วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ลูก'นพ.เดชา'เปิดใจ! ชี้ตระกูลสุขารมณ์ไม่ได้บริหารรพ.นาน10ปี

"ดร.วรสุดา" ลูกนพ.เดชาแถลงเปิดใจ "ตระกูลสุขารมณ์" ไม่ได้บริหารรพ.นาน10ปี เร่งผู้ประกอบการรายใหม่ เผยถ้าขายขาดราคาจะไม่ต่ำกว่า500ล้าน

จากกรณีที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มีคำสั่งปิดชั่วคราว โรงพยาบาลเดชา ย่านพญาไท เป็นเวลา 60 วัน เนื่องจากไม่สามารถดำเนินการได้ตามมาตรฐานสถานพยาบาลที่กฎหมายกำหนด จากการที่ผู้รับอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลหรือเจ้าของคนเดิมเสียชีวิต และไม่มีการแจ้งบุคคลเป็นเจ้าของคนใหม่ ทำให้มาตรฐานรพ.ตกต่ำ และสังคมเกิดข้อสงสัยว่ารพ.เดชามีใครเป็นเจ้าของ

ล่าสุด เมื่อวันที่ 13 ที่รพ.เดชา พญาไท ดร.วรสุดา สุขารมณ์ ลูกสาวคนเล็กของนพ.เดชา สุขารมณ์ ผู้ก่อตั้งรพ.เดชา กล่าวว่า ตนในฐานะตัวแทนครอบครัวสุขารมณ์ จำเป็นต้องออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง เนื่องจากหลังจากปรากฎเป็นข่าวมีผลกระทบต่อชื่อเสียงของครอบครัวและนพ.เดชาโดยตรง ทำให้สังคมสับสนในเรื่องที่ว่าใครเป็นเจ้าของรพ.เดชา จึงอยากชี้แจงว่า บริษัท สุขารมณ์ เป็นเจ้าของที่ดินของรพ.เดชาและทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการแพทย์ของรพ.เดชา แต่ไม่ได้เป็นผู้ประกอบการรพ.เดชามานานกว่า 10 ปีแล้ว ตั้งแต่ปี 2549 และไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการบริหารทั้งหมด โดยได้อให้บริษัทศรีอยุธ เข้ามาเช่าและดำเนินการบริหารรพ.เดชา

“เดิมบริษัทสุขารมณ์ ทำสัญญาเช่ากับบริษัทศรีอยุธเป็นเวลา 7 ปี หลังจากนั้นทำสัญญาแบบปีต่อปี โดยที่ผ่านมาบริษัทศรีอยุธเกิดภาวะขาดสภาพคล่องและถึงขั้นวิกฤติ เมื่อต้นปี 2559 แต่จริงๆ มีปัญหามาตั้งแต่ปลายปี 2558 โดยเป็นหนี้ค้างค่าเช่ากับบริษัทสุขารมณ์ด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่ได้มีการดำเนินการใด เพราะเกรงจะกระทบกับคนไข้และได้รับการยืนยันว่าหากได้รับเงินประกันสังคมหรือเงินก้อนก็จะนำมาจ่าย แต่ตอนนี้บริษัทสุขารมณ์ได้มอบหมายให้ทนายความดำเนินการทางกฎหมายกับบริษัทศรีอยุธแล้ว มูลค่าหนี้ที่ค้างค่าเช่าไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท แต่ขอไม่ระบุจำนวนที่ชัดเจน” ดร.วรสุดากล่าว

ดร.วรสุดา กล่าวอีกว่า 2-3 เดือนตั้งแต่ที่นายวีระนาถ วีระไวทยะ ผู้บริหารบริษัทศรีอยุธเสียชีวิต ก็ไม่ได้รับการติดต่อจากผู้บริหารของบริษัทคนอื่นๆ เลย จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 12 พ.ค.2559 ได้พบกับจ.ส.อ.ชาญณรงค์ ประเสริฐศรี ผู้แทนบริษัทศรีอยุธได้รับการบอกกล่าวว่า ไม่ทราบเรื่อง เป็นแค่ตัวแทนบริษัท หลังจากนี้สุขารมณ์จะมอบหมายให้ทนายความพิจารณารายละเอียดข้อสัญญาและเอกสารต่างๆที่ทำไว้กับบริษัทศรีอยุธ รวมถึง ระยะเวลาในการหมดสัญญาด้วย และยืนยันว่าบริษัทดังกล่าวต้องเป็นผู้รับผิดชอบมูลหนี้ทั้งหมด

ดร.วรสุดา กล่าวด้วยว่า ขณะนี้บริษัทสุขารมณ์ได้มีการเจรจากับผู้ประกอบการรายใหม่ที่สนใจจะเข้ามาดำเนินธุรกิจในพื้นที่ของรพ.เดชาหลายราย ซึ่งอยู่ในขั้นตอนของการเจรจา โดยเปิดรับทุกรูปแบบทั้งการซื้อขาดและการเช่า ไปทำธุรกิจรพ.ต่อหรือธุรกิจอื่น แต่ที่สนใจเข้ามาส่วนใหญ่เป็นธุรกิจรพ. โดยหากจะขายขาดราคาจะไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท ซึ่งแน่นอนว่าจากนี้บริษัทสุขารมณ์จะเปลี่ยนผู้ประกอบการที่จะเข้ามาดำเนินธุรกิจแทนบริษัทศรีอยุธแน่นอน แต่บริษัทสุขารมณ์จะไม่กลับมาบริหารรพ.เดชาเอง เพราะไม่มีบุคลากรที่พร้อมและมีธุรกิจอื่นดำเนินการ ส่วนรายละเอียดทางกฎหมายมอบให้ทนายความจัดการเอกสารต่างๆให้เรียบร้อย เพราะจะตัดสัญญากับทางบริษัทศรีอยุธเลยทันทีคงไม่ได้ ทุกอย่างต้องรอบคอบ

“อยากให้บริษัทศรีอยุธเข้ามาหารือกับสุขารมณ์ ว่าจะเคลียร์กันแบบไหน เพราะไม่สามารถนิ่งดูดายได้ ผลกระทบไม่ใช่แค่บริษัทสุขารมณ์ แต่เป็นภาพใหญ่ ซึ่งจากที่บริษัทบอกกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ว่าจะดำเนินการปรับปรุงให้ดีขึ้นภายใน 60 วันนั้น ก็ยังกังวลว่าจะทำได้หรือไม่ และเท่าที่ทราบใบอนุญาตในการประกอบกิจการสถานพยาบาลของบริษัทศรีอยุธก็ใกล้หมดอายุแล้ว” ดร.วรสุดากล่าว