วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

หมอเด็กค้านร่าง 'พรบ.โค้ดมิลค์' คุมโฆษณาถึงอาหารเด็ก3ปี

กุมารแพทย์ค้านร่าง “พรบ.โค้ดมิลค์” คุมโฆษณาถึงอาหารเด็ก 3 ปี ชงลดเหลือแค่เด็ก 1 ปี ระบุโฆษณานมผงยังจำเป็น ช่วยพ่อแม่รับรู้อาหารมีประโยชน์

เครือข่ายกุมารแพทย์ แถลงข่าวเรื่อง “เครือข่ายหมอเด็กออกโรง ชี้ พ.ร.บ.นมสุดโต่ง ทำร้ายเด็กไทย แนะแนวทางไก้ไขเหมาะสม” โดยศ.เกียรติคุณ นพ.ไกรสิทธิ์ ตันติศิรินทร์ อดีตผู้อำนวยการฝ่ายอาหารและโภชนาการองค์การอาหารและเกษตร แห่งสหประชาชาติ (FAO) สำนักงานใหญ่ กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยหากร่าง พรบ.ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ. ..(พรบ.โค้ดมิลค์)ควบคุมในส่วนของอาหารสำหรับเด็กเล็กถึง 3 ปี เนื่องจากจะกระทบต่อการโฆษณาและการตลาดอาหารทุกชนิด เช่น นมสด นมกล่อง นมเปรี้ยว นมโรงเรียน อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการต่างๆ เป็นอาหารเสริมตามวัยที่เด็กอายุ 1 ปีขึ้นไปสามารถรับประทานได้แล้ว ก็จะผิดกฎหมายด้วย ซึ่งไม่ตรงกับเจตจำนงของกฎหมายฉบับนี้ ทั้งที่ตามข้อแนะนำของกรมอนามัยคือ ทารกอายุ 6 เดือนขึ้นไปให้กินนมแม่ควบคู่กับอาหารเสริมตามวัยไปได้จนถึง 2 ปี และเพิ่มปริมาณอาหารจนเป็นการกินอาหารหลัก 3 มื้อ และดื่มนมวันละ 2-3 แก้วแทน จะทำให้เด็กได้รับโภชนาการอย่างครบถ้วน

“กฎหมายนี้ออกมาควบคุมอาหารสำหรับเด็กเล็กที่ขึ้นทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยอาหารด้วย ทั้งที่เป็นอาหารที่มีประโยชน์สำหรับเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป แต่กลับไม่ครอบคลุมและไม่ควบคุมการส่งเสริมการตลาดของอาหารที่ไม่มีประโยชน์และเป็นโทษต่อเด็ก เช่น ขนม เครื่องที่มีน้ำตาลสูง เป็นต้น จึงต้องมีการแก้นิยามให้ชัดเจน โดยปรับแก้ร่าง พรบ.เป็น ร่าง พรบ.ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารก พ.ศ. ... เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ไม่ครอบคลุมอาหารสำหรับเด็กเล็ก ” ศ.เกียรติคุณ นพ.ไกรสิทธิ์ กล่าว

ด้านรศ.นพ.สังคม จงพิพัฒน์วณิชย์ ประธานชมรมโภชนาการเด็กแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นเรื่องสำคัญ แต่ไม่ได้ส่งผลต่อเรื่องความสูงของเด็กในอนาคต เพราะจากข้อมูลพบว่า กัมพูชา อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวนาน 6 เดือนสูงถึง 65.2% แต่เด็กเตี้ย 32% พม่า เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 6 เดือน 23.6% อัตราเด็กเตี้ย 35% ลาวเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 6 เดือน 40.4% แต่เด็กเตี้ย 45% ขณะที่ไทยอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ต่ำ 12% แต่เด็กเตี้ยแค่ 10% อาหารเสริมตามวัยจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เด็กอายุ 1 ปีขึ้นไปต้องรับประทาน ดังนั้นการโฆษณานมผงสำหรับเด็กเล็กเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องมี เพราะถือเป็นอาหารที่มีประโยชน์สำหรับเด็กเล็กอายุ 1 ปีขึ้นไป มิเช่นนั้น พ่อแม่ก็จะเห็นแต่โฆษณาอาหารขยะ”

รศ.นพ.สรายุทธ สุภาพรรณชาติ ประธานชมรมเวชศาสตร์ทารกแรกเกิดแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตนกังวลร่าง พรบ.ฉบับนี้ จะครอบคลุมเรื่องการเผยแพร่ข้อมูลทางวิชาการหรือไม่ เพราะยังมีความก้ำกึ่งกันอยู่ว่าจะเป็นการตลาดหรือไม่ ทำให้บุคลากรสาธารณสุขมีความกังวลว่าไม่สามารถให้ความรู้หรือไปขึ้นเวทีให้ข้อมูลได้ นอกจากนี้ เรื่องนมทางการแพทย์นั้นก็มีความกังวล อยากให้ในระบุให้ชัดเลยว่าไม่ควบคุมนมทางการแพทย์

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากควบคุมเพียง 1 ปี ก็จะไม่แก้ปัญหากลุ่มอาหารสำหรับเด็กเล็ก เช่น นมสูตร 3 ที่มีการโฆษณาและทำการตลาดข้ามมายังนมกลุ่มทารก ศ.เกียรติคุณ นพ.ไกรสิทธิ์ กล่าวว่า ร่าง พรบ.ก็ต้องกำหนดเพิ่มให้ชัดเจนว่าห้ามผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับเด็กเล็กทำการโฆษณาหรือทำการตลาดข้ามกลุ่มมายังทารก หากทำถือว่าผิดกฎหมาย โดยไม่ต้องไปออก พรบ.ที่ครอบคลุมไปจนถึงอายุ 3 ปี ซึ่งส่งผลกระทบวงกว้างมากกว่า นอกจากนี้ ยังต้องอาศัยกลไกอื่นด้วย เช่น การแยกสูตรนมใหม่ไม่ให้คร่อมกันเหมือนปัจจุบัน คือ เหลือเพียงนมสูตร 6 - 12 เดือน และเป็นสูตร 1 - 3 ปี แยกกันให้ชัดเจน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สามารถกำหนดได้ และโครงการมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ (CODEX) กำลังแก้ไขอยู่คาดว่าจะสำเร็จในกรกฎาคม พ.ศ.2562 จะใช้บังคับการผลิตนมผงได้ทั้งหมด