วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

หลักฐานชัด! ปูพรมตรวจแล็บโควิด-19 ยังไม่จำเป็น-ไม่คุ้มค่า

สธ.ยันไม่จำเป็น ไม่คุ้มค่า ปูพรมตรวจแล็บโควิด-19 หลักฐานชัดหลังตรวจในกลุ่มคนเปราะบางในพื้นที่ต้นตอระบาดไปทั่วประเทศ เขตบางเขนเกือบ 2 พันคน ทั้งมี-ไม่มีอาการ เจอแค่ 1 คน ลุยต่อค้นในพื้นที่แออัดคลองเตย

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 23 เมษายน 2563 ที่กระทรวงสาธารณสุข ในการแถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 หรือโควิด-19 นพ.อนุพงศ์ สุจริยากุล ผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค กล่าวว่า การดำเนินการค้นหาเชิงรุก(Active Case Finding)ที่ดำเนินการในพื้นที่ซอยบางลา ป่าตอง อ.กระทู้ จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นตอระบาดของโรคในจ.ภูเก็ต ปรากฏว่า การตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการ(ตรวจแล็บ)ในกลุ่มคนที่เข้าข่ายต้องสงสัยพบอัตราการติดเชื้อ 4.65 % ขณะที่การตรวจในกลุ่มคนที่เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงอัตราติดเชื้อ 6.28 % เป็นการแสดงว่าอัตราการตรวจเจอคนติดเชื้อในกลุ่มสัมผัสเสี่ยงสูงมีมากกว่า การตรวจแล็บจึงควรดำเนินการในกลุ่มนี้เป็นสำคัญ 

นอกจากนี้ จากการดำเนินการในพื้นที่ 2 เขตของกรงุเทพมหานคร คือเขตบางเขนและคลองเตย ผลการดำเนินการในเขตบางเขนจากการตรวจไป 1,876 ราย พบผู้ติดเชื้อ 1 ราย ซึ่งเป็นตัวเลขที่น้อยมากๆ ดังนั้น การปูพรมตรวจในคนจำนวนมากๆนั้นได้ประโยชน์น้อย จึงไม่ควรดำเนินการค้นหาแบบปูพรมในเวลานี้


นพ.เอนก มุ่งอ้อมกลาง ผู้อำนวยการสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง กรมควบคุมโรค กล่าวว่า การลงพื้นที่ค้นหาเชิงรุก ที่เขตบางเขน เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่พบการระบาดขนาดใหญ่ และเป็นจุดตั้งต้นที่เกิดการระบาดไปทั้งประเทศจากกรณีสนามมวยลุมพินี ซึ่งการเลือกตรวจพื้นที่ดังกล่าวเพื่อบอกว่า การระบาดไปถึงไหน และต้องการรู้ว่าจำนวนผู้ป่วยน้อยลงจริงหรือไม่ โดยเลือกตรวจในประชากรที่เป็นกลุ่มเปราะบาง คือ กลุ่มคนเก็บขยะ ที่ต้องเก็บหน้ากากอนามัยที่ถูกทิ้งจำนวนมาก แม่ค้าตลาดสดที่ยังมีคนไปใช้บริการซื้อของจำนวนมาก กลุ่มคนขับแท็กซี่ พนักงานขับรถโดยสารสาธารณะหรือขสมก. วินมอเตอร์ไซค์ ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงที่อาจเกิดการแพร่ระบาดและเกิดโรค เพื่อสร้างความมั่นใจว่าหากจะปลดล็อคกรุงเทพฯ ประชาชนจะมีความปลอดภัยในการเดินทางต่างๆ ทำการตรวจทั้งสิ้น 1,867 ราย ด้วยวิธีการRT PCR คือเก็บสารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจส่งตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อในห้องแล็บ พบผู้ติดเชื้อเพียง 1 ราย


“ผลที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นว่ามีความสอดคล้องกับสถานการณ์ผู้ป่วยของประเทศที่เริ่มลดลงจริงๆ และชัดเจนว่าการปูพรมตรวจทุกคนก็ไม่คุ้มค่า และไม่มีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการในช่วงนี้ เพราะแม้แต่การตรวจในกลุ่มเปราะบางที่สุด ในพื้นที่ที่เคยเป็นพื้นที่ระบาดของโรค และที่ตั้งของสถานที่ที่เป็นต้นตอแพร่ระบาดไปทั่วประเทศ โดยการลงไปค้นหาคนมาตรวจถึงในชุมชนไม่ได้รอตรวจเฉพาะคนที่เข้ารับบริการตรวจรักษาในโรงพยาบาลเท่านั้น เป็นกลุ่มคนที่มีอาการ เช่น ไข้หรือเคยมีไข้ เจ็บคอ มีน้ำมูก และกลุ่มคนที่ไม่มีอาการ สัดส่วนราว 50ต่อ 50 ก็ยังเจอคนติดเชื้อน้อยมากๆ”นพ.เอนกกล่าว 

นพ.เอนก กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม เพื่อความมั่นใจจะทำการตรวจในพื้นที่ทองกล่อที่เป็นที่ตั้งสถานบันเทิงอีกหนึ่งจุดที่มีการแพร่ระบาดเชื้อ และเขตคลองเตยที่เป็นตั้งของชุมชนแออัด ที่การดำเนินการมาตรการเว้นระยะห่างอาจจะทำได้ยากว่าผลเป็นอย่างไรต่อไป เหล่านี้เป็นการดำเนินการค้นหาและตรวจแล็บอย่างมียุทธศาสตร์และนำผลมาใช้ประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบายในการออกมาตรการต่างๆได้