ประเทศลุ่มน้ำโขงและจีนลงนาม MOU แบ่งปันข้อมูลจัดการน้ำโขงผ่าน LMC Water Center และ MRCS
ในการประชุมหารือโต๊ะกลมระดับรัฐมนตรีด้านการจัดการทรัพยากรน้ำ ภายใต้กรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง (Mekong – Lancang Cooperation : MLC) ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน, ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า ประเทศไทยได้สนับสนุนความร่วมมือระหว่างกรอบแม่โขง-ล้านช้าง และกรอบคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) ที่สามารถดำเนินความร่วมมือในลักษณะเกื้อกูลกัน ซึ่ง MRC เป็นความร่วมมือของแม่น้ำโขงที่มีอายุย้อนหลังไปกว่า 50 ปี มีข้อมูลที่บันทึกจำนวนมากและเป็นประโยชน์เกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ
การประชุมในครั้งนี้ จึงได้มีการลงนาม MOU ระหว่าง MLC Water Center และ MRCS เพื่อแบ่งปันข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการและยั่งยืน ให้กับอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง – ล้านช้าง
ทางประเทศไทย ยังได้เสนอขอให้มีการสนับสนุนการจัดตั้งคณะกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศของแม่น้ำโขง หรือประเด็นโดดเด่นที่ควรได้รับความสนใจ จากกรณีระดับน้ำส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนริมฝั่งแม่น้ำโขง เช่น ระดับน้ำที่ต่ำมากจนเป็นอุปสรรคส่งผลต่อการดำรงชีพในการทำประมงหรือการเดินเรือ
ซึ่งในอนาคต จะได้มีการขอความร่วมมือจากจีนพิจารณาบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นครั้งคราว โดยให้มีการจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อร่วมติดตามและป้องกันสถานการณ์ภัยแล้ง
ทั้งนี้ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ดร.สมเกียรติ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานร่วมสาขาทรัพยากรน้ำของประเทศไทย (Joint Working Group) และผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้แทนฝ่ายไทยเข้าร่วม
นายเทวัญ กล่าวว่า ที่ประชุมได้มีการสรุปผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของกรอบความร่วมมือ กลไกการทำงาน พร้อมทิศทางในการดำเนินการในอนาคต โดยประเทศสมาชิกกลุ่มแม่โขง-ล้านช้าง 6 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา ไทย เวียดนาม และประเทศเจ้าภาพคือ จีน ที่ได้เห็นชอบร่วมกันในการพัฒนากรอบความร่วมมือให้เป็นรูปธรรม เพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลและการคำนึงถึงการใช้แม่น้ำร่วมกัน โดยเคารพสิทธิของการใช้น้ำของประเทศต้นน้ำและประเทศท้ายน้ำ
ซึ่งประเทศจีนในฐานะผู้นำกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง ได้แสดงจุดยืนในการคำนึงถึงการเคารพในสิทธิการใช้น้ำบนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกัน ทั้งต้นน้ำ-กลางน้ำ-ท้ายน้ำ และการตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์กรสหประชาชาติ รวมถึงปัจจัยอื่นๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก
นอกจากนี้ เวทีการประชุมยังได้เปิดโอกาสให้รัฐมนตรีของประเทศสมาชิก กล่าวปาฐกถาเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของแต่ละประเทศ ผลลัพธ์จากความร่วมมือภายใต้กรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง และทิศทางการดำเนินการในความร่วมมือในอนาคตด้วย









