับบาร์ จะพบที่ เชียงใหม่ ในสถานบันเทิงแถวนิมมานต์ นอกจากนี้ ยังพบที่พะเยา ขอนแก่น ชลบุรี มหาสารคาม สถานบันเทิงอุดรธานี ร้านสถานบันเทิงอุบลราชธานี รวมถึงในกทม.

 

  • ห่วงร้านอาหารระบาดเหมือนระลอก 3

 

พญ.สุมนี กล่าวต่อไปว่า คลัสเตอร์ร้านอาหารที่รายงานเข้ามาในช่วงเทศกาลปีใหม่ มีการสอบสวนโรค พบว่า เป็นการติดเชื้อในร้านอาหารกึ่งผับ เรียกว่าเป็นสถานบันเทิงที่ฝ่าฝืนเปิดให้บริการ ไม่ได้เปิดภายใต้มาตรการความปลอดภัย พบว่า สิ่งแวดล้อมในร้านปิดทึบ อากาศไม่ไหลเวียน ไม่ได้จำกัดจำนวนคน ทำให้มีความหนาแน่นมาก และมีการส่งเสริมการขายสุรา จำหน่ายสุรา โดยผู้ไปใช้บริการ มีการกินดื่ม สังสรรค์ ใช้เวลาในระยะเวลานาน พฤติกรรมของคนที่ไปทำกิจกรรมกินดื่มสังสรรค์ในร้านอาหารกึ่งผับบาร์เหล้านี้ มีความน่าเป็นห่วง เพราะในคืนหนึ่งก็จะไปหลายร้าน

 

จากการซักประวัติ จากผู้ติดเชื้อ พบว่า ร้านอาหารเหล่านี้เปิดมาตั้งแต่ช่วงก่อนปีใหม่ กลางธ.ค. และเปิดให้บริการมาตลอด โดย กระทรวงสาธารณสุข กรมควบคุมโรค ได้มีความห่วงใย เนื่องจากว่า ร้านอาหารในลักษณะนี้ มีการติดเชื้อ แพร่ระบาด จำนวนมากจะเป็นต้นเหตุให้เกิดการแพร่ระบาดในชุมชน และลงไปในระดับครอบครัว คล้ายกับการระบาดระลอก 3 ที่ผ่านมา ที่เกิดการระบาดในทองหล่อ เหตุการณ์ตอนนั้นกว่าจะควบคุมสถานการณ์ได้ ก็ใช้เวลานานมาก

 

"เปิดประเทศ" ม.ค. 4 วัน พบเชื้อ 605 ราย เป็น Test & Go กว่า 409 ราย

 

  • การ์ดตก อาจติดเชื้อหลายหมื่น

 

พญ.สุมนี กล่าวต่อไปว่า การคาดการณ์ผู้ติดเชื้อภาพรวมประเทศหลังเทศกาลปีใหม่ โดยสถานการณ์จริง พบว่า หลังปีใหม่เส้นกราฟกระดกขึ้น ต้องดูว่าใน 2 สัปดาห์นี้ จะมีโอกาสผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นจะเป็นไปตามเส้นสีส้มหรือสีเทาหรือไม่

 

หากเป็นไปตามเส้นสีส้ม หมายความว่า แม้จะมีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก แต่พี่น้องประชาชน ยังปฏิบัติตามมาตรการ VUCA หรือได้รับวัคซีนครบ มีการป้องกันตนเองขั้นสูงสุด เว้นระยะห่าง ใส่หน้ากาก ล้างมือ มีการตรวจ ATK สม่ำเสมอ

 

แต่หากพี่น้องประชาชนไม่ได้ทำตามมาตรการความปลอดภัย หรือ หน่วยงาน องค์กรมีการหละหลวม ของการจัดการโควิด อาจพบคนติดเชื้อในช่วง 2 สัปดาห์หลายหมื่น ดังนั้น มาตรการป้องกันตัวสูงสุด ฉีดวัคซีนให้ครบ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงสูง ควรจะรีบไปรับวัคซีน เป็นการคาดการณ์จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ ในช่วงหลังจากเทศกาลปีใหม่ซึ่งช่วงนี้มีการแพร่ระบาดของสายพันธุ์โอมิครอน

 

"เปิดประเทศ" ม.ค. 4 วัน พบเชื้อ 605 ราย เป็น Test & Go กว่า 409 ราย

 

  • อัตราผู้เสียชีวิตยังไม่เพิ่มขึ้น แต่วางใจไม่ได้

 

ทั้งนี้ คาดการณ์ผู้เสียชีวิต ตามรายงานจริง ตอนนี้แม้จะมีการระบาดของโอมิครอน แต่จำนวนผู้เสียชีวิต ไม่ได้เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ การที่ไม่ให้จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่ม ไม่ให้ผู้ป่วยหนักเพิ่ม ต้องให้กลุ่มเสี่ยงไปฉีดวัคซีนให้ครบ 2 เข็ม โดยไทย ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม 64.1%

