สปสช.เรียกเก็บเงินสำรองจ่ายเจ็บป่วยฉุกเฉินคืนไม่ได้76.86ล้านบาท สิทธิกทม.-ครูเอกชน-ต่างด้าวค้างจ่าย 100 %
ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) มีการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(บอร์ดสปสช.) โดยมีการนำเสนอเรื่องการรองรับนโยบาย เจ็บบป่วยฉุกเฉิน รักษาทุกที่ ดีทุกสิทธิและปัญหาEMCOที่ผ่านมาว่า จากการที่มีการมอบหมายให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานที่สำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลตามนโยบาย เจ็บป่วยฉุกเฉิน รักษาทุกที่ ดีทุกสิทธิ(EMCO)ไปก่อนแล้วเรียกเก็บเงินคืนจากสิทธิรักษาพยาบาลอื่นๆในภายหลัง ปรากฎว่าสปสช.ไม่สามารถเรียกเก็บเงินที่สำรองจ่ายให้กับผู้ป่วยที่เข้ารับการบริการจากการเจ็บป่วยฉุกเฉินของสิทธิรักษาพยาบาลอื่นที่ไม่ใช่หลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือบัตรทอง โดยมียอดค้างจ่ายที่สปสช.ยังเรียกเก็บเงินสำรองจ่ายคืนไม่ได้ 76.86 ล้านบาท
แยกเป็นสิทธิต่างๆ ดังนี้ สิทธิข้าราชการที่เบิกจ่ายกับกรมบัญชีกลาง เงินที่ยังค้าง 28.9 0 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 5.51 สิทธิประกันสังคม ค้าง 12.72 ล้านบาท คิดเป็น ร้อยละ 15.65 สิทธิข้าราชการท้องถิ่นที่เบิกจ่ายโดยสปสช. ค้าง 2.78 แสนบาท คิดเป็นร้อยละ 2.07 สิทธิข้าราชการท้องถิ่น(กทม.) ค้าง 27.85 ล้านบาท คิดเป็น 100 % สิทธิรัฐวิสาหกิจ/องค์การในกำกับ ค้าง 2.71 ล้านบาท คิดเป็น ร้อยละ 90.40 สิทธิครูเอกชน ค้าง 9.72 แสนบาท คิดเป็น 100 % และอื่นๆ เช่น ต่างด้าง และรอพิสูจน์สถานะ ค้าง 3.41 ล้านบาท คิดเป็น 100 %
ด้านนพ.ประจักษวิช เล็บนาค ผู้อำนวยการอาวุโสสปสช. กล่าวว่าปริมาณจำนวนผู้ป่วยและเงินที่จ่ายชดเชยที่อยู่ในเกณฑ์ระดับวิกฤติ 3 ปีย้อนหลัง ได้แก่ปีงบประมาณ 2556 จำนวน 16,020 ครั้ง จำนวนเงิน 361.39 ล้านบาท ปีงบประมาณ 2557 จำนวน 11,444 ครั้ง จำนวนเงิน 306.98 ล้านบาท ปีงบประมาณ 2558 จำนวน 9,405 ครั้ง จำนวนเงิน 293.20 ล้านบาท โดยเฉลี่ย 12,290 ครั้ง จำนวนเงิน 320.53 ล้านบาท ส่วนปริมาณ จำนวนผู้ป่วยที่ให้บริการมากที่สุด 4 กลุ่ม รักษาใน 3 วันหรือ 72 ชั่วโมง ประกอบด้วย หัวใจวายวิกฤติ ระบบทางเดินหายใจวิกฤติ หลอดเลือดหัวใจวิกฤติ และระบบประสาทวิกฤติ
ผู้สื่อข่าวรายงาน ในวาระเรื่องนี้ที่ประชุมยังไม่ได้มีการพิจารณาแนวทางในการแก้ปัญหา โดยเลื่อนเป็นการประชุมครั้งหน้า ที่จะเสนอให้บอร์ดให้สปสช.ประสานเร่งรัดหน่วยงานที่ค้างชำระ ดำเนินการคืนเงินกรณีสำรองจ่าย








