วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปริณดา ประจักษ์ธรรม ทายาทสาวแห่งไทยออพติคอล

เรียกว่าลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจริงๆ สำหรับ “ปริณดา ประจักษ์ธรรม” ทายาทสาวในเครือข่ายหอแว่นกรุ๊ป กลุ่มธุรกิจร้านแว่นตาที่อยู่คู่คนไทยมากว่า 50ปี

เรียกว่าลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจริงๆ สำหรับ “ปริณดา ประจักษ์ธรรม” ทายาทสาวในเครือข่ายหอแว่นกรุ๊ป กลุ่มธุรกิจร้านแว่นตาที่อยู่คู่คนไทยมานานกว่า 50 ปี

“ปริณดา ประจักษ์ธรรม” ทายาทสาวหนึ่งเดียวของ “สว่าง ประจักษ์ธรรม” ประธานกรรมการไทยออพติคอลกรุ๊ป จึงคลุกคลีอยู่กับร้านแว่นตาตั้งแต่เกิดแถมยังมีแบ็คอัพแข็งแรงสุดๆ เธอจึงก้าวออกมาสร้างแบรนด์ของตัวเอง “Glazziq” (กลาซซิค) เปิดช้อปแว่นตากับบรรยากาศสบายๆ ในร้านกาแฟชื่อ พริณทาคาเฟ่ (Printa Café) ตกแต่งสไตล์มินิมอล เน้นการใช้สีขาวเป็นหลัก ทำให้ดูสะดุดตาและหาไม่ยาก แม้จะอยู่ในตรอกเล็กๆ ด้านหลังวัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดแขก) ถนนปั้น

ปริณดาเริ่มต้นการเรียนที่โรงเรียนนานาชาติบางกอกพัฒนา ต่อปริญญาตรีวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี เรียนจบตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 20 ปีจากนั้นต่อปริญญาโท 2 ใบด้านซัพพลายเชนที่ Warwick มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งเกาะอังกฤษ แถมด้วยเอ็มบีเอที่ Kellogg School โรงเรียนการจัดการของมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น เคยทำงานที่มิตรผล ประเทศจีน และสุดท้ายทำที่ Boston Consulting Group บริษัทที่ปรึกษาชั้นนำระดับโลก

กว่ามาถึงวันนี้ได้เพราะครอบครัวให้อิสระในการคิดและตัดสินใจตั้งแต่เด็ก ไม่เคยบังคับให้ต้องทำโน่นทำเนี่ย แม้จะเป็นลูกคนเดียวก็ไม่เคยถูกกดดัน เธอจึงใช้ชีวิตวัยเด็กเต็มที่ อยากทำอะไรก็ทำ แม้กระทั่งโดดเรียน แต่ความที่เป็นเด็กหัวดีจึงไม่มีปัญหาเรื่องการเรียน โดยสามารถรักษาอันดับ 1 ใน 10 มาตลอด

ปริณดา เล่าถึงวีรกรรมความเกเรในวัยเรียนว่า คุณครูเรียกผู้ปกครองมาพบ ระหว่างนั้นได้เห็นสีหน้าความผิดหวังของคุณพ่อคุณแม่ และรับรู้ได้ว่าท่านเสียใจกับพฤติกรรมแบบนั้น แม้ว่าจะไม่ถูกลงโทษแต่เธอก็รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไปหลังจากนั้นทุกอย่างเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ เธอกลับมาตั้งใจเรียน ราวกับเป็นคนละคน

ด้วยสิ่งแวดล้อมและวัฒธรรมของมหาวิทยาลัยคลิกเข้ากับตัวเธอ จึงได้เรียนรู้และทำกิจกรรมเยอะมาก ทำให้กล้าที่จะทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อนและสามารถกลับมาสานความฝันในวัยเด็กที่อยากทำธุรกิจ เพราะซึมซับมาจากคุณพ่อตั้งแต่จำความได้

“ทุกครั้งที่ไปตามห้างสรรพสินค้ามักจะแวะคุยกับพนักงานในร้าน เมื่อพบหรือเห็นประเด็นปัญหา หรือไอเดียใหม่ๆ ก็มักจะพูดคุยกับคุณพ่อว่าทำแบบนี้ดีไหม ปัญหาแบบนี้แก้อย่างไร ที่บ้านเลี้ยงลูกเหมือนกับเพื่อนคือ สามารถปรึกษาพูดคุยกันได้ทุกเรื่อง โดยเฉพาะดาที่ก๊อบปี้คุณพ่อมา 100% ทั้งมุมมองความคิดรวมทั้งหน้าตาตามหลักคนจีน ก็ถือว่าดี (หัวเราะ)”

สิ่งที่ได้จากพ่อคือ การที่เติบโตมาจากครอบครัวนักธุรกิจตั้งแต่เล็กทำให้ซึมซับเรื่องราวธุรกิจเข้ามาอย่างไม่รู้ตัว

*คัดย่อจาก นสพ.กรุงเทพธุรกิจ วันเสาร์ที่ 17 กันยายน 2559