กรมควบคุมโรค ออกประกาศเตือน 6 โรค 2 ภัยสุขภาพช่วงหน้าร้อน ระวังโรคทางเดินอาหารและน้ำ-โรคพิษสุนัขบ้า-ฮีทสโตรก-จมน้ำ
นพ.อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กรมควบคุมโรค(คร.)ได้ออกประกาศ เรื่อง การป้องกันโรคและภัยสุขภาพที่เกิดในช่วงฤดูร้อน ประกอบด้วย โรคติดต่อทางอาหารและน้ำ 5 โรค ได้แก่ 1.โรคอุจจาระร่วง 2.โรคอาหารเป็นพิษ 3.โรคบิด 4.อหิวาตกโรค และ5.ไข้ไทฟอยด์หรือไข้รากสาดน้อย ส่วนโรคติดต่อระหว่างสัตว์และคน 1 โรค ได้แก่ โรคพิษสุนัขบ้า นอกจากนี้ต้องระมัดระวัง 2 ภัยสุขภาพที่สำคัญได้แก่ ภัยจากอากาศร้อนหรือฮีทสโตรก และการจมน้ำในเด็ก จากข้อมูลสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่ต้นปี 2559 มีรายงานผู้ป่วยทั้ง 5 โรคติดต่อทางอาหารและน้ำ รวม 356,827 ราย เสียชีวิต 3 ราย โรคที่พบมากอันดับ หนึ่ง ได้แก่ โรคอุจจาระร่วง 319,859ราย เสียชีวิต 2 ราย รองลงมา คือ โรคอาหารเป็นพิษ 35,038 ราย โรคบิด 1,410 ราย โรคไข้รากสาดน้อยหรือไข้ไทฟอยด์ 479 ราย โรคอหิวาตกโรค 41 ราย เสียชีวิต 1 ราย ตามลำดับ
“การป้องกันตนเอง จากโรคติดต่อทางอาหารและน้ำ ขอให้ประชาชนยึดหลักปฏิบัติประจำวันง่ายๆ คือสุก ร้อน สะอาดหลีกเลี่ยงอาหารสุกๆ ดิบๆ รวมถึงอาหารที่ไม่ผ่านความร้อน เช่น อาหารทะเลและยำต่างๆ เน้นความสะอาดของสถานประกอบการเป็นสำคัญ ส่วนอาการของโรค คือ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ถ่ายอุจจาระเหลวหรือเป็นน้ำ ปวดหัว คอแห้งกระหายน้ำ ส่วนการช่วยเหลือเบื้องต้นให้สารละลายเกลือแร่โอ อาร์ เอส เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ หากอาการไม่ดีขึ้นให้รีบไปพบแพทย์ทันที”นพ.อำนวยกล่าว
นพ.อำนวย กล่าวด้วยว่า โรคพิษสุนัขบ้า ตั้งแต่ต้นปี 2559 มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย โดยพาหะหลักจากสุนัข และแมว ซึ่งอาจติดโรคจากการกัด ข่วน หรือเลียผิวหนังคนมีแผล ที่สำคัญโรคนี้เป็นแล้วตายทุกราย ไม่มียารักษา แต่สามารถป้องกันได้ด้วยการนำสุนัขทุกตัวไปรับการฉีดวัคซีน และลดความเสี่ยงจากการถูกสุนัขกัดหรือโดนทำร้าย โดยปฏิบัติตามคำแนะนำ 5ย คือ1.อย่าแหย่ให้สุนัขโมโห2.อย่าเหยียบหาง ตัว ขาสุนัข หรือทำให้สุนัขตกใจ 3.อย่าแยกสุนัขที่กำลังกัดกันด้วยมือเปล่า4.อย่าหยิบชามอาหารขณะสุนัขกำลังกิน และ5.อย่ายุ่งกับสุนัขนอกบ้านหรือที่ไม่ทราบประวัติ หากถูกสุนัขกัดให้รีบล้างแผลด้วยสบู่และน้ำสะอาดหลายๆครั้ง ใส่ยาฆ่าเชื้อ เช่น เบตาดีน รีบพาไปพบแพทย์เพื่อรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าจนครบตามที่แพทย์แนะนำ ต้องจำสัตว์ที่กัดให้ได้เพื่อสืบหาเจ้าของ และสอบถามประวัติการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ติดตามดูอาการสุนัข10วัน และถ้าพบสุนัขนั้นตายก่อน10วัน และมีประวัติกัดคนหรือสัตว์อื่น ควรนำหัวส่งตรวจโดยประสานกับเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์พื้นที่ใกล้บ้าน
สำหรับฮีทสโตรก เกิดจากการที่ร่างกายได้รับความร้อนมากเกินไปจนทำให้ความร้อนในร่างกายสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส มีอาการตั้งแต่ปวดศีรษะ หน้ามืด เพ้อ ชัก ไม่รู้สึกตัว หายใจเร็ว หัวใจเต้นผิดจังหวะ ช็อก หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจทำให้เสียชีวิตได้ สำหรับกลุ่มที่มีความเสี่ยงเป็นโรคลมแดดได้สูงกว่าคนทั่วไปมี 6 กลุ่ม ได้แก่ 1.ผู้ที่ทำงานหรือทำกิจกรรมกลางแดด 2.เด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบและผู้สูงอายุ 3.ผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง 4.คนอ้วน 5.ผู้ที่อดนอน และ 6.ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แนะนำประชาชนให้ดูแลสุขภาพตนเอง เช่น สวมใส่เสื้อผ้าสีอ่อน ระบายความร้อนได้ดี ควรอยู่ภายในบ้านหรือในที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก ลดหรือเลี่ยงทำกิจกรรมที่ต้องออกแรงกลางแจ้งนานๆ สวมแว่นกันแดด สวมหมวกปีกกว้าง ควรดื่มน้ำให้มากกว่าปกติ เพื่อชดเชยการเสียน้ำในร่างกายจากเหงื่อออก หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด และอย่าทิ้งเด็ก ผู้สูงอายุ หรือสัตว์เลี้ยงไว้ในรถที่จอดอยู่กลางแจ้ง
ส่วนการจมน้ำในเด็ก โดยเฉลี่ยทุก 1 เดือนประเทศไทยสูญเสียเด็กจากการจมน้ำเสียชีวิตมากกว่า 90 คน และเดือนที่จมน้ำเสียชีวิตสูงที่สุดคือเมษายนเฉลี่ย 134 คน เพราะเป็นช่วงฤดูร้อนและตรงกับช่วงปิดเทอมของเด็ก สำหรับมาตรการป้องกันการจมน้ำ เน้นใน2กลุ่มสำคัญ ได้แก่1.มาตรการป้องกันการจมน้ำในเด็กเล็ก (อายุต่ำกว่า5ปี) คือเทน้ำ กั้นคอก ปิดฝา เฝ้าดูตลอดเวลา และ2.มาตรการป้องกันการจมน้ำในเด็กโต (อายุมากกว่า5ปี) คือ ลอยตัว ชูชีพ ช่วยเหลือ ปฐมพยาบาล








