คลองท่อม "เมืองออนเซ็น" ขับเคลื่อน”กระบี่”สู่ Wellness Town

คลองท่อม "เมืองออนเซ็น" ขับเคลื่อน”กระบี่”สู่ Wellness Town

แม้ครม.สัญจรจ.กระบี่ที่ผ่านมา จะเน้นสร้างความเชื่อมั่นการท่องเที่ยวทางทะเลฝั่งอันดามัน แต่สำหรับ”กระบี่”ไม่ได้มีดีเพียงเท่านั้น ยังมีโอกาสผลักดันสู่“น้ำพุร้อน ทาวน์”สร้างการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เพราะมีแหล่งน้ำพุร้อน หากมีการพัฒนาจะเทียบชั้น “ออนเซ็น”!  

     ปรีชา พูลโภคผล  ประธานสโมสร น้ำพุร้อนไทย  ให้มุมมองว่า จ.กระบี่ มีความโดดเด่นที่จะพัฒนาเป็นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ(Health & Wellness Tourism) ใน 7 เรื่อง ประกอบด้วย 1.สปาชายทะเล(Seaside Wellness) ซึ่งมีบ่อโคลนผุดเหมือนบ่อโคลนที่จ.แม่ฮ่องสอน 2.เมืองน้ำพุร้อน (Hot Spring Town)โดยเฉพาะอ.คลองท่อม สามารถพัฒนาเป็น “เมืองออนเซ็น”ได้ 3.การดูแลสุขภาพแผนไทย(Thai Wellness) 4.ป่าบำบัด(Forest Therapy) กระบี่มีสภาพป่าที่หลากหลาย 5.กิจกรรมกีฬา(Sport  Activities) เช่น ปั่นจักรยาย ปีนผา  6.อาหารสุขภาพ(Wellness Cuisine) และ 7.กิจกรรมชมวัฒนธรรมและวัดต่างๆ(Spiritual Activities)

คลองท่อม "เมืองออนเซ็น" ขับเคลื่อน”กระบี่”สู่ Wellness Town

คลองท่อมเมืองออนเซ็น

         สำหรับโอกาสของการขับเคลื่อน “คลองท่อม”สู่เมืองน้ำพุร้อน หรือ ออนเซ็นนั้น เมื่อปี 2557 สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เสนอให้พัฒนาน้ำพุร้อนทั้งประเทศใน 27 จังหวัดเป็นที่อาบน้ำสาธารณะ และเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ ยกระดับเป็น Wellness หรือการดูแลสุขภาพ  และหากทำได้ควรต่อยอดเป็น “เมืองน้ำพุร้อน” หรืออย่างน้อยเป็น “หมู่บ้านน้ำพุร้อน” จะสร้าง เศรษฐกิจดึงดูดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เป็นแม่เหล็กดึงนักท่องเที่ยว เพื่อสร้างเศรษฐกิจต่อเนื่อง

  แบ่งเป็น 7 เส้นทาง เนื่องจากจะสนับสนุนทั้ง 27 จังหวัดอาจจะไม่ไหว โดยในภาคใต้ได้รับการเสนอให้ทำเส้นทางอันดามัน คือ น้ำพุร้อน ระนอง พังงา กระบี่ ตรัง สตูล เพื่อเป็นเส้นทางเสริมการท่องเที่ยวอันดามันให้มีความหลากหลาย สร้างจุดดึงดูดใหม่ จากเดิมที่มีแค่ทะเล ล่าสุดมีเรื่องของ Wellness หากทำได้ประเทศไทยจะอยู่ในเวทีการท่องเที่ยวยุคใหม่หลังโควิด-19

      เนื่องจากเป็นการตอบโจทย์มิติสุขภาพ ซึ่งคู่แข่งยังมีไม่มาก จะมีคู่แข่งใหญ่ๆ คือ ญี่ปุ่น อนาคตก็จะเกิดวิสาหกิจที่เกี่ยวกับWellness เกิดขึ้นจำนวนมาก เช่น อาหาร น้ำพุร้อน สปา การท่องเที่ยวเสริมต่างๆ และที่พัก หมายถึงเม็ดเงินที่จะได้เต็มๆ กับพื้นที เป็นวิธีสร้างงาน สร้างรายได้ที่ดีที่สุด ใช้โครงสร้างเดิม เพียงแต่ต่อยอดนิดเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

คลองท่อม "เมืองออนเซ็น" ขับเคลื่อน”กระบี่”สู่ Wellness Town

         ในฐานะประธานสโมสรน้ำพุร้อนไทยและเจ้าของวารีรัก ฮ็อต สปริง แอนด์ เวลเนส ปรีชา บอกว่า อ.คลองท่อมมีแหล่งน้ำพุร้อนในทุกตำบลโดยพื้นที่ 90 %อยูในความรับผิดชอบขององค์การบริการส่วนตำบล(อบต.)และอุทยานแห่งชาติ  อย่างไรก็ตาม  มีการศึกษาเป็นแผนแม่บทของเมืองสปาคลองท่อมแล้ว แต่จุดเริ่มต้นที่ยังขาด คือ การให้เงินก้อนหนึ่ง เพื่อให้แนวคิดที่วิจัยเรื่อง "สปาทาวน์คลองท่อม" ได้รับการออกแบบ เพื่อจะของบประมาณจากกระทรวง ทบวง กรมได้
        เพราะถ้าให้ศึกษาสะเปะสะปะจะไม่ได้รูปแบบที่เป็นมาตรฐาน จึงเสนอให้กระทรวงสาธารณสุข หรือกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หรือ กระทรวงมหาดไทย ให้งบฯกับอำเภอที่มีน้ำพุร้อน นำร่อง 1 โครงการ  เมื่อออกแบบเสร็จจะใช้เป็นคัมภีร์ของบฯประจำปี เพราะภารกิจสร้างเมืองเป็นเรื่องของทุกกระทรวงอยู่แล้ว ทำแบบนี้จะง่ายและใช้งบน้อยที่สุด

