วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สพฉ.หนุนท้องถิ่นสร้างนวัตกรรมการแพทย์ฉุกเฉิน

เปิดต้นแบบศูนย์กู้ชีพกู้ภัย เทศบาลนครรังสิต เน้นการบริการเชิงสร้างสรรค์ จัดอบรมให้ประชานรู้จักการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ช่วยกันดูแลชุมชนปลอดภัย พร้อมเร่งพัฒนาติดกล้องตามบ้านผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงเน้นการ

  ในงานประชุมวิชาการภาคประชาชนครั้งที่ 2  ภายใต้หัวข้อ "ยุทธศาสตร์ตำบลปลอดภัย หัวใจการแพทย์ฉุกเฉิน"  ที่จัดขึ้นโดยสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.)  นอกจากจะพูดคุยในเวทีวิชาการแล้ว ยังเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้แต่ละชุมชน  นำเสนอวัตกรรรมใหม่ที่เกี่ยวข้องกับระบบการแพทย์ฉุกเฉินด้วย

หนึ่งในนั้นคือ ศูนย์กู้ชีพกู้ภัย เทศบาลนครรังสิต  ที่มีการสร้างนวัตกรรมขึ้นมาตอบโจทย์ พัฒนาการช่วยเหลือและส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินไปรักษาโดยเร็วที่สุด   นายณรงค์ชัย ปลื้มชัย พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ  ประจำศูนย์กู้ภัยเทศบาลนครรังสิต ระบุว่า ศูนย์กู้ชีพกู้ภัยเทศบาลนครรังสิต ก่อตั้งขึ้น ตั้งแต่ 2546 เพื่อให้บริการผู้ป่วยฉุกเฉิน เนื่องจาก อุบัติเหตุ และการเจ็บป่วยฉุกเฉิน เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา  ดังนั้นการส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินโดยเร็ว จึงเป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งภายในเขตเทศบาลนครรังสิต  มีทีมอาสาสมัครกู้ชีพที่มีความพร้อม มีรถกู้ชีพในเครือข่าย 15 คัน จอดรอสแตนบายตามจุดต่างๆ ตลอด 24 ชั่วโมง  และรถกู้ชีพแต่ละคันก็มีความพร้อมทั้งเครื่องมือและอุปกรณ์ช่วยชีวิตประเภทต่างๆ   ได้มาตรฐานของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ  จึงมั่นใจได้ว่าทุกการปฏิบัติหน้าที่  จะดูแลประชาชนได้อย่างมืออาชีพ  ตามหลักสากล  ซึ่งนอกจากจะให้บริการผู้ป่วยฉุกเฉิน   ผู้ประสบอุบัติเหตุแล้ว  ยังให้บริการครอบคลุมไปถึงผู้ป่วยที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยในกลุ่มเปราะบาง  ในพื้นที่เทศบาลนครรังสิต  ซึ่งทันทีที่มีผู้ป่วยฉุกเฉินโทรผ่านสายด่วน 1669   ศูนย์ควบคุมและสั่งการประจำศูนย์กู้ภัยเทศบาลนครรังสิต หรือ RCC จะสั่งการให้ออกไปช่วยเหลือผู้ป่วย   ไม่เกิน 10 นาที ก็จะมาถึงที่หมายไปรับผู้ป่วย ส่งถึงโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย

สพฉ.หนุนท้องถิ่นสร้างนวัตกรรมการแพทย์ฉุกเฉิน

นอกจากนี้ที่ศูนย์กู้ชีพกู้ภัย เทศบาลนครรังสิต  ยังให้บริการเชิงสร้างสรรค์ ให้คำปรึกษาการดูแลตัวเอง สอนการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ที่สำคัญ มีการจัดอบรมให้ทีมอาสา ทั้งเจ้าหน้าที่เทศบาล  รถจักรยานยนต์รับจ้าง  ประชาชนทั่วไป เด็กนักเรียน  ให้รู้จักการปฐมพยาบาล โดยเฉพาะการใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจอัตโนมัติ  (AED) เพื่อช่วยกันดูแลชุมชนให้ปลอดภัย

