ถอดบทเรียนผู้เสียชีวิตจาก "โควิด-19" พบว่า "เบาหวาน-ความดัน-ไขมัน" ปัจจัยเสี่ยงสูงสุด แต่ต้องห้ามประมาท เพราะมีถึง 17 รายที่เสียชีวิตทั้งที่ไม่มีโรคประจำตัว
วันนี้ (18 เม.ย.) ระหว่างการแถลงสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ประจำวัน ของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (ศบค.) หรือ "ศูนย์โควิด" โดย นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. ได้แถลงยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศไทย ประจำวันนี้ว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 33 ราย รวมผู้ป่วยสะสม 2,733 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม สรุปยอดเสียชีวิตคงเดิม คือ 47 รายนั้น
โฆษก ศบค. กล่าวต่อไปว่า สำหรับผู้เสียชีวิต 47 ราย ที่ผ่านมา ตั้งแต่ในวันที่ 4 มกราคม - 17 เมษายน พบว่า มีอัตราป่วยตาย 1.7% ของการติดเชื้อทั้งหมด ถือว่ายังต่ำแสดงถึงศักยภาพการแพทย์ ที่สามารทำให้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลกได้ แบ่งเป็น คนไทย 87% และต่างชาติ 13% เฉลี่ยอายุ 57 ปี อายุต่ำสุด 28 ปี สูงสุด 85 ปี
โดยผู้ป่วยทั้งหมดแบ่งเป็น เพศชาย 1,445 ราย เสียชีวิต 38 ราย อัตราป่วยตาย 2.6% และ เพศหญิง 1,214 ราย เสียชีวิต 9 ราย อัตราป่วยตาย 0.7%
สำหรับผู้ป่วยแบ่งเป็นกลุ่ม ได้ดังนี้
- อายุ 0-9 ปี : จำนวน 50 ราย
- อายุ 10-19 ปี : จำนวน 80 ราย
- อายุ 20-29 ปี : จำนวน 659 ราย เสียชีวิต 1 ราย
- อายุ 30 -39 ปี : จำนวน 660 ราย เสียชีวิต 4 ราย
- อายุ 40-49 ปี : จำนวน 487 ราย เสียชีวิต 8 ราย
- อายุ 50-59 ปี : จำวน 367 ราย เสียชีวิต 14 ราย
- อายุ 60-69 ปี : จำนวน 198 ราย เสียชีวิต 7 ราย
- อายุ 70-79 ปี : จำนวน 82 ราย เสียชีวิต 8 ราย
- อายุ 80-89 ปี : จำนวน 18 ราย เสียชีวิต 5 ราย
- อายุ 90-99 ปี : มีผู้ป่วยจำนวน 2 ราย
สำหรับโรคประจำตัวที่พบร่วมในผู้เสียชีวิต 47 ราย ได้แก่ อันดับ 1 เบาหวาน 43 ราย ความดันโลหิตสูง 38 ราย ไขมันในเลือดสูง 19 ราย โรคหัวใจ 13 ราย ภาวะอ้วน 9 ราย โรคไต 9 ราย อื่นๆ 15 ราย
ขณะเดียวกัน ยังพบว่า มีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 โดยไม่มีโรคประจำตัวมากถึง 17 คน ดังนั้น บุคคลทั่วไปก็ไม่ควรประมาท เพราะไม่มีโรคประจำตัวก็มีโอกาสเสียชีวิตได้
"กลุ่มผู้ป่วยเบาหวานที่อัตราการเสียชีวิตอันดับ 1 เนื่องจากน้ำตาลเกินในร่างกาย นำมาทั้งปัญหา น้ำตาลขึ้นตา ตับพัง ไตแย่ อาจเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตามมา ลำพังตัวโรคเองก็ทำให้ร่างกายพังทรุด พอมีเชื้อโรคเข้ามา เจอกันต้นทุนทางร่างกายต่ำ สิ่งที่ไปสู้กับเชื้อโรคไม่มีเลย ทำให้เสียชีวิตเยอะ” โฆษก ศบค. อธิบาย
การกระจายตัวของผุ้เสียชีวิตตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน (เสียชีวิต 32 ราย) ขณะที่วันที่ 17 เมษายน (เสียชีวิต 47 ราย) แสดงว่า 7 วัน เสียชีวิตเพิ่มกว่า 15 ราย โดยปัจจัยเสี่ยงที่พบในผู้เสียชีวิต 47 ราย ได้แก่ สัมผัสผู้ป่วยยืนยัน 9 ราย สถานที่แออัด (สถานบันเทิง ร้านอาหาร ปาร์ตี้ บ่อน ที่มีการรวมกลุ่มคน) 9 ราย อาชีพเสี่ยง (ขับรถสาธารณะ ร้านอาหาร พนักงานขนของ) 7 ราย เดินทางต่างประเทศ (มาเลเซีย อังกฤษ ปากีสถาน อินโดนีเซีย) 7 ราย จากสนามมวย 5 ราย อื่นๆ (สัมผัสผู้เดินทางจากต่างประเทศ สถานพยาบาล) 3 ราย และระบุไม่ได้ อยู่ระหว่างการสอบสวน 7 ราย









