สาวๆที่สนใจหุ่นฟิตแอนด์เฟิร์ม ต้องไม่พลาดตามติดเพจ cu.fitgirl กับบล็อกเกอร์วัย 23 “มัดหมี่-พิมพ์อร โมกขสมิต” ที่ทุกหยาดเหงื่อคือความท้าทาย
“มัดหมี่-พิมพ์อร โมกขสมิต” เจ้าของเพจฮอต cu.fitgirl ในเวลาเพียงปีครึ่งเท่านั้นกับการเข้าฟิตเนสออกกำลังกายอย่างจริงจัง ก่อนที่จะโชว์หุ่นฟิตแอนด์เฟิร์ม กล้ามเนื้อแน่นเปรี๊ยะทั้งกล้ามท้องและกล้ามแขน บอกกับกายใจถึงแรงบันดาลใจว่า เพียงเห็นรูปฝรั่งที่มีหุ่นสวยๆ บั้นท้ายสวยๆ ก็สงสัยว่าหุ่นสวยแบบนั้นมาตั้งแต่เกิดเลยรึเปล่าหรือมีวิธีทำอย่างไร ก็ไปเสิร์ชจนรู้คำตอบอยู่ที่การออกกำลังกาย ต่อมารู้อีกว่ามีเรื่องอาหารด้วย เราก็ศึกษาด้วยตัวเองทั้งออกกำลังกายและอาหารกระทั่งได้หุ่นอย่างที่ต้องการ
เมื่อตั้งข้อสังเกตว่าก่อนหน้านั้น เธอคงมีข้อกังวลเรื่องน้ำหนักเกินเหมือนสาวทั่วไป แต่กลับกลายเป็นไม่ใช่ เมื่อมัดหมี่ขณะนั้นมีน้ำหนักเพียง 55 กิโลกรัมซึ่งได้สัดส่วนกับความสูง จึงไม่มีปัญหาเรื่องอ้วน สิ่งที่กระทำมาเพียงเพราะต้องการมีหุ่นสวยๆ และอยากท้าทายตัวเอง
“ตัวเองเป็นคนบ้าพลัง ชอบทำอะไรเยอะๆ ถ้าสำเร็จก็น่าจะสามารถทำเงินสร้างอาชีพจากสิ่งที่ชอบได้ จึงตัดสินใจไปเรียนคอร์สเทรนเนอร์ส่วนบุคคล (Personal Trainer) ของสถาบัน NSCA เรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์กายภาพ ระบบกล้ามเนื้อ การออกกำลังกายและอาหาร ใช้เวลาประมาณ 3 เดือนแล้วก็ไปสอบและได้รับประกาศนียบัตร”
ฟังดูเหมือนจะง่ายแต่เธอบอกว่า กว่าจะได้หุ่นเป๊ะอย่างทุกวันนี้ต้องใช้พลังมาก ต้องมีระเบียบวินัย ต้องบังคับตัวเอง แต่ยิ่งยากก็ยิ่งท้าทายให้อยากทำ
“ความท้าทายคือ ทุกอย่างจะไม่ยากเลย ถ้าทำตามขั้นตอนเพราะเป็นวิทยาศาสตร์ เราทำตามขั้นตอนก็ได้ผลลัพธ์อย่างที่ควรจะได้ แต่ระหว่างนั้นเราได้รู้ว่า สิ่งที่ยากกว่าคือ การรักษาสิ่งที่ได้มา เพราะวัฏจักรรูปร่างของผู้หญิงคือ อ้วน ออกกำลังกาย ผอมลงสวยขึ้น ดี๊ด๊าแล้วก็กินและกลับเข้าวัฏจักรเดิม เราไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น อยากฟิตไปเรื่อยๆ จึงต้องหาจุดที่พอดี ไม่มากหรือน้อยเกินไป”
เธอยังค้นพบจุดคิดที่เป็นแรงจูงใจอีกว่า “คุณต้องรักตัวเอง ทำให้หุ่นที่ได้เป็น best version มากกว่ากดดันว่า ต้องผอมสวยเหมือนคนอื่นจนไม่มีความสุข”
เป็นไปตามไลฟ์สไตล์ของหนุ่มสาวยุคดิจิทัลที่จะต้องมีบล็อก ไอจีและสื่อโซเชียลต่างๆ cu.fitgirl เริ่มขึ้นขณะที่เธออยู่ชั้นปีที่ 4 คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมกับเป็นเทรนเนอร์ โดยเริ่มจากอินสตาแกรมที่มีผู้ตามแค่ 200 คน และก็เติบโตไปเรื่อยๆ ขณะนี้ขยับไป 3 หมื่นกว่าๆ
นอกจากนี้ เธอยังมีประสบการณ์ออกกำลังสุดโต่งคือ เช้า 1 ชั่วโมง เย็น 1 ชั่วโมง แถมที่บ้ามากกว่าคือ มีสายวัดการเต้นของหัวใจ คำนวณว่ากินไปกี่แคลลอรี่ เบิร์นไปกี่แคลลอรี่และจดบันทึกตลอด แต่สุดท้ายก็ไม่เวิร์ค มันขัดกับธรรมชาติจนร่างกายและจิตใจไม่ไหว ฉะนั้น เดินสายกลางดีที่สุด
“ก่อนทำบล็อกต้องเรียนรู้เยอะมาก มีข้อมูลกระจัดกระจาย ซึ่งเราก็ต้องเก็บเกี่ยวและเรียนรู้จนในที่สุดก็รับรู้ว่า มันเป็นเรื่องง่ายๆ ไม่จำเป็นต้องกินอย่างที่ใครบอก ร่างกายเราเองจะรู้ว่าหิว ไม่หิว หรือควรกินแค่ไหน ปัญหาคือ ผู้หญิงส่วนใหญ่กินตามความรู้สึก ไม่ได้กินตามที่ร่างกายบอก สุดท้ายก็ย้อนกลับมาที่สติ”
การเขียนบล็อกต้องใช้ข้อมูลที่เชื่อถือได้เช่นเดียวกับการเป็นเทรนเนอร์ส่วนบุคคล ซึ่งได้พบผู้หญิงเยอะและหลากหลาย ยกตัวอย่างปี 2558 มีลูกค้า 25 คนก็จะได้ 25 เรื่องราว จึงนำข้อมูลความรู้เหล่านั้นมาถ่ายทอดผ่านบล็อก และเป็นข้อมูลความรู้เชิงลึก
“การได้พูดคุยกับคนเยอะๆ ทำให้เกิดความเข้าใจและยอมรับในความแตกต่างของคน สิ่งที่ต่างออกไปอีกอย่างคือ ความรู้สึกว่าเรามีคุณค่าจากที่ได้ช่วยเหลือผู้อื่น”
* ติดตามแง่มุมความคิดในส่วนอื่นๆของ “มัดหมี่-พิมพ์อร โมกขสมิต” เจ้าของเพจฮอต cu.fitgirl ได้ในกรุงเทพธุรกิจกายใจ ฉบับวันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม 2559






