"กรมราชทัณฑ์" รายงานยอดผู้ต้องขังติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ 628 ราย ในเรือนจำ 13 แห่งพร้อมวางแผนการรักษาเชิงรุก เพื่อป้องกันการเสียชีวิต
- เรือนจำกลางเชียงใหม่
- เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร
- ทัณฑสถานหญิงกลาง
- เรือนจำกลางคลองเปรม
- เรือนจำพิเศษธนบุรี
- เรือนจำกลางฉะเชิงเทรา
- ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง
- เรือนจำจังหวัดนนทบุรี
- เรือนจำกลางบางขวาง
- ทัณฑสถานหญิงธนบุรี
- เรือนจำกลางขอนแก่น
- เรือนจำพิเศษมีนบุรี
- เรือนจำกลางสมุทรปราการ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
- ยอด 'โควิด-19' วันนี้ อาการหนัก 1,169 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 406 ราย
- อัพเดท 'โควิดวันนี้' 10 จังหวัดติดเชื้อสูงสุด กทม.คงที่ 1 จับตาเพชรบุรี ชลบุรี นครปฐม
- 'ติดเชื้อโควิด 19' วันนี้ ชลบุรียอดพุ่งคลัสเตอร์เซเรอเลส เสียชีวิตเพิ่ม-เช็คสถานที่เสี่ยง
- ยอด 'โควิด-19' วันนี้ ยังหนัก! เสียชีวิตอีก 30 ราย ติดเพิ่ม 2,713 ราย
นายวีระกิตติ์ กล่าวว่า ผู้ต้องขังที่เสียชีวิตจำนวน 1 ราย เป็นผู้ป่วยชายอายุ 62 ปี จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เข้ารับการรักษาตัวที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์จากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วยอาการเหนื่อย ซึมลง และความดันต่ำ การ X-ray พบปอดอักเสบ และมีภาวะไตวายร่วมด้วย แพทย์ได้ให้ยาและรักษาตามกระบวนการแล้ว แต่อาการไม่ดีขึ้น เนื่องจากผู้ป่วยสูงอายุ และมีอาการรุนแรงจึงได้เสียชีวิตในที่สุด
"การดำเนินการต่อจากนี้ นอกจากเรื่องของวัคซีนแล้ว คือการวางแผนการรักษาผู้ติดเชื้อ เพื่อลดปริมาณผู้ป่วยหนักและเสียชีวิตลง โดยเฉพาะการแยกผู้ป่วยออกเป็นกลุ่มสี ตามอาการและภาวะเสี่ยง โดยปัจจุบัน กลุ่มสีเขียว คือผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการ หรือมีอาการป่วยเล็กน้อย และไม่มีภาวะเสี่ยง จะทำการดูแล รักษาภายในโรงพยาบาลสนามเรือนจำ ควบคู่กับการให้สารสกัดจากพืชฟ้าทะลายโจรและพืชฟ้าทะลายโจรชนิดบด และยาลดไข้ตามอาการ สำหรับผู้ป่วยสีเขียวที่ไม่มีอาการแต่มีภาวะเสี่ยง ทั้งโรคประจำตัว ภาวะอ้วน และสูงอายุ จะดำเนินการจ่ายยาฟาวิพิราเวียร์เพื่อลดความรุนแรงของโรค ไม่ให้อาการหนักจนกลายเป็นกลุ่มสีเหลือง และในกลุ่มสีเหลืองกับสีแดง จะส่งต่อการรักษาไปยังทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ หรือโรงพยาบาลแม่ข่ายของแต่ละเรือนจำ ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อเพิ่มศักยภาพของโรงพยาบาลสนามเรือนจำให้สามารถ รองรับผู้ป่วยสีเหลืองที่ต้องรับออกซิเจน เพื่อให้เพียงพอต่อการรักษามากขึ้น" นายวีระกิตติ์ กล่าว
นายวีระกิตติ์ กล่าวต่อว่า การดำเนินการเพื่อค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในผู้ต้องขังยังคงดำเนินการต่อเนื่อง ทั้งในเรือนจำ/ทัณฑสถานที่พบผู้ติดเชื้อ และการสุ่มตรวจในเรือนจำที่ยังไม่มีผู้ติดเชื้อ เพื่อวางแผนการฉีดวัคซีนในขั้นตอนต่อไป โดยขณะนี้ มีเรือนจำ/ทัณฑสถานพื้นที่เสี่ยงที่ดำเนินการตรวจเชื้อในผู้ต้องขังจนครบ 100% แล้วทั้ง 10 แห่ง คือ เรือนจำกลางเชียงใหม่ เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ทัณฑสถานหญิงกลาง เรือนจำกลางคลองเปรม เรือนจำพิเศษธนบุรี เรือนจำกลางฉะเชิงเทรา ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง เรือนจำจังหวัดนนทบุรี เรือนจำกลางบางขวาง และทัณฑสถานหญิงธนบุรี รวมทั้งได้เริ่ม SWAB หาเชื้อซ้ำทุก 7 วัน เพื่อตรวจหาเชื้อในผู้ต้องขังที่ยังไม่พบเชื้อไปแล้ว ซึ่งจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะปกติ หรือสามารถแยกผู้ติดเชื้อและไม่ติดเชื้อออกจากกันได้อย่างชัดเจน







