วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เด็กอาเซียนเสี่ยงรับควันบุหรี่มือสองในบ้าน เฉพาะไทยกว่า45%

เผยคนตายจากบุหรี่ไม่ใช่คนสูบ10% เป็นเด็กถึง31% ผู้หญิง64% อาเซียนสูบมาก121ล้านคน เด็กเยาวชนเสี่ยงรับควันบุหรี่มือสองในบ้าน

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ที่โรงแรมพีช ลากูนา จ.กระบี่มีการประชุมนานาชาติ เรื่อง เมืองในอาเซียนปลอดบุหรี่ ครั้งที่ 4 ระหว่างวันที่ 13-14 ตุลาคม จัดโดยมูลนิธิเพื่อสังคมอาเซียนปลอดบุหรี่ (SEATCA) และมูลนิธิรณรงคืเพื่อการไม่สูบบุหรี่ มผู้นำด้านการควบคุมยาสูบกว่า 200 คนจาก 10 ประเทศเข้าร่วม โดยน.ส.บังอร ฤทธิภักดี ผู้อำนวยการบริหารองค์กรเครือข่ายเพื่อควบคุมการบริโภคยาสูบในอาเซียน กล่าวว่า มีข้อมูระบุว่าบุหรี่คร่าชีวิตคนประมาณ6ล้านคนทั่วโลกทุกปีมากกว่า6 แสนคนเป็นผู้ไม่สูบบุหรี่แต่ได้รับควันบุหรี่มือสองซึ่งในจำนวนนี้เป็นเด็ก31%และผู้หญิง64% เฉพาะในภูมิภาคอาเซียนนั้นมีผู้สูบบุหรี่มากถึง121ล้านคน และจากข้อมูลล่าสุดขององค์กรเครือข่ายเพื่อควบคุมการบริโภคยาสูบในอาเซียนพบว่าเยาวชนในภูมิภาคอาเซียนได้รับอันตรายจากการได้รับควันบุหรี่มือสองทั้งภายในและนอกบ้าน

ประเทศอินโดนีเชีย มีเยาวชน68.8%เป็นผู้ได้รับควันบุหรี่มือสองในบ้าน ในขณะที่เยาวชน78.1%เป็นผู้ได้รับควันบุหรี่มือสองนอกบ้านสำหรับประเทศไทย เยาวชน45.7%เป็นผู้ได้รับควันบุหรี่มือสองในบ้านและ67.6%เป็นผู้ได้รับควันบุหรี่มือสองนอกบ้านและประเทศเวียดนามมีเยาวชน58.5%เป็นผู้ได้รับควันบุหรี่มือสองในบ้าน และ71.2%เป็นผู้ได้รับควันบุหรี่มือสองนอกบ้านตนเอง ทั้งนี้ในประเทศอาเซียน มีสถานที่ ๆ ประชาชนได้รับอันตรายจากการได้รับควันบุหรี่มือสองที่คล้ายคลึงกัน ได้แก่ บ้าน ร้านอาหาร ที่ทำงาน ขนส่งสาธารณะ สถานที่ราชการ และสถานบริการสาธารณสุข

“งานวิจัยล่าสุดค้นพบว่าสารพิษจากบุหรี่จะตกค้างอยู่ในบ้านของผู้สูบบุหรี่อย่างน้อย6เดือนหลังจากเลิกสูบบุหรี่แล้ว ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้อยู่อาศัยคนอื่นที่ไม่ได้สูบบุหรี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและทารก ซึ่งคนเหล่านี้ถือเป็น ผู้ได้รับควันบุหรี่มือสามสารพิษที่เป็นอันตรายอย่างร้ายแรงจากบุหรี่จะติดอยู่ในโซฟา กำแพง และพรมในบ้าน”น.ส.บังอรกล่าว

น.ส.บังอร กล่าวอีกว่า จากสถิติดังกล่าว ทำให้เห็นว่าประเทศอาเซียนต่าง ๆ ที่เป็นภาคีต่ออนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบองค์การอนามัยโลกจะต้องทำงานอย่างเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหานี้ ซึ่ง

มาตรา8ของอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบฯกำหนดให้ภาคีต้องปกป้องประชากรของตนให้ปลอดภัยจากการได้รับควันบุหรี่มือสอง ทั้งนี้ การขับเคลื่อนเรื่องเมืองอาเซียนปลอดบุหรี่จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยปัจจุบันมี 45 เมืองจาก 8 ประเทศที่เข้าร่วมเป็นเครือข่ายเมืองปลอดบุหรี่

ด้านนายโฮเซ เอ็นริค การ์เซีย สมาชิกสภาเขต2ของเมืองบาทาน ประเทศฟิลิปปินส์ในฐานะประธานเครือข่ายเมืองปลอดควันบุหรี่ของฟิลิปปินส์ กล่าวว่าผู้นำต้องตระหนักว่าสิ่งแวดล้อมที่ปลอดควันบุหรี่100% เท่านั้นที่จะช่วยปกป้องสาธารณะจากอันตรายที่ร้ายแรงของการได้รับควันบุหรี่ การทำให้เมือง เทศบาลและจังหวัดเป็นสถานที่ปลอดควันบุหรี่ ไม่เพียงแต่ช่วยส่งเสริมสุขภาพของประชาชนเพียงอย่างเดียวแต่ยังส่งผลที่ดีต่อเศรษฐกิจและประเทศโดยรวมด้วย