วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิจัยพบ 'นมเปรี้ยว' เสริมภูมิวัคซีนไข้หวัดใหญ่

สถาบันโภชนาการ ม.มหิดลเผยผลวิจัยพบ "นมเปรี้ยวที่มีโพรไบโอติกส์" ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันไข้หวัดใหญ่สูงขึ้นเมื่อได้รับวัคซีน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีภูมิต่ำอยู่เดิม

ผศ.ทพญ.ดุลยพร ตราชูธรรม อาจารย์ประจำสถาบันโภชนาการ หัวหน้าโครงการวิจัย เรื่อง ศึกษาวิจัยในคนเกี่ยวกับประสิทธิผลของนมเปรี้ยวที่มีโพรไบโอติกส์คือจุลินทรีย์แลกโตบาซิลัส พาราคาเซอิ 431 (Lactobacillus Paracasei 431) ต่อการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันไข้หวัดใหญ่ กล่าวว่า งานวิจัยครั้งนี้เป็นการทดลองทางคลินิก ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในคนชุดกลาง มหาวิทยาลัยมหิดล โดยทีมนักวิจัยจากสถาบันโภชนาการ คณะเวชศาสตร์เขตร้อนและศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก และได้ตีพิมพ์ผลงานวิจัยในวารสารJournal of Functional Food ซึ่งเป็นวารสารวิชาการระดับนานาชาติเมื่อปี 2560

สำหรับการวิจัยนี้มีอาสาสมัครสุขภาพดี ไม่มีโรคประจำตัว อายุ 18-45 ปี เข้าร่วมโครงการจำนวน 60 คน แบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มละ 30 คน โดยกลุ่มหนึ่งได้รับนมเปรี้ยวที่มีโพรไบโอติกส์ อีกกลุ่มได้รับนมแต่งกลิ่นรสที่ไม่มีโพรไบโอติกส์ โดยเป็นการสุ่มแบบปกปิด อาสาสมัครไม่ทราบว่าตนเองอยู่กลุ่มใด อาสาสมัครทุกคนได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ จำนวน 1 ครั้ง ที่ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ม.มหิดล เพื่อกระตุ้นให้เกิดภูมิคุ้มกันต่อต้านเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ชนิดเอช1เอ็น1( H1N1) ชนิดเอช3เอ็น2( H3N2 ) และชนิดบี(Flu-B) รวมทั้ง อาสาสมัครยังได้รับประทานนมวันละ 1 ขวดตามกลุ่มที่กำหนดเป็นเวลา 2 สัปดาห์ก่อนรับวัคซีน และรับประทานต่ออีก 4 สัปดาห์หลังรับวัคซีน ระหว่างนี้อาสาสมัครทุกคนงดรับประทานอาหารอื่นที่มีโพรไบโอติกส์ และมีการเจาะเลือดเพื่อวัดภูมิคุ้มกันตั้งแต่ก่อนรับนมเปรี้ยว หลังรับนมเปรี้ยว 2 สัปดาห์ช่วงก่อนรับวัคซีน หลังรับวัคซีน 4 สัปดาห์ และหลังหยุดรับนมเปรี้ยว 2 สัปดาห์ เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงของภูมิคุ้มกันต่อไวรัสไข้หวัดใหญ่ โดยการตรวจภูมิคุ้มกันได้ส่งตัวอย่างเลือดไปตรวจที่คณะเวชศาสตร์เขตร้อน ด้วยเทคนิคเอชไอ ซึ่งห้องปฏิบัติการจะไม่ทราบว่าอาสาสมัครแต่ละรายอยู่กลุ่มใด ทั้งนี้เพื่อให้ผลตรวจถูกต้องไม่มีการลำเอียง และนักวิจัยสถาบันโภชนาการ นำมาวิเคราะก์ผล โดยทราบเพียงว่าอยู่กลุ่ม A หรือ B แต่ไม่ทราบว่า A คืออะไร B คืออะไร ผลการวิเคราะห์จึงน่าเชื่อถือ ปราศจากการลำเอียง

