วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กองทุนเพื่อความเสมอภาคฯประกาศใช้แล้ว

ราชกิจจาฯ เผยแพร่ พระราชโองการโปรดเกล้าฯ พ.ร.บ.กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาแล้ว "นพ.สุภกร" เผย ต้องแต่งตั้งบอร์ดภายใน 60 วัน

นายแพทย์สุภกร บัวสาย ผู้จัดการสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) เปิดเผยว่าเมื่อวันที่13พฤษภาคม2561ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ว่า

 

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ์ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ.2561ณ วันที่10พฤษภาคม2561 โดยมีเนื้อหารายละเอียดทั้งหมด18หน้า55มาตรา โดยมี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้รับสนองพระราชโองการ

 

นายแพทย์สุภกร กล่าวว่า ตามความในมาตรา51ของพระราชบัญญัติฉบับนี้ ในวาระเริ่มแรกคณะกรรมการส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน พ.ศ.2553 จะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา

 

และผู้จัดการสสค.จะเป็นผู้จัดการกองทุนตามพระราชบัญญัตินี้  ไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีจะดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ

โดยรับฟังข้อเสนอแนะของคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาทั้งนี้จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาครั้งแรก ในวันอังคารที่19มิถุนายน2561ณ ทำเนียบรัฐบาล

โดยคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาจะต้องจัดทำแผนการใช้เงินเพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบเป็นรายปี โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินงานได้ภายในปีงบประมาณ2562

 

ซึ่งในระยะแรกคณะกรรมการ สสค.จะทำหน้าที่เตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ ให้แก่กองทุนเช่น การจัดทำร่างแผนยุทธศาสตร์ของกองทุน การจัดทำคำขอทุนประเดิมการจัดเตรียมความพร้อมขององค์กรเพื่อให้กองทุนสามารถเริ่มดำเนินงานได้ตามกรอบระยะเวลา

 

สำหรับพ.ร.บ.กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาจัดตั้งขึ้นตามมาตรา 54 วรรค 6 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่บัญญัติให้จัดตั้งกองทุนเพื่อใช้ในการช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ ลดความเหลื่อมล้ำในการศึกษา และเสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครู

 

โดยให้รัฐจัดสรรงบประมาณให้แก่กองทุนหรือใช้มาตรการหรือกลไกทางภาษี รวมทั้งการให้ผู้บริจาคทรัพย์สินเข้ากองทุนได้ประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีโดยให้กองทุนมีการบริหารจัดการที่เป็นอิสระ