วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘หว่องกาไว’ เหล่าผู้กำกับชื่อดังฮ่องกง ช่วยรัฐบาลเยียวยาอุตสาหกรรมภาพยนตร์

เหล่าผู้กำกับคนดังของฮ่องกง อาทิ หว่องกาไว (Wong Kar-wai), เอ๋อ ตงเซิน (Derek Yee), ปีเตอร์ ชาน (Peter Chan Ho-sun) โดดเข้าช่วยภาครัฐฟื้นฟูอุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่กำลังบอบช้ำอย่างหนัก ทั้งจากเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง และการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

กรมพัฒนาเศรษฐกิจและการค้าของรัฐบาลฮ่องกงประกาศเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2563 ว่าจะจัดสรรเงินจาก 'กองทุนพัฒนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์' (FDF) มูลค่า 260 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (กว่า 1,000 ล้านบาท) มาดำเนินมาตรการเยียวยาและฟื้นฟูอุตสาหกรรมภาพยนตร์ 5 ขั้น

ประกอบด้วย 1. โครงการสืบทอดผู้กำกับ (Directors' Succession Scheme) 2. การผ่อนคลายเงื่อนไขโครงการให้เงินอุดหนุนการผลิตภาพยนตร์ Film Production Financing Scheme (FPFS) ซึ่งจะช่วยเรื่องการสร้างหนังท้องถิ่นได้ในระยะสั้น 3. โครงการบ่มเพาะนักเขียนบท Scriptwriting Incubation Programme 4. โครงการฝึกอบรมระยะสั้น 5. ปรับปรุงโครงการผลิตภาพยนตร์ First Feature Film Initiative (FFFI) ให้ดีขึ้น

ในส่วนของโครงการ Directors' Succession Scheme นั้น คือการให้เหล่าผู้กำกับที่มีชื่อเสียงและบารมีในวงการอยู่แล้วไปจับคู่กับคนทำหนังหน้าใหม่ที่มีอนาคตไกลสร้างหนังออกมาฉาย โดยรัฐบาลตั้งเป้าเอาไว้ว่าจะจัดสรรเงินช่วยเหลือราว 100 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง ให้กับการจับคู่ทำหนังนี้ราว 10-12 เรื่อง โดยแต่ละเรื่องจะได้รับเงินช่วยเหลือราว 9 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง

สำหรับผู้กำกับที่ตอบรับคำเชิญเข้าร่วมโครงการร่วมผลิตหนังล็อตแรกนี้ประกอบด้วย หว่องกาไว (Days of Being Wild, In the Mood for Love, Chungking Express, Happy Together) เอ๋อ ตงเซิน (Lost in Time, One Night in Mongkok, Protege) ปีเตอร์ ชาน (เถียน มีมี่) Gordon Chan และสองผู้กำกับคู่หู Mabel Cheung, Alex Law โดยพวกเขาจะจับคู่กับผู้กำกับรุ่นเยาว์อย่าง Keane Wong, Ronald Zee, Wong Chun, Ralph Chau และ Norris Wong

สำหรับในส่วนของ หว่องกาไว นั้น รายงานข่าวระบุว่าโปรเจคท์ที่เขาจะทำเป็นภาคต่อทางจิตวิญญาณ (spiritual sequel) ของหนังคลาสสิกเรื่อง In the Mood for Love ของเขา โดยการถ่ายทำจะเริ่มขึ้นในช่วงหน้าร้อนนี้ โดยมีการจองโรงถ่าย Hengdian World Studios ซึ่งตั้งอยู่ในมณฑลเจ้อเจียงของจีนเอาไว้เรียบร้อยแล้ว

159522406313

ทั้งนี้ การผลิตภาพยนตร์ในฮ่องกงซึ่งเคยเป็นหนึ่งในผู้นำเอเชีย ต้องซบเซาลงไปอย่างมากเพราะผลกระทบจากการประท้วงทางการเมืองที่ปะทุขึ้นเมื่อกลางปี 2562 แล้วยังมาถูกซ้ำเติมจากพิษโควิด-19 ที่โรงภาพยนตร์ต้องปิดให้บริการยาวนานถึง 3 เดือน ตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมจนถึงกลางเดือนพฤษภาคม จนทำให้ยอดขายตั๋วดำดิ่งลงไปกว่า 70 เปอร์เซ็นต์

นอกเหนือจากแผนการดึงผู้กำกับชื่อดังมาช่วยแล้ว มาตรการเยียวยาอุตสาหกรรมภาพยนตร์ส่วนที่เหลือ ได้แก่ การอัดฉีดเงิน 8 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (เกือบ 33 ล้านบาท) เข้าโครงการ screenwriting program เพื่อสร้างแรงจูงใจให้นักเขียนบทหน้าใหม่ ๆ เข้ามาร่วมกับนักเขียนบทมืออาชีพ ผลิตพล็อตหนังที่ดี มีคุณภาพสูง ให้ได้ราว 40 เรื่อง

การจัดสรรเงินทุน 20 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (กว่า 81 ล้านบาท) ให้สมาพันธ์ผู้สร้างหนังฮ่องกง และกลุ่มสหวิชาชีพต่าง ๆ นำไปใช้ในโปรแกรมเทรนนิงบุคคลากรแบบลงลึกและเป็นมืออาชีพ

การเพิ่มเงินอัดฉีดโครงการต่าง ๆ ผ่าน Film Production Financing Scheme ตลอดจนให้สิทธิพิเศษแก่นักลงทุนเพื่อให้พวกเขาสามารถเรียกเงินที่ลงทุนไปแล้วราวครึ่งหนึ่งกลับคืนมา โดยรัฐบาลฮ่องกงคาดการณ์เอาไว้ว่ามาตรการต่าง ๆ เหล่านี้จะเอื้อประโยชน์ให้กับผู้สร้างภาพยนตร์กว่า 10 ราย และมาตรการสุดท้ายคือ การจัดสรรงบประมาณการผลิตให้กับโครงการต่าง ๆ ภายใต้แผน First Feature Film initiative

159522413290

ANTHONY WALLACE / AFP

ทั้งนี้ กองทุนพัฒนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์ (FDF) ของฮ่องกงนั้นก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2542 ตลอดหลายปีที่ผ่านมาได้มีการให้เงินสนับสนุนการผลิตภาพยนตร์ไปแล้วประมาณ 60 เรื่อง ก่อให้เกิดการปั้นผู้กำกับหน้าใหม่ ๆ ขึ้นมาราว 40 คน และโปรดิวเซอร์หน้าใหม่อีก 19 คน ผ่านโครงการให้เงินช่วยเหลือต่าง ๆ ขณะที่ผลงานจากกองทุน FDF ก็สามารถคว้ารางวัลทั้งในประเทศ และต่างประเทศมาครองได้ร่วม 110 รางวัล