 

"เพราะฉะนั้น หากติดเชื้ออัตราการป่วยหนัก เสียชีวิต ยังต่ำอยู่ แต่ไว้วางใจไม่ได้ เพราะยังมีคนที่ยังได้รับวัคซีนไม่ครบ หรือยังไม่ได้ฉีดเลย จะเป็นกลุ่มเสี่ยงการติดเชื้อ และมีโอกาสเข้าสู่การรักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น" 

 

"เปิดประเทศ" ม.ค. 4 วัน พบเชื้อ 605 ราย เป็น Test & Go กว่า 409 ราย

 

  • ติดตามอาการหลังปีใหม่ โดยเฉพาะจังหวัดเสี่ยง

 

ขณะเดียวกัน ในสัปดาห์นี้หลังเทศกาลปีใหม่ พบว่า มีคนที่กลับต่างจังหวัดจำนวนมาก และอยู่ในช่วงที่กลับมาทำงาน ขอความร่วมมือให้มีกาตรวจ ATK ก่อนกลับเข้าทำงาน โดยเฉพาะประชาชนที่มาจากจังหวัดมีความเสี่ยง มีการติดเชื้อจำนวนมาก คือ ชลบุรี เชียงใหม่ อุบลราชธานี ขอนแก่น มหาสารคาม อุดรธานี ยโสธร กาฬสินธุ์ ภูเก็ต และยะลา นอกจากนี้ WFH ให้ได้มากที่สุด

 

และติดตามอาการของตนเอง มีไข้ ปวดเมื่อย ไอ เจ็บคอ หรือไม่ ให้คัดกรอง ATK หรือ ประเมินความเสี่ยงด้วยแอปฯ Thai save Thai ของกรมอนามัย หากผลเป็นบวก ให้โทรไปที่สายด่วน สปสช. 1330 แยกตัวเอง ลงทะเบียนรักษาตัวที่บ้าน Home isolation หรือ Community isolation หากในต่างจังหวัด ให้ติดต่อสถานพยาบาลใกล้บ้าน ที่สำคัญ ระยะนี้เลี่ยงพบกับผู้สูงอายุ เด็กเล็ก

 

"เปิดประเทศ" ม.ค. 4 วัน พบเชื้อ 605 ราย เป็น Test & Go กว่า 409 ราย

 

  • ย้ำสถานประกอบการ คัดกรองหลังปีใหม่

 

การเปิดกิจการหลังปีใหม่ ที่เป็นสถานประกอบการ โรงงาน ต้องมีการตรวจคัดกรองเจ้าหน้าที่ ก่อนกลับมาทำงาน ด้วย ATK ต้องย้ำว่า หากใน โรงงานมีผู้ติดเชื้อ ไม่ต้องปิดโรงงาน แต่ทำมาตรการบับเบิ้ล แอนด์ ซีล เพื่อจำกัดการติดเชื้อและทำการรักษาในระบบโรงงาน สถานประกอบการนั้นๆ

 

และในโรงเรียน ในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา พบว่ามีหลายโรงเรียนติดเชื้อ ปิดการเรียนการสอน ต้องเรียนออนไลน์ ศบค. มีความห่วงใยผู้ปกครอว ที่ต้องดูแลลูกที่ช่วงก่อนหน้านี้ ต้องเรียนออนไลน์ หลังจากปีใหม่ ได้มีการขอให้ทางจังหวัด พื้นที่ พิจารณา ปิด หรือเปิดโรงเรียนตามความเหมาะสมของสถานการณ์ หากสถานดีขึ้นจะมีการพิจารณาเปิดการเรียนการสอนได้ตามปกติ

 

"ที่ประชุม ศบค. ชุดเล็ก มีการพูดคุยถึงมาตรการในการรองรับผู้ติดเชื้อ ใน 2 สัปดาห์นี้หากมีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก จะต้องมีการจัดการอย่างไร ที่ประชุม จะมีการให้ทุกจังหวัด โดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด มีการรองรับเคสของผู้ติดเชื้อที่จะเพิ่มขึ้น ซักซ้อมระบบกักรักษาที่บ้าน รักษาในชุมชน เน้นให้ HI/CI เป็นหน้าที่ของส่วนราชการในระดับท้องถิ่น ที่ต้องมีการเตรียมการ ในขณะเดียวกัน ต้องมีการประสานงาน ระบบสาธารณสุข เพื่อรองรับทรัพยากร ในกรณีที่ต้องมีการรักษาใน รพ. เพิ่มเติม" พญ.สุมนี กล่าว