background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

ทำไมต้อง ‘ยื่นภาษี’ ตอบคำถามสำหรับ ‘มนุษย์ออฟฟิศ’ หรือ ‘FirstJobber’

ทำไมต้อง ‘ยื่นภาษี’ ตอบคำถามสำหรับ ‘มนุษย์ออฟฟิศ’ หรือ ‘FirstJobber’

สรุปเรื่องต้องรู้ "ยื่นภาษี" และ "เสียภาษี" สำหรับมือใหม่ "มนุษย์ออฟฟิศ" "FirstJobber"

เมื่อก้าวเข้าสู่วัยแห่งการทำงาน หลีกเลี่ยงไม่ได้กับคำว่าภาษีโดยเฉพาะ “First Jobber” เด็กจบใหม่ที่เพิ่งเริ่มเข้าทำงานได้ไม่นานที่มักจะมีคำถามว่า การยื่นภาษีสำคัญอย่างไร? ต้องยื่นภาษีไหม? ต้องเสียภาษีเท่าไร?  กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ ชวนตอบคำถามยอดฮิตเกี่ยวกับ “การยื่นภาษี และการเสียภาษีเพื่อคลายข้อสงสัยเราจะยื่นและเสียภาษีไปเพื่ออะไรกัน 

  • ทำไมต้องยื่นภาษี

หลากเหตุผลที่คนทำงานต้องยื่นภาษี โดยประการแรก การยื่นภาษี เป็นข้อกำหนดในกฎหมายสรรพากร ว่าด้วยประชาชนคนไทยจำเป็นมีการยื่นภาษีแสดงรายได้ 

นอกจากนี้เหตุผลสำคัญอื่นๆ ก็คือการเป็นหลักฐานการยื่นทำธุรกรรมในอนาคตได้ และเพื่อแสดงถึงรายได้ของบุคคลนั้นๆ เช่นการขอกู้เงิน กู้สินเชื่อต่างๆ รวมถึงถ้าใครอยู่ในเกณฑ์ที่ต้องจ่ายภาษีแล้วนั้น ภาษีเหล่านั้นจะถูกนำไปพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ 

  • ไม่ยื่นภาษีจะโดนอะไรบ้าง 

สำหรับใครที่ยื่นภาษีไม่ทันตามกำหนดยื่นของทุกปี อาจจะต้องระวางโทษค่าปรับไม่เกิน 2,000 บาท ตามมาตรา 35 แห่งประมวลรัษฎากร แต่สามารถขอลดค่าปรับได้ 

ในกรณีมีเงินภาษีต้องชำระ ต้องไปยื่นแบบ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา  และชำระเงินภาษี พร้อมเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือน หรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่ต้องชำระ และค่าปรับไม่เกิน 2,000 บาท ตามมาตรา 35

  • ทำงานนานแค่ไหนถึงต้องยื่นภาษี

นับตั้งแต่มีรายได้เป็นของตัวเอง จะต้องยื่นภาษีเงินได้ส่วนบุคคลให้กับกรมสรรพากรอย่างตรงไปตรงมา สำหรับคนเริ่มต้นทำงานปีแรกเช่น ปี 2564 จะต้องรวบรวมรายได้ตั้งแต่เดือน มกราคม 2564 ถึง ธันวาคม 2564 มายื่นแสดงข้อมูลให้กับสรรพากรของปีถัดไป หรือปี 2565 

  • มีเงินเดือนเท่าไหร่ถึงต้องยื่นภาษี ?

