วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

The Twins เติมเต็มความต่างให้กับ สรวิศ-ศุรวีร์

สรวิศ-ศุรวีร์ หนุ่มคู่แฝดจากครอบครัวเรืองแสง ม้หน้าตาจะไม่เหมือนกันแต่ก็เป็นคู่ซี้และคู่คิด ที่กำลังก้าวผ่านชีวิตวัยรุ่นสู่โลกธุรกิจ

สรวิศ-ศุรวีร์ หนุ่มคู่แฝดจากครอบครัวเรืองแสงที่มาจากไข่คนละใบ แม้หน้าตาจะไม่เหมือนกันแต่ก็เป็นคู่ซี้และคู่คิด ที่กำลังก้าวผ่านชีวิตวัยรุ่นสู่โลกธุรกิจร่วมกันสานต่อกิจการครอบครัว The Wish คอมมูนิตี้มอลล์ย่านสามพราน 

แฝดหนุ่มว่าที่บัณฑิตคณะเศรษฐศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีชีวิตไลฟ์สไตล์และหน้าตาต่างกันสุดขั้ว แต่ไม่ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างพี่น้อง เพราะต่างเข้ามาเติมเต็มให้กันกับการรับช่วงธุรกิจครอบครัวในการบริหารจัดการคอมมูนิตี้มอลล์ ที่ต้องการคนรุ่นใหม่ไฟแรงสร้างแบรนด์บุกตลาดอสังหาริมทรัพย์และรีเทล 

เจมส์-สรวิศ (เสื้อฟ้า) แฝดผู้พี่มักจะยิ้มน้อยๆ แบบหนุ่มขี้อาย สงวนคำพูดคำจาแต่สามารถสื่อสารได้อย่างหนักแน่น อาจด้วยกิจกรรมระหว่างเรียนคือ การออกค่ายอาสาพัฒนาชนบท ที่เจ้าตัวเชื่อว่าช่วยเปลี่ยนมุมมองสู่อีกแง่มุมหนึ่งของชีวิต ส่วนแฝดผู้น้อง เจฟ-ศุรวีร์ เต็มเปี่ยมด้วยออร่าความสดใส ด้วยความเป็นเด็กกิจกรรมทั้งผู้นำเชียร์และนักฟุตบอลของคณะ ความนิ่งของเจมส์และความกระตือรือร้นของเจฟ ทำให้การสนทนาเป็นไปอย่างราบรื่น ต่างคนคอยเสริมข้อมูลส่วนที่ตัวเองมีความรู้อยู่แล้ว เติมเต็มให้กันและกัน


ฟุตบอลดูจะเป็นความเหมือนของฝาแฝดที่เห็นได้ชัด ทั้งคู่ชอบกีฬาฟุตบอลทั้งดู เชียร์และลงสนามด้วยกันทุกสัปดาห์ แถมเป็นตัวตั้งตัวตีนัดเพื่อนในกลุ่มมาร่วมเล่นด้วยกันเสมอ โดยเฉพาะน้องเจมส์คอยศึกษาหลายๆ อย่างเกี่ยวกับฟุตบอลด้วยความสนใจสุดๆ แถงยังสะสมเสื้อสโมสรฟุตบอลต่างๆ รวมถึงทีมแปลกๆ ที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก


ก่อนหน้านั้น ธุรกิจครอบครัวเรืองแสงเป็นโรงงานอิลาสติกสำหรับอุตสาหกรรมสิ่งทอ แต่เมื่อเผชิญวิกฤติค่าจ้างแรงงานตามมาด้วยวิกฤติน้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 เครื่องจักรหลักเสียหาย จึงหันเข้าหาธุรกิจบริการนำเที่ยวเชียงใหม่ และเริ่มเข้ามาในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

สรวิศ เล่าว่า คุณแม่ (อมราพร พงษ์สุรพิพัฒน์) วางไว้ให้คนหนึ่งดูธุรกิจทัวร์ อีกคนดูอสังหาริมทรัพย์ แต่ตอนนี้ธุรกิจทัวร์เริ่มอยู่ตัวแล้ว เราทั้งคู่เลยต้องช่วยกันดูแล The Wish ในภาพรวมหรือเรื่องทั่วๆ ไปเป็นการเรียนรู้ไปในตัว แต่ในอนาคตคงต้องแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบให้ชัดเจน


“การเรียนทางด้านเศรษฐศาสตร์ก็ช่วยตอบโจทย์ของธุรกิจ เศรษฐศาสตร์มีทั้งมหภาคและจุลภาคที่ให้มุมมองครอบคลุมทั้งมุมกว้างและเชิงลึก เช่น รัฐบาลจะมองภาพกว้างขนาดไหนเพื่อกำหนดนโยบายบริหารประเทศ หรือถ้ามองกลับมาที่ธุรกิจของเราก็สามารถนำมามองภาพในมุมกว้างของทั้งตลาดรวม ตัวธุรกิจได้เช่นกัน ไม่ว่าจะทำงานอะไร ความรู้ทางเศรษฐศาสตร์นำไปประยุกต์ใช้ได้ทั้งนั้น”