คลองท่อม "เมืองออนเซ็น" ขับเคลื่อน”กระบี่”สู่ Wellness Town

  เสนอจัดงบฯหนุน"หมู่บ้านน้ำพุร้อน" 

  เสนอให้ลงทุนไปเลย 27 จังหวัด ภายใน 2 ปี เกิดหมู่บ้านน้ำพุร้อน หรือเมืองสปาได้  แต่สารตั้งต้นคือให้งบฯสร้างที่อาบน้ำสาธารณะบวกบริการสปาในบ่อน้ำพุร้อนที่มีศักยภาพ  อย่างที่คลองท่อมมีน้ำพุร้อน 7 ตำบลก็ให้ 7 แห่ง ไม่เกินแห่งละ 15 ล้าน และมีถนนเชื่อมโยงไปแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ เพราะนักท่องเที่ยวไม่ได้มาอาบน้ำตลอดวัน แช่ได้ 2 ชั่วโมง เวลาอื่นๆก็ต้องไปวัด ไปเที่ยว ค้างคืนที่อื่นได้

คลองท่อม "เมืองออนเซ็น" ขับเคลื่อน”กระบี่”สู่ Wellness Town

       “ปัจจุบันมีการใช้ทะเลไปมากและแออัด ทางแก้หนึ่งคือกระจายนักท่องเที่ยว โดยก่อนโควิดระบาด ในเชิงจำนวนนักท่องเที่ยว น้ำพุร้อนพิสูจน์แล้วว่าแค่พัฒนาเป็นสปาน้ำพุร้อน หรือที่อาบน้ำสาธารณะจะดึงดูดนักท่องเที่ยวจากภายนอกที่เป็นคนไทยเข้ามาได้ไม่ต่ำกว่า 10% ถ้ารองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ก็จะได้อีก 10%” 

คุณภาพ"น้ำพุร้อน"คลองท่อม    

  ที่สำคัญ “น้ำพุร้อน”ที่นี่ได้มีการทดสอบคุณภาพและรับรองให้เป็นน้ำพุร้อนดื่มได้ จึงเหมาะที่จะเป็นเมืองน้ำพุร้อน ยกตัวอย่าง บ่อน้ำพุร้อนของวารีรัก มีอุณหภูมิ 38-42 องศาเซลเซียส โดยลึกลงไป 1 กิโลเมตรน้ำจะปรับ 1 องศา แสดงว่าที่นี่แหล่งน้ำจะต้องลึกลงไปใต้ดิน 45 กิโลเมตร มีค่าPHเป็นกลาง สามารถอาบเพื่อความงามได้ และมีอายุน้ำฟอสซิล 50 ปี และเป็นน้ำแร่

คลองท่อม "เมืองออนเซ็น" ขับเคลื่อน”กระบี่”สู่ Wellness Town

เร่งพิจารณาข้อกฎหมาย "น้ำพุร้อน"

          นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.) กล่าวว่า  เรื่องนี้ต้องมีทีมทำงานแล้วสรุปเป็นภาพจังหวัด ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กับหน่วยงานต่างๆ ให้ความสำคัญกับเรื่อง “Wellness Tourism” เพราะเป็นทิศทางใหม่ ซึ่งคงได้มีการหารือในเรื่องข้อเสนอต่อไป  อย่างไรก็ตาม สธ.กำลังพิจารณาเรื่องมาตรฐานของสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ตามพรบ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพพ.ศ.2562 ถ้ากิจการทำมาตรฐานได้เพิ่มมากขึ้น นักท่องเที่ยวก็จะเลือกมาเที่ยวที่ประเทศไทย เช่น มาตรฐานน้ำ ความสะอาด ปลอดภัย

        “คลองท่อมมีจุดเด่นมาก ทั้งน้ำพุร้อน น้ำตกร้อน น้ำพุร้อนเค็ม  กรมทกำลังพยายามหารือกำหนดให้น้ำพุร้อนเป็นสถานประกอบการประเภทตามพรบ.นี้ เพื่อทำให้มีมาตรฐานมากขึ้น สนับสนุนเรื่องWellness Tourismของประเทศ

         อย่างไรก็ตาม ยังติดขัดในเรื่องการนิยามความแตกต่างจากสปาธรรมดา และอาจจะต้องมีการสนับสนุนเรื่องงบประมาณบางส่วนในการเริ่มโครงการ ต้องหารือกับคณะทำงาน  สธ.อาจไม่งบฯ แต่เรื่องนี้บูรณาการกันได้หลายกระทรวง และท้องถิ่นเป็นหลักสำคัญ