"อนุทิน" สั่งอย.ลดขั้นตอนขออนุญาตปลูกกัญชา ใช้ระบบผู้ประกอบการ "เช็คลิสต์" ให้รับประกันตัวเองแทนลั่นไล่ตรวจสอบทีหลังหากพบทำผิด เอาเรื่องตามกฎหมายถึงที่สุด ยันเสรี 6 ต้นเกิดแน่ แต่รอคยไทยเข้าใจ เข้าถึง มีวินัยก่อน
วันนี้(2 ส.ค.) ที่รร. อีสติน แกรนด์ สาธร นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง "หลากมิติของกัญชาสู่กัญชาทางการแพทย์" ในการสัมมนาเชิงปฏิบัติการการวิจัยเชิงคุณภาพ เรื่อง Multidimensional Views of Thai Medical Cannabis Roadmsp มุมมองหลากมิติของการกำหนดทิศทางกัญชาทางการแพทย์ จัดโดยองค์การเภสัชกรรม(อภ.)ว่า รัฐบาลเก่ามีการตรากฎหมายคลายล็อกให้นำกัญชามาใช้ทางการแพทย์ได้แต่ยังมีขอบเขตจำกัด ในยุคของตนจะมีการขยายกฎหมาย ทลายข้อจำกัดให้กว้างขึ้น อย่างเช่น ในขั้นตอนของการขออนุญาตปลูก ที่ตามกฎหมายจะต้องยื่นเรื่องให้คณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษพิจารณาอนุญาตผ่านทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ซึ่งช่วงเวลาที่ผ่านมาได้รับข้อร้องเรียนตั้งแต่ที่ยังไม่เข้ารับตำแหน่งว่ามีความล่าช้าในการขั้นตอนขออนุญาตการปลูกบางคน 2 ปียังไม่ได้รับอนุญาต ตนก็แอบถามจากหน้าที่อย.ก็รู้ว่าที่ไม่อนุญาตเพราะทำไม่ถูกต้อง แต่ก็ต้องยอมรับที่มีเจตนาดีและเกิดความล่าช้าก็มีเช่นกัน
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ฝากอย.ให้ดำเนินการในรูปแบบใหม่กับขั้นตอนการขออนุญาตการปลูกให้เกิดประโยชน์ มิเช่นนั้นก็จะเกิดแรงกดดันจากทุกรัฐมนตรีที่เข้ามา ซึ่งอาจจะทำในรูปแบบระบบเช็คลิสต์ โดยให้ผู้ประกอบการที่ขออนุญาตเลือกตามลิสต์ว่า เงินทุนเท่าไหร่ สถานที่ถูกต้อง การจ้างงานถูกต้อง วัตถุประสงค์การปลูกถูกต้อง หรือข้อกำหนดอื่นๆตามกฎหมายมีความถูกต้อง เป็นการให้ผู้ประกอบการยืนยันความถูกต้องและรับประกันตัวเอง ถ้าพบการกระทำความผิดแล้วมีการร้องเรียนเข้ามา หรือเจ้าหน้าที่ไล่ตรวจเจอว่าทำผิดก็จะต้องดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด ไม่มีการละเว้น เทวดาหน้าไหนก็ช่วยไม่ได้ หากทำได้ตามระบบนี้ก็จัทำให้มีความรวดเร็วเกิดขึ้น
"ผมเสียใจที่มีคนคิดว่ากัญชาสรีคือการปล่อยให้สูบหรือใช้ผลิตภัณฑ์กัญชาอย่างเสรีอย่างเดียว ซึ่งยังทำแบบนั้นไม่ได้ สังคมไทยและสังคมโลกยังไม่ยอมรับ แต่จะเป็นการเสรีให้ใช้ทางการแพทย์ก่อน โดยมีใบรับรองแพทย์ก็จะไม่มีความผิดตามกฎหมาย เพราะหากเสรีจริงให้ทุกคนพกน้ำมันกัญชาไว้ในกระเป๋าได้หมด แล้วนึกดูว้าหากหลงลืมไว้ในกระเป๋าแล้วเดินทางไปต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ หรือมาเลเซีย ซึ่งโทษคือประหารชีวิต อะไรจะเกิดขึ้น หลายคนบอกเข้ามาทำงานแล้วทำไมกัญชาไม่เสรีเสียที ขอบอกว่าต้องคิดการใช้ในมุมการแพทย์และส่งเสริมภูมิปัญญา ทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตดีขึ้นก่อน โดยปลูกได้ในขอบเขตจำกัดตามกฎหมายก่อน ส่วนปลูกบ้านละ 6 ต้น เกิดแน่ๆเมื่อคนส่วนใหญ่มีความเข้าใจ เข้าถึง และมีวินัย ตอนนี้ก็ให้ปลูกแต่หน่วยงานรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจชุมชน แล้วจะขยับไปอสม. ไปสู่ประชาชน ต้องค่อยๆทำตามขั้นตอน" นายอนุทินกล่าว