ล่าสุดมีการพัฒนานวัตกรรมการขอความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน   ซึ่งศูนย์กู้ชีพกู้ภัย จะทำการสำรวจกลุ่มผู้มีภาวะเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง หรือกลุ่มผู้ป่วยที่มีความเปราะบาง  จากนั้นจะนำกล้อง ไปติดตามบ้าน   ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นก็สามารถกดปุ่มแจ้งเหตุได้ทันที และสัญญาณนี้ก็จะดังมาที่ศูนย์กู้ชีพกู้ภัยด้วย ทำให้จัดรถกู้ชีพออกไปรับได้ทันท่วงที   และระหว่างที่ไปช่วยเหลือจะสามารถเห็นภาพได้ด้วยว่าผู้ป่วยมีอาการเป็นอย่างไร คาดว่าน่าจะใช้ได้เต็มรูปแบบในปี 2562

สพฉ.หนุนท้องถิ่นสร้างนวัตกรรมการแพทย์ฉุกเฉิน

ภาพ: จักรยานยนต์ ถูกนำมาใช้เป็นยานพาหนะในงานกู้ชีพ ที่ต้องฝ่าการจราจรที่ติดขัด

นายขจรศักดิ์ ธีระทวีสุข นักวิชาการศูนย์ควบคุมและสั่งการประจำศูนย์กู้ภัยเทศบาลนครรังสิต หรือ RCC  ระบุว่า  สำหรับการออกปฏิบัติการแต่ละครั้ง หากมีผู้ป่วยฉุกเฉินโทรแจ้งผ่านสายด่วน 1669 ก็จะมีการสื่อสาร สั่งการผ่านระบบวิทยุกระจายให้หน่วยที่อยู่ใกล้ออกไปปฏิบัติการ  นอกจากนี้ภายในศูนย์ยังมีระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินอื่นๆ เพิ่มเติมมาด้วย  เช่น  เหตุไฟไหม้ ก็จะมีการวัดระยะห่างจากจุดเกิดเหตุ กับท่อน้ำดับเพลิงได้  ทำให้สามารถคำนวนระยะทางได้ทันที ทำให้เจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมระยะของสายน้ำดับเพลิงได้   หรือมีเครื่องวัดปริมาณน้ำฝน  ก็สามารถกระจายข่าวให้ชุมชน ประชาชนรับทราบ จะได้เตรียมพร้อมกับสถานการณ์ฉุกเฉิน

ขณะที่ นพ.ไพโรจน์ บุญศิริคำชัย รองเลขาธิการ สพฉ .กล่าวว่า  นวัตกรรมทางการแพทย์ฉุกเฉิน ถือเป็นเรื่องสำคัญ สพฉ.จึงสนับสนุนให้มีการพัฒนา ซึ่งยิ่งพัฒนาและสอดคล้องกับการทำงานมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตของผู้ป่วยฉุกเฉินมากขึ้น   ที่ผ่านมานวัตกรรมหลายเรื่องๆ ที่แต่ละชุมชนคิดค้น ถือว่าประสบความสำเร็จ  อย่างของเทศบาลนครรังสิต และกลายเป็นต้นแบบให้กับท้องถิ่นต่างๆ ทั่วประเทศไทยได้ใช้ด้วย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ท้องถิ่นช่วยกันสร้างองค์ความรู้ที่จะทำให้ประชาชนสามารถปฐมพยาบาลได้ กู้ชีพเบื้องต้นได้ สามารถใช้เครื่อง AED ได้และสามารถแจ้งเหตุฉุกเฉินเป็น  ก็จะช่วยลดอัตราการเสียชีวิต ณ จุดเกิดเหตุลงได้