"หากมีเงินเดือนหรือมีรายได้จากหลายทางเกิน 10,000 บาท/เดือน (120,000 บาท/ปี) ต้องยื่นภาษีทุกคน"

คนที่มีรายได้ 10,000 บาท/เดือน ไม่มีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการ เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้ผู้มีเงินได้จะต้องยื่นแบบแสดงรายการหากมีเงินได้ตามมาตรา 40(1) แห่งประมวลรัษฎากร เกิน 120,000 บาท

สาเหตุที่กฎหมายกำหนดเช่นนี้ เพราะเมื่อผู้ที่มีเงินได้ 120,000 บาทต่อปี ยื่นภาษี แล้วใช้สิทธิลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท ร่วมกับสิทธิหักค่าใช้จ่าย 50% ของเงินเดือน หรือ 60,000 บาท เท่ากับว่

หลายคนเข้าใจผิดว่ายื่นภาษี และเสียภาษี เป็นเรื่องเดียวกัน หากจะอธิบายง่ายๆ

การยื่นภาษี คือ การที่บุคคลที่มีรายได้มากกว่า 10,000 บาทต่อเดือน ต้องยื่นแบบแสดงรายการเงินได้ปีละ 1 ครั้ง 
การเสียภาษี คือ ขั้นตอนหลังจากผู้ยื่นภาษีเรียบร้อยแล้ว จะเสียภาษีก็ต่อเมื่อ มีเงินได้หรือมีรายได้ถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษีเท่านั้น ส่วนจะต้องเสียภาษีหรือไม่นั้นไปดูที่ข้อต่อไปได้เลย

ก่อนที่จะรู้ว่าเราต้องเสียภาษีเท่าไหร่ ต้องรู้ก่อนว่าเรามีรายได้สุทธิเท่าไหร่ โดยการคำนวณรายได้สุทธิ คือ

 "รายรับทั้งปี – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน" = รายได้สุทธิ

เมื่อรู้ว่าตัวเองมีรายได้สุทธิเท่าไหร่เรียบร้อยแล้ว จึงนำมาเทียบว่า รายได้สุทธิของเราอยู่ในระดับใด และอยู่ในเกณฑ์ที่จะต้องเสียภาษีหรือไม่ ซึ่งเกณฑ์ย่อมแตกต่างกันออกไปตามรายได้สุทธิที่ได้รับ ยิ่งรายได้สุทธิมากเท่าไหร่ ยิ่งเสียภาษีมากขึ้นตามไปด้วย โดยเป็นไปตามเกณฑ์ดังต่อไปนี้

อย่างไรก็ตามผู้ยื่นภาษี มีสิทธิที่เรียกว่า ค่าใช้จ่าย และ “ค่าลดหย่อน ที่เข้ามาช่วยให้หักลบกับรายได้สุทธิ

หมายความว่า ทุกคนที่ “ยื่นภาษี” ไม่ได้หมายความว่าจะต้อง “เสียภาษี” ทุกคน ขึ้นอยู่กับการหักค่าใช้จ่าย และค่าลดหย่อนของแต่ละคน ดังนั้น จะมีทั้งคนที่ไม่ได้เสียภาษีใดๆ เลย มีทั้งคนที่ต้องเสียภาษี และได้ภาษีคืน

  • ขั้นตอนยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามี 2 แบบด้วยกัน
  • ...90 ผู้ที่มีรายได้นอกเหนือจากเงินเดือนที่ได้รับ เช่น ค้าขายแบบบุคคลธรรมดา หรือเงินปันผล
  • ...91 ผู้ที่มีรายได้เป็นเงินเดือนโดยไม่มีรายได้เสริมจากแหล่งงาน หรือรายได้อื่น เช่น พนักงานบริษัทที่รับเงินค่าจ้างเพียงอย่างเดียว

เอกสารที่ต้องเตรียมก่อนการยื่นภาษีมีอะไรบ้าง

  • เอกสารแสดงรายได้ หนังสือรับรองเงินเดือน (50 ทวิจากนายจ้าง เป็นเอกสารที่ระบุว่าปีนั้นมีรายได้รวมเท่าไหร่ มีการหักชำระกองทุน หรือเงินทุนสำรองต่างๆ
  • รายการลดหย่อนภาษีที่รวบรวมไว้ตลอดทั้งปี ได้แก่ ค่าเลี้ยงดูบิดา-มารดา หรือบุตร
  • เอกสารประกอบการลดหย่อนภาษีเพื่อนำมาใช้ในการกรอกแบบฟอร์มยื่นภาษี เช่น จำนวนเงินที่ซื้อกองทุนเบี้ยประกันชีวิตประกันสุขภาพเอกสารช้อปดีมีคืน หรือค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าหรือบริการ

ข้อมูลที่ต้องใช้ยื่นภาษีเป็นสิ่งจำเป็นที่สุด หากคุณรับรายได้จากบริษัททางเดียว สามารถใช้ใบทวิ 50 แต่หากมีรายได้หลายช่องทาง ก็ต้องเตรียมเอกสารแสดงการหักภาษีของหน่วยงานที่จ้างคุณไว้ด้วย

  • 2. ยื่นภาษีที่ไหนได้บ้าง

ปัจจุบันกรมสรรพากรเปิดโอกาสให้ยื่นภาษีได้ 3 ช่องทางหลัก

- สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาทุกแห่ง 
-
ไปรษณีย์ แบบลงทะเบียน เฉพาะผู้มีเงินได้ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในกรุงเทพฯ 
-
ง่ายที่สุดคือช่องทางออนไลน์ สามารถยื่นผ่านเว็บไซต์ของกรมสรรพากร rd.go.th ได้เลย

สำหรับวิธีการยื่นภาษีออนไลน์สามารถดูรายละเอียด และทำตามขั้นตอนต่างๆ ได้ที่ ขั้นตอนการยื่นภาษีออนไลน์จากกรมสรรพากร

  • ขั้นตอนยื่นภาษีผ่านออนไลน์ด้วยตนเองนั้น มี 10 ขั้นตอน ดังนี้

1. เข้าเว็บไซต์ของกรมสรรพากร rd.go.th

2. เลือก ...90/91 (สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยลงทะเบียนต้องลงทะเบียนยื่นภาษีก่อน)

3. เมื่อเข้าสู่ระบบเรียบร้อยแล้ว ให้ไปที่หน้า แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปี 2563 หากข้อมูลถูกต้องให้กดทำรายการต่อไป

4. เลือกสถานะจัดการชีวิต

5. เลือกประเภทเงินได้ และค่าลดหย่อนการเสียภาษี                                                               

  • หากเป็นมนุษย์เงินเดือนให้เลือกมาตรา 40(1) เงินได้จากการจ้างแรงงาน ได้แก่ เงินเดือน เบี้ยเลี้ยง            
  • ส่วนเงินที่ได้รับยกเว้นหรือค่าลดหย่อน มีให้เลือกทั้งเงินสมทบกองทุนประกันสังคม, ค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว LTF หรืออุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป                              
  • ตรวจสอบข้อมูลให้เรียบร้อยแล้วกดทำรายการต่อไป

6. กรอกรายการเงินเดือนค่าจ้างบำนาญต่างๆ โดยเอามาจากหนังสือรับรองการหักภาษี ที่จ่ายตามมาตรา 50 ทวิ กรอกในช่อง บันทึกจำนวนเงินที่สะสมตลอดปี ที่สำคัญต้องไม่ลืมเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้จ่ายเงินได้ ส่วนคนที่เปลี่ยนงานหรือออกจากงานระหว่างปีให้ติดตามขอเอกสารของที่ทำงานเก่าและที่ทำงานใหม่เพื่อนำมายื่นรวมกันด้วย

7. บันทึกรายการค่าลดหย่อนที่เรามี กรอกใส่ทั้งหมด

8. ตรวจสอบข้อมูลการคำนวณภาษี โดยระบบของกรมสรรพากรจะคำนวณให้อัตโนมัติ

9. หากข้อมูลทุกอย่างถูกต้องให้ทำการยืนยันเพื่อยื่นแบบภาษี

10. กดยืนยันการจ่ายเงินหรือตรวจสอบการคืนภาษี และเลือกช่องทางทำธุรกรรมการเงินที่สะดวกที่สุด

ที่ม: กรมสรรพากร