วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด อย่าปฏิเสธความร่วมมือเอกชน

ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด ปัจจัยสำคัญป้องกันการระบาดของโควิด-19 รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นให้ระบบสาธารณสุข เศรษฐกิจและภาคธุรกิจ แต่ปัจจุบันไทยฉีดได้เฉลี่ยวันละหนึ่งหมื่นคน ทำให้ภาคเอกชนยื่นข้อเสนอนำเข้าวัคซีน หวังสร้างภูมิคุ้มกันให้คนไทย 69.6 ล้านคนโดยเร็ว

ประเทศไทยเริ่มฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคโควิด-19 เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 ก.พ.2564 โดยเริ่มดำเนินการฉีดให้กับผู้ที่อยู่ด่านหน้าที่เกี่ยวข้องด้านสาธารณสุข หลังจากนั้นประเทศไทยดำเนินการฉีดวัคซีนมาต่อเนื่อง ถึงวันที่ 1 เม.ย.2564 มีจำนวนผู้ฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 แล้ว 166,243 ราย และมีจำนวนผู้ฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 แล้ว 37,407 ราย รวมจำนวนการฉีดวัคซีน สะสม 203,650 โดส ซึ่งในปัจจุบันระบบการฉีดวัคซีนของไทยดำเนินการฉีดเข็มที่ 1 และเข็มที่ 2 ได้เฉลี่ยวันละหนึ่งหมื่นคนเศษ ในขณะที่จำนวนประชากรไทยอยู่ที่ 69.6 ล้านคน และต้องฉีดคนละ 2 โดส

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการฉีดวัคซีน คือ ปัจจัยสำคัญที่จะป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19 และช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับระบบสาธารณสุข การควบคุมและการเฝ้าระวังการระบาด รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นให้กับระบบเศรษฐกิจและภาคธุรกิจ ซึ่งที่ผ่านมามีข้อเสนอจากภาคเอกชนหลายองค์กรที่ต้องการเข้ามามีส่วนร่วมในการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 นับตั้งแต่ข้อเสนอการฉีดวัคซีนให้กับบุคลากรด้านการท่องเที่ยวที่เป็นด่านหน้าของรายได้จากภาคบริการ โดยมีข้อเสนอฉีดให้กับบุคลากรด้านการท่องเที่ยวในเมืองท่องเที่ยวหลักที่ได้รับผลกระทบต่อธุรกิจอย่างรุนแรง

รวมทั้งมีข้อเสนอการขอรับวัคซีนให้กับบุคลากรที่อุตสาหกรรมการบิน ซึ่งถือเป็นหน้าด่านของการรับนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ ซึ่งมีการยื่นข้อเสนอถึงกระทรวงสาธารณสุขทั้งในนามบริษัทและในนามองค์กรที่กำกับดูแลอุตสาหกรรมการบิน โดยบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ยื่นขอรับจัดสรรเพื่อฉีดให้กับพนักงานที่อยู่ส่วนหน้าในการต้อนรับนักเดินทาง และขอรับเมื่อมีการฉีดให้กับบุคลากรทางด้านสาธารณสุขครบ ในขณะที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ขอจัดสรรวัคซีนให้บุคลากรด่านหน้า 20,000 คน

การขอรับวัคซีนของภาคเอกชนยังมีของกลุ่มธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนที่ต้องการขอรับเพื่อฉีดให้กับบุคลากรในโรงพยาบาล รวมถึงสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ยื่นข้อเสนอขอรับจัดสรรวัคซีนเพื่อฉีดให้กับพนักงานในสถานประกอบการ โดยภาคเอกชนเพื่อที่จะนำเข้าวัคซีนเองหากได้รับการอนุญาต เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของภาครัฐในการดำเนินการฉีดให้ประชากรที่ปัจจุบันฉีดได้วันละ 1 หมื่นคนเศษ และคงใช้เวลาในกว่าที่จะฉีดให้ครบจำนวนที่เพียงพอต่อการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่

ขณะที่หอการค้าไทยหารือกับสมาชิกที่เป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ 50 ราย เพื่อสรุปข้อเสนอการฉีดวัคซีนให้กับภาครัฐที่ยังดำเนินการฉีดให้กลุ่มเสี่ยงได้ล่าช้า โดยการจัดหาวัคซีนของภาครัฐดำเนินการได้ในระดับเพียงพอ แต่การฉีดวัคซีนที่ล่าช้าทำให้หลายฝ่ายยื่นความร่วมมือมาให้ภาครัฐทั้งการอำนวยความสะดวกด้านสถานที่ การสนับสนุนงบประมาณในการจัดหาวัคซีน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือที่จะดำเนินการฉีดให้เร็วที่สุด และบางบางประเด็นเป็นเรื่องที่ภาครัฐไม่ควรปฏิเสธความร่วมมือของภาคเอกชน