“อนุทิน”ปัดอภ.นำเข้า“วัคซีนโควิด19”ขายต่อเอกชน ยันเป็นไปไม่ได้ อภ.ต้องนำเข้าภายใต้คำสั่งซื้อคร.มาบริการคนไทยให้ครอบคลุม หากเอกชนเจรจานำเข้าได้เองไม่ขัด เผยผู้ผลิตโลกยังติดเงื่อนไขใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ขายให้รัฐก่อนเท่านั้น
เมื่อวันที่ 19 มี.ค.2564 ที่ กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้า “วัคซีนซิโนแวค”ล็อตที่ 2 ที่จะเข้ามาประเทศไทยจำนวน 8 แสนโดสว่า ได้รับแจ้งว่าจะมาถึงในวันที่ 20 มี.ค.นี้ ซึ่งจากการให้บริการฉีด “วัคซีนซิโนแวค”กับกลุ่มเป้าหมายในล็อตแรกจำนวน 2 แสนโดสไปเกินกว่าครึ่งแล้ว และยังไม่มีรายงานการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ที่รุนแรงจนต้องเข้าสู่การสอบสวนโรคของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ ดังนั้น การให้บริการฉีดวัคซีนกลุ่มเป้าในล็อตที่ 2 นั้น ก็ควรที่จะพิจารณาถึงการให้บริการฉีดวัคซีนกับประชาชนนอกสถานพยาบาลด้วย เพื่อให้เข้าถึงมากขึ้น แต่จะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของทีมแพทย์พร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีกระแสะข่าวองค์การเภสัชกรรม(อภ.)จะนำเข้า “วัคซีนโควิด19”แล้วจำหน่ายต่อให้กับภาคเอกชน นายอนุทิน กล่าวว่า การนำเข้าวัคซีนของอภ.เป็นไปตามคำสั่งซื้อโดยกรมควบคุมโรค เพราะฉะนั้น ตราบใดที่ประชาชนยังไม่ได้รับ “วัคซีนโควิด19”อย่างทั่วถึง ก็จะไม่มีเหลือมาขายให้กับภาคเอกชน
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าแสดงว่าหากจะให้อภ.นำเข้ามาขายต่อให้ภาคเอกชนจะต้องเกิดขึ้นหลังเดือน มิ.ย. 2564ที่มีวัคซีนทั่วถึงสำหรับคนไทยแล้ว นายอนุทิน กล่าวว่า คนไทยต้องได้รับวัคซีนอย่างทั่วถึงและครอบคลุมก่อน ซึ่งวัคซีนหลักของประเทศไทยคือ “วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า”ที่จะเริ่มในช่วงเดือนมิ.ย.นี้ ฉีดได้เดือนละ 5-10 ล้านโดส แต่การที่ให้อภ.นำเข้า “วัคซีนซิโนแวค”มาก่อนนั้น ก็เพื่อแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่ที่อาจจะมีการระบาดของโรคในช่วงก่อนถึงเดือนมิ.ย. สำหรับฉีดให้กับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นกลุ่มเสี่ยงก่อน ป้องกันการระบาดของโรคในเวลาที่เหมาะสม โดยจากการเจรจากับผู้ผลิตวัคซีนนั้น มีเพียงซิโนแวคที่สามารถส่งมอบได้ก่อนมิ.ย.
“ช่วงเดือนมิ.ย.อาจพิจาณาซื้อ “วัคซีนซิโนแวค”มาสำรองไว้ด้วย หากเกิดความขรุขระหลังจากเดือนมิ.ย. แต่ไม่น่าเกิดปัญหาเพราะตามสัญญาแล้วบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า จะต้องจัดหาวัคซีนมาให้ได้ตามสัญญา เนื่องจากสั่งซื้อวัคซีนจากบริษัทแอสตร้าฯไม่ใช่จากบริษัทในประเทศไทย เหล่านี้คือแผนรองรับสถานการณ์ เมื่อเกิดเหตุระบาดขึ้นก็มีวัคซีนมาใช้ทันที กระจายอยู่ในประเทศตอนนี้" นายอนุทินกล่าว
ผู้ผลิต “วัคซีนโควิด19”ยังไม่ขายให้เอกชน
นายอนุทิน กล่าวว่า ในส่วนภาคเอกชนหากสามารถไปเจรจากับผู้ผลิตวัคซีนแล้วนำเข้าได้เองเพื่อมาให้บริการกับประชาชนที่มีกำลังจ่ายเงินเอง รัฐไม่ได้ปิดกั้นสามารถนำเข้ามาได้เลย แต่ในตอนนี้บริษัทผู้ผลิตวัคซีนก็ยังไม่ขายให้กับภาคเอกชน เพราะขณะนี้เป็นการใช้วัคซีนในเงื่อนไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ในความรับผิดชอบที่มีข้อจำกัด จึงต้องการขายให้รัฐบาลก่อน ซึ่งในสายตาผู้ผลิตนั้น อภ.คือตัวแทนภาครัฐที่เป็นรัฐวิสาหกิจ
"หากเอกชนมีความสามารถในการเจรจาและซื้อวัคซีนมาได้ก็นำเข้ามาได้เองเลย ไม่ใช่ให้รัฐบาลนำเข้าแล้วเอกชนมาซื้อต่อ มันเป็นไปไม่ได้ เพราะรัฐมีหน้าที่นำเข้า”วัคซีนโควิด19”มาเพื่อให้พี่น้องประชาชน แต่หากเป็นช่วงที่ประชาชนมีการฉีดวัคซีนโควิด19 จำนวนมากแล้ว มีการลงทะเบียน เข้าคิวในระบบหมอพร้อมแล้ว และเอกชนจะมาเจรจากับ อภ. ขอให้ช่วยนำเข้าวัคซีน โควิด19 ก็มีความเป็นไปได้ เพราะอภ.ก็มีหน้าที่จัดหานำเข้ายาและเวชภัณฑ์มาขายอยู่แล้ว แต่ก็จะต้องอยู่ภายใต้มีเงื่อนไขว่า อภ.นำเข้ามาตามสิทธิ แต่หากฉีดแล้วมีอันตรายเกิดขึ้นมา ก็ไม่สามารถเรียกร้องความเสียหายจาก อภ.ได้ หากผู้ฉีดและเอกชนยอมรับเงื่อนไขนี้ได้ก็ทำได้”นายอนุทินกล่าว
ติด “โควิด19”รายใหม่ 92 ราย
ต่อมาเวลา 15.00 น. วันที่ 18 มี.ค.2564 ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.เฉวตสรร นามวาท รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค แถลงข่าว ประเด็น “วัคซีนโควิด19” และ ความคืบหน้าสถานการณ์โรค “โควิด19” ตลาดย่านบางแคว่า
ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 92 ราย พบจากระบบระบบบริการ 64 ราย พบในจ.สมุทรสาคร 32 ราย กทม. 20 ราย นครปฐม 4 ราย สุพรรณบุรี 2 ราย พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี ราชบุรี สมุทรปราการ และมุกดาหาร จังหวัดละ 1 ราย การคัดกรองเชิงรุกในชุมชน 14 ราย พบในจ.สมุทรสาคร 8 ราย เพชรบุรี 3 ราย ปทุมธานี นครปฐม และ กทม. จังหวัดละ 1 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 14 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย ผู้ติดเชื้อสะสม 27,494 ราย เสียชีวิตสะสม 89 ราย เฉพาะระลอกใหม่ติดเชื้อสะสม 23,257 ราย เสียชีวิตสะสม 29 ราย
ผู้เสียชีวิตรายที่ 89 เป็นชายไทยอายุ 65 ปี เป็นผู้ป่วยติดเตียง ด้วยโรคมะเร็งที่โคนลิ้นและมะเร็งปอด อาศัยจ.สมุทรสาคร โดยวันที่ 8 มี.ค. ไปติดตามการรักษาโรคมะเร็งปอดที่ รพ.เอกชน วันที่ 15 มี.ค. เข้ารักษาที่ รพ.เอกชนด้วยอาการไข้สูง หายใจเหนื่อย อาการแย่ลง วัดสัญญาณชีพไม่ได้ และเสียชีวิตในวันเดียวกัน แพทย์สงสัยจึงตรวจหาโควิด19 และผลตรวจพบเชื้อ ซึ่งความเสี่ยงของผู้สูงอายุและมีโรคประจำตัว คือกลุ่มที่ให้ความสำคัญในเรื่องของวัคซีนที่จะกระจายให้ครอบคลุม
มุกดาหารพบผู้ติด“โควิด19”รายแรก
นพ.เฉวตสรร กล่าวด้วยว่า สำหรับมุกดาหาร เป็นจังหวัดใหม่ ที่พบผู้ติดโควิด19 รายแรกของการระบาดระลอกใหม่ เพศหญิง อายุ 52 ปี อยู่ที่อ.นำคมคำสร้อย โดยมีความเสี่ยง เนื่องจากมีประวัติเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง เขตบางบอน บางคอแหลม และบางขุนเทียน กทม. เป็นกลุ่มผู้ป่วยมีอาการเข้าข่ายการสอบสวนโรค คือ เจ็บคอ และจมูกไม่ได้กลิ่น ในช่วงเวลาที่อยู่กทม.และเดินทาง ผู้ป่วยสวมหน้ากาอนามัยตลอดเวลา ส่วนกลุ่มเสี่ยงสูงในจ.มุกดาหารทั้งหมดจำนวน 17 ราย เก็บสิ่งส่งตรวจทุกราย ทราบผลแล้ว 1 ราย ไม่พบเชื้อ และอีก 16 ราย รอผลการตรวจ และกักตัวที่บ้านเป็นเวลา 14 วัน
ยอดฉีด “วัคซีนโควิด19”
นพ.เฉวตสรร กล่าวอีกว่า ผู้ได้รับ “วัคซีนโควิด19”ของประเทศไทยสะสมตั้งแต่ 28 ก.พ.-17 มี.ค.2564 จำนวน 58,024 ราย ของกลุ่มเป้าหมายเข็มแรกในล็อตแรก แยกเป็นบุคลากรทางการแพทย์ / สาธารณสุข รวมอสม.31,006 ราย เจ้าหน้าที่อื่นๆที่มีโอกาสสัมผัสผู้ป่วย 6,485 ราย บุคคลที่มีโรคประจำตัว3,438 ราย และประชาชนในพื้นที่เสี่ยง 17,095 ราย









