วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สธ.พบผู้ป่วยโควิด-19เพิ่ม 1 ราย ชายชาวอังกฤษ

สธ.พบผู้ป่วยยืนยันโรคโควิด-19 รายที่ 48 เป็นชายชาวอังกฤษ อายุ 43 ปี แวะฮ่องกงก่อนมาไทย ส่วนผีน้อย ไข้เข้ารับการรักษา-ไม่พบไข้กักกัน 14 วันทุกคน มาจาก 2 เมืองเสี่ยงสูงใช้พื้นที่รัฐบาลกำหนด ส่วนเมืองอื่นส่งผู้ว่าฯภูมิลำเนาดูแล

วันนี้ (6 มี.ค.63) นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และคณะแถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ว่า ได้รับรายงานพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ จำนวน 1 ราย และรอผลยืนยันอีก 1 ราย เป็นแรงงานนอกระบบจากเกาหลีใต้

โดย ผู้ป่วยยืนยัน รายที่ 48 เป็นชายชาวอังกฤษ อายุ 43 ปี อาชีพที่ปรึกษาบริษัท เดินทางมาจากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 ระหว่างทางได้เปลี่ยนเครื่องที่ฮ่องกง เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 เข้ารับรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2563 ด้วยอาการไข้ มีเสมหะ ส่งตัวรักษาต่อที่สถาบันโรคทรวงอก

ในส่วนการคัดกรองกลุ่มแรงงานนอกระบบจากเกาหลีใต้ พบหญิงไทย อายุ 30 ปี ตรวจพบอาการไข้ ได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิเมื่อวานนี้ (5 มีนาคม 2563) ส่งมารักษาตามาระบบที่สถาบันบำราศนราดูร ตรวจพบเชื้อจากห้องปฏิบัติการ 1 แห่ง อยู่ระหว่างการยืนยันจากห้องปฏิบัติการอีกแห่ง

โดยสรุปมีผู้ป่วยยืนยันที่รักษาหายแล้ว 31 ราย ยังรักษาตัวอยู่ใน โรงพยาบาล 16 ราย เสียชีวิต 1 ราย ผู้ป่วยสะสมในปร)ะเทศไทยขณะนี้ 48 ราย

สำหรับผู้ป่วยอาการหนัก 1 ราย ที่รักษาตัวอยู่ที่สถาบันบำราศนราดูร ตรวจไม่พบเชื้อแล้ว แต่ยังอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ขณะนี้สถานการณ์ผู้ป่วยในประเทศไทยอยู่ลำดับที่ 24 ของโลก

นายแพทย์สุขุม กล่าวอีกว่า ราชกิจจานุเบกษาได้ลงประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ท้องที่นอกราชอาณาจักรที่เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โรคโควิด-19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)) พ.ศ. 2563 ให้ สาธารณรัฐเกาหลี สาธารณรัฐประชาชนจีน (รวมมาเก๊า และฮ่องกง) สาธารณรัฐอิตาลี และสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน เป็นเขตติดโรคนอกราชอาณาจักร เนื่องจากเป็นประเทศที่มีผู้ป่วยมากกว่า 1,000 คน และมีอัตราผู้ป่วยใหม่ 300-400 รายต่อวัน หากเดินทางไปมีความเสี่ยงสูงที่จะติดโรค ทั้งนี้ พื้นที่เสี่ยงที่เหล่านี้อาจจะมีการปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์

“ประกาศนี้จะทำให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการป้องกันควบคุมโรคกับผู้เดินทางซึ่งมาจากเขตติดโรคนอกราชอาณาจักร ได้อย่างมีประสิทธิภาพและความรวดเร็ว เช่น นำผู้สงสัยว่าป่วย มารับการตรวจ แยกกัก หรือกักกัน ณ สถานที่ที่กำหนด ดำเนินการเอาผิดกับผู้ที่มีหน้าที่ต้องแจ้งเมื่อพบผู้ที่เป็นหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นโรค แต่ไม่ยอมแจ้งหรือไม่แจ้งภายในเวลา 3 ชั่วโมงตามที่กฎหมายกำหนด เป็นต้น" นายแพทย์สุขุมกล่าว

  • กักผีน้อยทุกคน 14 วัน
          

ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวอีกว่า ในส่วนการดูแลแรงงานไทยนอกระบบที่เดินทางกลับจากสาธารณรัฐเกาหลีนั้น กระทรวงสาธารณสุข ได้ส่งหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดในฐานะประธานกรรมการโรคติดต่อจังหวัดแจ้งมาตรการแล้ว โดยมีแนวทางการ คือ คัดกรองที่ท่าอากาศยาน หากผู้เดินทางมีอุณหภูมิร่างกายตั้งแต่ 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป ร่วมกับมีอาการ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ หอบเหนื่อย อย่างใดย่างหนึ่ง จะส่งตัวไปที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจรักษาตามระบบ

กรณีตรวจไม่พบไข้ หากเดินทางมาจากพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ประเทศเกาหลีใต้(เมืองแทกูและคย็องยังเหนือ) เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อประจำด่านฯ จะประสานงานกับเจ้าหน้าที่ของกระทรวงคมนาคม นำตัวเข้ารับการกักกันเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 14 วัน ณ พื้นที่ควบคุมโรคที่รัฐบาลกำหนด

ส่วนผู้ที่เดินทางมาจากเมืองอื่น จะส่งไปยังสถานที่หรือพื้นที่ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดไว้ เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 14 วัน โดยการกำกับของผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

  • สั่ง 4 แสนชุดป้องกัน จนท.

นายแพทย์สุขุม กล่าวอีกว่า ในส่วนของหน้ากากอนามัยสำหรับบุคลากรทางการแพทย์นั้น พบว่า โรงพยาบาลบางแห่งมีสต็อคใช้ได้อีก 3 -4สัปดาห์ เพราะฉะนั้น จึงต้องใช้สอยอย่างประหยัด อย่างไรก็ตามเป้าหมายคือจะต้องให้โรงพยาบาลมีสต็อคใช้อย่างน้อย 1 เดือน ส่วนโรงพยาบาลสังกัดอื่นๆ กระทรวงสาธารณสุขได้รับมาดูแลเรื่องการจัดสรรด้วย จึงได้มีการประสานขอโควต้าจากกรมการค้าภายในเพิ่มจากเดิม 1-1.5แสนชิ้นต่อวันเป็น 6-7 แสนชิ้นต่อวันและได้เริ่มกระจายไปยังโรงพยาบาลต่าๆในวันที่ 6 มีนาคม 2563 ดังนั้น โรงพยาบาลสังกัดอื่นๆให้ประสานที่กระทรวงสาธารณสุข หรือนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด นอกจากนี้ ได้มีการสั่งซื้อหน้ากากอนามัยN95และชุดป้องกันสำหรับเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติจากต่างประเทศจำนวนกว่า 4 แสนชุด มาถึงแล้ว 4 หมื่นชุดจะกระจายออกไป อีก 1 เดือนจะเข้ามาอีก 2 แสนชุด และเดือนต่อไปอีก 2 แสนชุด