วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สธ.ชงปิดสถานบันเทิง 'เฉพาะพื้นที่เสี่ยง' สกัดโควิด-19

สธ.ชงรัฐ 6 มาตรการหลักเข้มสกัดแพร่โควิด-19 นายกฯ เคาะ16มี.ค.63 ปิดบริการสถานบันเทิงไม่มีกำหนด หลังพบคนไม่รับผิดชอบออกร่อน ทำคนติดโรคกลุ่มก้อน – สงกรานต์เงียบ -ระงับนโยบายหน่วยงานรัฐจัดสัมมนา-เพิ่มประเทศเขตติดโรคฯ ย้ำไทยยังอยู่ระยะ 2

สธ.ชงรัฐ 6 มาตรการหลักเข้มสกัดแพร่โควิด-19 นายกฯเคาะ 16 มี.ค.63 ปิดบริการสถานบันเทิงไม่มีกำหนด หลังพบคนไม่รับผิดชอบออกร่อน ทำคนติดโรคกลุ่มก้อน – สงกรานต์เงียบ -ระงับนโยบายหน่วยงานรัฐจัดสัมมนา-เพิ่มประเทศเขตติดโรคฯ ย้ำไทยยังอยู่ระยะ 2 ออกมาตรการเข้มขึ้นเพื่อป้องกันสถานการณ์ไม่ให้ซ้ำรอยยุโรป


วันเดียวกัน เวลา 16.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รมว.สธ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขเกี่ยวกับมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคโควิด-19ว่า กระทรวงสาธารณสุขได้พิจารณามาตรการต่างๆเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการโควิด-19แห่งชาติที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในวันที่ 16 มีนาคม 2563

โดยนำเสนอถึงแนวทาง ข้อปฏิบัติและข้อเสนอแนะเข้าสู่การพิจารณา อาทิ

1.มาตรการประกาศประเทศที่เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตรายเพิ่มเติมตามที่คณะกรรมการวิชาการตามพรบ.โรคติดต่อแห่งชาติ พ.ศ.2558 ให้ความเห็น จากเดิมที่มีอยู่ 4 ประเทศ คือ จีน เกาหลีใต้ อิตาลี และอิหร่าน


มาตรการทำให้การแพร่เชื้อลดลงให้ได้มากที่สุด เช่น 2.ห้ามลดการเดินทางในส่วนของประเทศต่างๆที่เป็นเขตโรคระบาด 3.การสั่งปิดสถานบันเทิงต่างๆแบบไม่มีกำหนดจนกว่าความปลอดภัยจะเกิดขึ้น โดยให้คณะทำงานพิจารณาเป็นเขตๆพื้นที่ต่อไป เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่ายังมีผู้ฝ่าฝืนคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข กลับจากต่างประเทศที่เป็นเขตติดโรคแล้วไม่เฝ้าระวังตัวเองอยู่ที่บ้านแต่กลับออกไปเที่ยวสถานบันเทิงที่เป็นสถานที่แออัดจนทำให้เกิดการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อน จนต้องตามผู้สัมผัสที่เสี่ยงอีกเป็น 100 ราย

4.มาตรการในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่คนไทยจะต้องยอมรับว่าจะมีความเงียบเหงา ลดการสันทนาการ กิจกรรมกีฬาดนตรีต่างๆ 5.แหล่งชุมนุมต่างๆต้องมีการงดในช่วงเวลานี้ก่อน และ 6.การยกเลิกนโยบายให้หน่วยงานรัฐจัดสัมมนาต่างๆด้วย


“มาตรการต่างๆเหล่านี้เป็นไปตามคำแนะนำของคณะผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ที่ประเมินแล้วว่าค่อนข้างกังวลกับความตื่นตระหนกของประชาชนที่มีการใช้ข้อมูลจากแหล่งใดก็ไม่ทราบไม่ใช่ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขมาวิเคราะห์กันต่างๆนานาจนทำให้กระทรวงสาธารณสุขไม่สามารถดำเนินการตามมาตรการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยืนยันว่าขณะนี้สถานการณ์โรคในประเทศไทยยังอยู่ในระยะที่ 2 แต่ที่ต้องออกมาตรการเข้มขึ้น เพื่อเป็นการป้องกันให้มีอัตราการติดเชื้อน้อยที่สุด เพราะเราไม่ต้องการที่จะเจอสถานการณ์แบบที่ยุโรป เป็นการยืดให้เข้าระยะ 3 ให้ช้าที่สุด ไม่ต้องการให้ประชาชนเดือดร้อนเจ็บป่วย ให้ประชาชนมั่นใจว่าจะได้รับความปลอดภัย และเมื่อเข้าระยะ 3 ก็ให้เข้าแบบชะลอตัว” นายอนุทินกล่าว