สรวิศ ขยายความถึงความหมายของเศรษฐศาสตร์ว่า คือการตัดสินใจ ไม่ว่าคุณจะทำอะไรในชีวิตก็ต้องเลือกสรรเพื่อตัดสินใจ ที่สามารถนำมาใช้กับธุรกิจ ในการคิด วิเคราะห์และตัดสินใจเลือกว่า ลูกค้าจะชอบหรือไม่ ความต้องการในเมืองและนอกเมืองไม่เหมือนกัน เราจะหาความแตกต่างนั้นแล้วนำมาปรับใช้กับ The Wish โดยอาจนำไลฟ์สไตล์คนในเมืองมาปรับให้เข้ากับความต้องการของคนในพื้นที่สามพราน นั่นคือ เศรษฐศาสตร์


ศุรวีร์ แฝดผู้น้องที่เรียนในคณะเดียวกัน เสริมขึ้นว่า เศรษฐศาสตร์สามารถนำมาต่อยอดใช้กับการทำงานได้ เพราะเป็นเรื่องทุกอย่างรอบตัวเรา ไม่ว่าทำอะไรจะมีดีมานด์ซัพพลายเกิดขึ้น ดังนั้น สามารถนำมาประยุกต์มองพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าในพื้นที่ว่าเป็นอย่างไร ต้องการสินค้า บริการและราคาแบบไหน เมื่อเราเป็นซัพพลายก็ต้องปรับให้ตรงกับดีมานด์


การทำงานจริงในแบบฉบับมืออาชีพย่อมแตกต่างจากทฤษฎีในชั้นเรียน และต่างจากการเป็นมือฝึกหัด ศุรวีร์บอกว่าต้องปรับตัวอย่างมากในทุกๆ เรื่อง การทำงานจริง ไม่เหมือนอย่างที่คิดเลย จากที่เคยตามคุณพ่อ (เจษฎา เรืองแสง) ไปทำงาน ก็ยังมีเวลาว่างทำนู่นนี่ ว่างไปเจอเพื่อน กินข้าว ดูหนัง แต่พอเข้ามาทำงานจริงจัง ทุกอย่างเป็นเวลา ทุกอย่างเป็นระบบ ทำให้ไม่มีเวลาเหมือนเดิมแล้วยังต้องปรับตัวหนักมาก ถ้าถามว่ายากไหม ในวันที่ต้องลงมาทำงานเต็มตัว ผมมองว่า ภาพมันใหญ่มาก สิ่งที่เคยไกลตัวกลายเป็นภาระหน้าที่ต้องรับผิดชอบ งานแรกที่ต้องทำก็กลายเป็นงานชิ้นใหญ่เลย ยากแต่ท้าทายมาก วันนี้โชคดีกับโอกาสที่ท้าทาย ซึ่งแน่นอนว่า คงไม่โชคดีแบบนี้ตลอด เลยตัดสินใจมาช่วยธุรกิจครอบครัวแบบเต็มตัว เต็มที่


ความท้าทายคือ จะทำอย่างไรให้ธุรกิจตอบสนองความต้องการของลูกค้าในพื้นที่ได้จริง นี่คือเป้าหมายที่แท้จริงของ The Wish ที่เขาอยากให้คนในพื้นที่ได้มีทางเลือกในการใช้ชีวิตมากขึ้น

สองพี่น้องคลุกคลีวิ่งเล่นอยู่ในโรงงานอิลาสติก ได้เรียนรู้และซึมซับการทำงานของคุณพ่อทั้งการเจรจาลูกค้าและการดูแลลูกน้อง แน่นอนว่าไอดอลของพวกเขาย่อมไม่พ้นคุณพ่อ พวกเขาทั้งคู่ยังมีเส้นทางฝันของตัวเอง โดยแฝดผู้พี่อยากเป็นครูแนะแนว ส่วนแฝดน้องอยากทำร้านอาหาร

จับตาเส้นทางเดินของว่าที่นักธุรกิจเลือดใหม่ แนวคิดและความฝันของหนุ่มแฝดที่ไม่เหมือนกันทั้งหน้าตาและชีวิตไลฟ์สไตล์ส่วนตัว แต่ก็เป็นความต่างที่เติมเต็มซึ่งกัน ได้ใน นสพ.กรุงเทพธุรกิจกายใจ ฉบับวันอาทิตย์ที่ 15 พฤษภาคม 2559