วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สธ.ชงครม.ออกกฎหมายคุมเกลือ-โซเดียม อาหารสำเร็จรูป

สธ.เตรียมชงครม.ออกกฎหมายคุมปริมาณเกลือ-โซเดียมในอาหารสำเร็จรูป เค็มต้องไม่เกิน 20% ฝ่าฝืนมีโทษ ทั้งจำ ทั้งปรับ

ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี นพ.อัษฎางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) แถลงข่าว “รามาธิบดีกับการผลักดันวาระแห่งชาติ:เรื่องการลดการบริโภคเกลือและโซเดียม” ว่าขณะนี้สำนักควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง กรมควบคุมโรค อยู่ระหว่างการเร่งผลักดันกฎหมายควบคุมอาหารสำเร็จรูปให้มีปริมาณเกลือ และโซเดียมไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด นำร่องในกลุ่มอาหารกระป๋อง และขนมขบเคี้ยว โดยให้มีปริมาณเกลือโซเดียมไม่เกิน20% หากฝ่าฝืนมีโทษทั้งจำ และปรับ ซึ่งอัตราการปรับอาจขึ้นอยู่กับระดับความเค็มที่เกินเกณฑ์อยู่ระหว่างเตรียมเสนอให้คณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณา

“การลดการบริโภคเกลือ โซเดียมเพื่อลดการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังถือเป็นวาระแห่งชาติ ที่สธ.จะดำเนินการเพียงลำพังไม่ได้ จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในการกำกับอาหาร ร้านจำหน่ายอาหารให้ผสมเกลือและโซเดียมไม่ให้เกินเกณฑ์ที่กำหนด”นพ.อัษฎางค์กล่าว

นพ.สุรศักดิ์ กันชูเวสศิริ ประธานเครือข่ายบริโภคเค็ม และอาจารย์ประจำภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาฯ กล่าวว่า ปัจจุบันคนไทยบริโภคเกลือกันจากปริมาณที่กำหนด2เท่า ทำให้เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังตามมา โดยเป็นโรคความดันโลหิตสูง11ล้านคน ผู้ป่วยโรคไตรายใหม่เพิ่มขึ้น15%ต่อปี ค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้รวมกันทั้งหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า สวัสดิการข้าราชการ ประกันสังคม จำนวนกว่า5พันล้านบาท 

เมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคหัวใจ อัมพาต นอนติดเตียงรวมแล้วไม่ต่ำกว่า1หมื่นล้านบาทต่อปี ทั้งนี้ ผู้มีปัญหาเริ่มแรกจะมีความดันโลหิตสูง จากนั้นการทำงานของไตจะมีปัญหาจะเริ่มบวม ไข่ขาวในปัสสาวะรั่ว ส่วนใหญ่มาพบว่าไตมีปัญหาการทำงานไปแล้วกว่า70%คนที่มีปัญหาพบว่าส่วนใหญ่กินเค็มมาตลอดชีวิต โดยพบผู้ป่วยอายุน้อยสุดที่มาฟอกเลือดที่โรงพยาบาลรามาฯ อายุเพียง27ปี ดังนั้นจึงต้องร่วมมือกันในการลดการบริโภคเค็มลง

“ส้มตำที่คนไทยชอบรับประทานเค็มมากน้ำปลา น้ำปลาร้า ปูดอง ต่างก็ให้ความเค็มมาก ถ้ากินเส้น และส่วนประกอบอื่นๆ ก็จะได้รับความเค็มประมาณ20%แต่ถ้าเอาน้ำส้มตำมาคลุกข้าวกินจะได้รับความเค็ม100%ดังนั้นเวลาไปสั่งส้มตำหรือแม้แต่อาหารอื่นๆ ขอให้สั่งติดปากเลยว่าไม่เค็ม ไม่ใส่ผงชูรส ทั้งนี้ วิธีสังเกตว่าตนเองรับประทานหรือไม่ นั้นคือดื่มน้ำบ่อย ตัวบวม ความดันเพิ่ม เป็นต้นในส่วนของโรงพยาบาลรามาฯ ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี2558โดยให้ความรู้บุคลากร และเอาเกลือ น้ำปลาออกจากชั้นเครื่องปรุง ” นพ.สุรศักดิ์ กล่าว

นพ.วิวัฒน์ โรจนพิทยากร ผอ.ศูนย์นโยบายและการจัดการสุขภาพ กล่าวว่า มี3กลุ่มที่ต้องขับเคลื่อนในเรื่องการลดบริโภคเค็ม คือ1.แม่บ้าน พ่อบ้านที่ทำกับข้าวที่บ้าน2.ร้านอาหารต่างๆ และ3.อุตสาหกรรมอาหาร ต้องคุมการผลิตอาหารที่มีปริมาณเกลือ โซเดียมต่ำ ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ประชาชนรู้สึกแตกต่างคือค่อยๆ ลดความเค็มลง เช่นหากเป็นบุหมี่กึ่งสำเร็จรูปอาจจะลดเค็มลงในปีแรก10%เมื่อรับประทานจะไม่รู้สึกแตกต่าง พอลิ้นปรับการรับรสแล้วปีต่อมาก็ลดลงอีก10%เป็นต้น หรือการปรุงอาหารหากเคยใส่เกลือลงไป1ช้อน ก็ลดเหลือค่อนช้อน จากนั้นประมาฯ3เดือนก็ค่อยๆ ลดลงอีกทีละนิด เป็นต้น.