ผลการวิจัยพบว่า ในอาสาสมัครที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ คือ ค่าเอชไอ ไทเทอร์( HI titer) น้อยกว่า 40 หากได้รับวัคซีนร่วมกับรับประทานนมเปรี้ยวที่มีโพรไบโอติกส์ จะมีอัตราการสร้างภูมิคุ้มกันใหม่ (seroconversion rate) ต่อเชื้อเอช1เอ็น1 ถึง 70-80 % และเอช3เอ็น2 ถึง 100% ขณะที่คนที่ได้รับนมเปรี้ยวที่ไม่มีโพรไบโอติกส์มีอัตราการสร้างภูมิใหม่ต่อเชื้อเอช1เอ็น1 ไม่ถึง 60% และเชื้อเอช3เอ็น2 ไม่ถึง 60% เช่นเดียวกันนอกจากนี้ ยังพบว่า ในคนที่มีภูมิอยู่แล้ว การรับประทานนมเปรี้ยวที่มีโพรไบโอติกส์ช่วยให้อัตราการตอบสนองต่อวัคซีนต้านไวรัสเอช3เอ็น2 เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 2 เท่า อีกด้วย ส่วนเชื้อชนิดบี อาสาสมัครกลุ่มนี้มีการตอบสนองต่อวัคซีนต้านไวรัสชนิดบี สูงอยู่แล้วถึง 80% แม้จะไม่ได้รับโพรไบโอติกส์ จึงไม่เห็นความแตกต่างระหว่างการได้รับหรือไม่ได้รับโพรไบโอติกส์

"โดยสรุปอาสาสมัครที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ หากได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ร่วมกับรับประทานนมเปรี้ยวที่มีโพรไบโอติกส์ จะมีอัตราการสร้างภูมิคุ้มกันใหม่ สูงกว่ากลุ่มที่รับนมเปรี้ยวที่ไม่มีโพรไบโอติกส์ เท่ากับว่าโพรไบโอติกส์จะช่วยเสริมฤทธิ์ของวัคซีนในการเพิ่มภูมิคุ้มกันต่อเมื่อคนนั้นมีภูมิคุ้มกันต่ำ หากมีภูมิคุ้มกันสูงอยู่แล้วก็จะไม่เห็นผล แต่เนื่องจากประเทศไทยไม่มีการเจาะภูมิแต่ละคน กลุ่มคนที่น่าจะมีภูมิต่ำจึงน่าจะเป็นผู้ไม่เคยเป็นไข้หวัดใหญ่หรือไม่เคยรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่มาก่อน การรับประทานนมเปรี้ยวที่มีโพรไบโอติกส์ร่วมกับฉีดวัคซีนน่าจะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคไข้หวัดใหญ่ได้ อย่างไรก็ตาม คนที่เคยรับวัคซีนนี้มาแล้วก็อาจมีภูมิต่ำได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม การได้รับปรัทานนมเปรี้ยวอย่างเดียวโดยไม่ฉีดวัคซีนอาจจะไม่ได้ผลในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน "ผศ.ทพญ.ดุลยพรกล่าว

ผศ.ทพญ.ดุลยพร กล่าวอีกว่า ข้อควรระวังในการใช้โพรไบโอติกส์ ซึ่งเป็นจุลินทรย์มีชีวิตจงมีความเสี่ยงในการก่อโรคได้ จึงไม่ควรใช้ในผู้ป่วยหนักที่เสี่ยงต่อการเสีนชีวิต ผู้ป่วยเกี่ยวกับโรคที่มีผลต่อภูมิคุ้มกัน เช่น เบาหวานที่คุมน้ำตาลไม่ได้ โรคเอดส์ระยะแสดงอาการ และทารก ทั้งนี้ ประชาชนสามารถอ่านฉลากขวดนมเปรี้ยวได้ว่าแบบไหนมีโพรไบโอติกส์ ซึ่งก็คือจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์ พบในอาหารหลายชนิด เช่น โยเกิร์ต นมเปรี้ยว และ เนยแข็ง เป็นต้น ซึ่งมี ประโยชน์หลายอย่าง ทั้งการปรับสมดุลแบคทีเรียในลำไส้ กระตุ้นการขับถ่าย ตลอดจนเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน