วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เจอแล้วใน 32 จังหวัดคนจากกทม.ติดโควิด19

ศบค.เผย ติดโควิด19ใหม่กว่า 5 พันราย  คนไปจากกรุงพบติดเชื้อแล้ว 32 จังหวัด ครบทุกภาค ขอทุกคนกลับบ้านมีความรับผิดชอบ ปฏิบัติตัวเสมือนเป็นผู้ติดเชื้อแล้ว

     เมื่อวันที่ 1 ก.ค.2564 ที่ทำเนียบรัฐบาล ในการแถลงสถานการณ์โควิด-19 พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19(ศบค.) กล่าวว่า ประเทศไทยมีรายงานผู้ติดโควิด-19รายใหม่ 5,533 ราย พบจากระบบเฝ้าระวังในรพ. 3,788 ราย ค้นหาเชิงรุกใน1,689 ราย เรือนจำ/ที่ต้องขัง 44 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 12 ราย  เสียชีวิตเพิ่ม 57คน ติดเชื้อสะสม 264,834 ราย เสียชีวิตสะสม 2,080 คน  อัตราการเสียชีวิต 0.7 % รักษาหายเพิ่ม 3,223 ราย ยังรักษาในรพ.52,052 ราย อาการหนัก 1,971 ราย ในจำนวนนนี้ใส่เครื่องช่วยหายใจ 566ราย หายป่วยสะสม 210,702 ราย

     10 จังหวัดที่พบสูงสุด ได้แก่ กทม. 1,960 ราย สมุทรปราการ 435 ราย ปทุมธานี 321 ราย สมุทรสาคร 298 ราย สงขลา 272 ราย ชลบุรี 261 ราย นครปฐม 231 ราย นนทุบรี 224 ราย ปัตตานี 180 ราย และยะลา 136 ราย ส่วนการรายงานคลัสเตอร์ใหม่ ได้แก่ อ.ดอนตูม จ.นครปฐม ในโรงงานไก่ พบผู้ป่วย 104 ราย อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว เป็นวิทยาลัยเทคนิค 11 ราย ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับคลัสเตอร์นักศึกษาฝึกงานที่เคยรายงานไปก่อนหน้าที่ เนื่องจากเป็นกลุ่มที่เดินทางไปฝึกงานตามโรงงานต่างๆ ซึ่งต้องเน้นย้ำมาตรการของโรงงาน หากมีการรับคนเข้าทำงาน ต้องเข้มงวดมาตรการองค์กรมากขึ้น

      ผู้เสียชีวิตรายใหม่ 57 ราย เป็นชาย 30 ราย หญิง 27 ราย อายุตั้งแต่ 30-94 ปี พบในกรุงเทพมหานคร(กทม.) 34 ราย สมุทรปราการ 9 ราย ปทุมธานี 3 ราย ส่วนนครปฐม นครนายก จังหวัดละ 2 ราย และ เชียงราย ชัยภูมิ สงขลา นครศรีธรรมราข นราธิวาส สมุทรสาคร สุพรรณบุรี จังหวัดละ 1 ราย ทั้งนี้ กรมควบคุมโรค สรุปข้อมูลว่า ผู้เสียชีวิตมากกว่า 65% อยู่ในกลุ่มอายุมากกว่า 60 ปี ส่วนโรคประจำตัว 3 โรคหลัก ได้แก่ ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน และความดันโลหิตสูง ดังนั้น ต้องเน้นย้ำว่า ศบค. ให้พื้นที่เร่งฉีดวัคซีโควิด-19 ในกลุ่มเสี่ยงสูง คือ ผู้สูงอายุมากกว่า 60 ปี และผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง

32 จ.เจอติดเชื้อจากกทม.
     พญ.อภิสมัย กล่าวด้วยว่า การเดินทางข้ามพื้นที่ จะเห็นได้ว่าใน 10 สัปดาห์นี้ จังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อรายงานเพิ่มขึ้น เป็นจำนวนคนที่เดินทางจากกรุงเทพฯและปริมณฑล ทำให้เกิดยอดการติดเชื้อไปยังจังหวัดปลายทาง ถึง 32 จังหวัด  โดยบางจังหวัดมีการประกาศมาตรการจังหวัดที่เข้มขึ้น ให้ประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวังเข้มงวดสูงสุด เพราะอาจมีประชาชนที่ทำงานในพื้นที่เสี่ยง กทม.และปริมณฑล หรือภาคใต้ มีการเคลื่อนย้ายแรงงานกลับบ้าน ซึ่งไม่ได่มีการห้ามเดินทางกลับ  แต่จำเป็นต้องกักกันตัวเอง เพราะถือว่าเป็นผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะกลับบ้านที่มีผู้สูงอายุ มีเด็กเล็กต้องเป็นความรับผิดชอบส่วนตัว แม้เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง แต่ต้องปฏิบัติตัวเสมือนเป็นผู้ติดเชื้อแล้ว ไม่สามารถเดินทางพบปะสังสรรค์
       “ ยังมีการกินเลี้ยง ดื่มสุรา วงพนัน เราไม่อยากเห็นภาพนี้ จึงขอให้ผู้เดินทางกักตัวเอง ลดความเสี่ยง และเข้มงวดมาตรการป้องกันโรคส่วนตัว ขอเน้นย้ำไปยังโรงพยาบาลว่า หากมีผู้เข้ารับบริการแบบวอล์คอิน ก็ขอให้ตรวจโควิด-19 ทุกรายที่มีอาการไอ ไข้ มีเสมหะ หรือปอดอักเสบ และขอให้ผู้ป่วยอย่าปกปิดข้อมูลกับบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อให้ระบบสาธารณสุขดูแลท่านต่อไปได้ในระยะยาว”พญ.อภิสมับกล่าว

       สำหรับ 32 จังหวัด  แยกเป็น ภาคเหนือ 6 จังหวัด  ได้แก่  เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา น่าน พิจิตร และนครสวรรค์ รวม 20 ราย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 12 จังหวัด  ศรีสะเกษ ยโสธร อุบลราชธานี มหาสารคาม ขอนแก่น ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ ชัยภูมิ นครราชสีมา สุรินทร์ บุรีรัมย์ มุกดาหาร รวม 84 ราย  ภาคกลางและตะวันออก 9 จังหวัด อ่างทอง สมุทรสงคราม สุพรรณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ จันทบุรี ตราด สระแก้ว ปราจีนบุรี ชลบุรี รวม 23 ราย  และภาคใต้ 1 จังหวัด  ภูเก็ต 2 ราย