วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'แพทยสภา'เผยแพทย์ทำศัลยกรรม 'ยาซูโอะ' ไม่ผิด

นายกแพทยสภาเผยแพทย์ทำศัลยกรรมใบหน้า ญี่ปุ่นหนีคดีโกงหุ้น ไม่ผิด ระบุเป็นตกแต่งใบหน้าทั่วไป ไม่มีระเบียบบังคับ

จากกรณีสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ระบุว่ามีการจับกุมนายยาซูโอะ ทะสึบากิ อายุ 62 ปี สัญชาติญี่ปุ่น ที่หนีมากบดานในไทยหลังก่อคดีปั่นหุ้นจนตลาดหลักทรัพย์ญี่ปุ่นเสียหายกว่า 4,000 ล้านบาท และมีการทำศัลยกรรมใบหน้าเฟซออฟ (Face Off) จนไม่มีใครจำได้ด้วยนั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 ส.ค. ศ.นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา กล่าวว่า จากการที่ตำรวจได้สอบปากคำ ชายชาวญี่ปุ่นรายนี้ได้ให้ข้อมูลว่าได้ทำศัลยกรรมใบหน้าที่ประเทศไทย แต่ยังไม่ทราบว่าทำที่สถานบริการใด ส่วนที่ว่าแพทย์ผู้ทำศัลยกรรมให้แก่ผู้ที่มีคดีติดตัวจะมีความผิดหรือไม่นั้น กรณีเป็นการทำศัลยกรรมใบหน้าทั่วไป ไม่ใช่การทำเฟซออฟ

ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยไม่มีกฎระเบียบใดที่ระบุชัดว่า ก่อนการทำศัลยกรรมหรือการผ่าตัดใบหน้าจะต้องมีการขออนุญาตใคร หรือต้องมีการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมก่อน จึงไม่สามารถเอาผิดแพทยืได้ เพราะแพทย์เองก็คงไม่ทราบ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยเองก็ได้มีการสอบถามมายังแพทยสภาเช่นกันว่ามีระเบียบหรือกฎเกณฑ์ใดในการตรวจสอบก่อนทำศัลยกรรมหรือไม่ แพทยสภาได้ให้คำตอบว่าขณะนี้ยังไม่มี แต่แพทยสภาอยู่ระหว่างกำลังร่างระเบียบขึ้นมาใหม่ว่าก่อนการทำศัลยกรรมใบหน้าอาจต้องมีการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมก่อนด้วย เพื่อป้องกันในเรื่องของการก่ออาชญากรรมหรือการหนีคดี เป็นต้น

“การทำศัลยกรรมใบหน้าเพื่อความสวยงามถือเป็นสิทธิเสรีภาพที่บุคคลทั่วไปจะทำได้ แต่ในส่วนของแพทย์แล้วอาจจะต้องมีการระเบียบออกมาเพื่อตรวจสอบก่อนการทำศัลยกรรมใบหน้าให้แก่ใครก็ตาม ต้องมีการตรวจสอบประวัติก่อนเพื่อป้องกันเรื่องของอาชญากรรม อย่างไรก็ตาม อีกส่วนที่ควรมีการแก้ไขคือการตรวจสอบสถานะบุคคล เพราะที่ผ่านมาเมื่อมีการทำศัลยกรรมใบหน้าเพื่อความงามแล้วปรากฏว่ามบหน้าเปลี่ยนไป ใบหน้าไม่เหมือนคนเดิม ทำให้มีปัญหาเรื่องการเดินทางเข้าประเทศ ซึ่งการทำศัลยกรรมเพื่อความงามนี้ก็ถือเป็นสิทธิที่ทำได้ ซึ่งภาครัฐต้องแก้ระเบียบในการรองรับด้วย เพราะต่างประเทศก็มีการตรวจสอบโดยใช้การตรวจม่านตาและลายนิ้วมือทั้งสิบนิ้ว ซึ่งอย่างไรก็สามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นตัวจริงหรือไม่ ไม่ใช่แค่ตรวจสอบจากใบหน้าเพียงอย่างเดียว” ศ.นพ.สมศักดิ์ กล่าว