คนไทยป่วยโรคไตติดท็อป3 ของอาเซียน

คนไทยป่วยโรคไตติดท็อป 3 ของอาเซียน เผยอาหารญี่ปุ่น-เกาหลีปิ้งย่าง เกลือมากกว่าอาหารปกติ 50 เท่า แนะลดอาหารฟาสต์ฟูด-ขนมกรุบกรอบ
เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่แพทยสมาคมฯ มีการแถลงข่าวกกรจัดงานกิจกรรมสัปดาห์วันไตโลกและสัปดาห์ลดการบริโภคเค็ม ปี 2559 จะจัดขึ้นในวันที่ 13 มีนาคม ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์โดย นพ.ชาตรี บานชื่น ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า คนไทยป่วยเป็นโรคไตเรื้อรังระยะที่ 1-4 ประมาณ 8 ล้านคน ในจำนวนนี้50 % เป็นระยะ 3-4 ที่ใกล้จะต้องล้างไตหรือระยะที่ 5 ซึ่งแต่ละปีมีคนต้องล้างไตรายใหม่ ประมาณ 7,000-8,000 คน ปัจจุบันมีคนต้องล้างไตราย 50,000 คน
ใช้งบประมาณหลักประกันสุขภาพแแห่งชาติ 4,000 ล้านบาท เนื่องจากต้องใช้งบประมาณ 2.5 แสนบาทต่อคนต่อปีในการล้างไต สธ.จึงมีนโยบายชัดเจนในการชะลอไตเสื่อม โดยภายในปีนี้เพิ่มคลินิกชะลอไตเสื่อม ในทุกโรงพยาบาลชุมชน(รพช.) ขนาด 60 เตียง
ศ.นพ.สมชาย เอี่ยมอ่อง นายกสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคไตอยู่ในกลุ่มท็อป 3 ของอาเซียนเช่นเดียวกับมาเลเซีย และสิงคโปร์ ซึ่งในผู้ป่วยโรคไตไม่เพียงแต่ห่วงเรื่องการชะลอการล้างไตเท่านั้น แต่พบว่าคนโรคไตเรื้อรังจะเสียชีวิตและนอนโรงพยาบาลเพราะโรคทางหัวใจและหลอดเลือดเป็น 30 เท่าของคนปกติ ทั้งนี้ อาการของโรคไตที่สังเกตได้ง่าย คือ อาการบวมทั้งตัว ในระยะแรกอาจมีเพียงการบวมที่หนังตาและหน้าจะรู้สึกว่าแหวนหรือรองเท้าคับขึ้น ต่อมาจะมีการบวมที่ขาและเท้าทั้งสองข้าง ถ้าบวมไม่มากอาจสังเกตไม่เห็น ลองใช้นิ้วกดที่หน้าแข้งสักพักแล้วปล่อย หากมีรอยบุ๋มแสดงว่ามีอาการบวม ซึ่งเกิดจากน้ำและเกลือเพิ่มขึ้นในร่างกาย ดังนั้น หากมีอาการบวมทั้งตัวควรรีบพบแพทย์
ผศ.นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ ประธานเครือข่ายลดบริโภคเค็ม กล่าวว่า ปัจจุบันคนไทยกินเค็มมากกว่มาตรฐาน 2 เท่า โดยเฉพาะการรับประทานอาหารนอกบ้าน ฟาสต์ฟูด จานด่วน บะหมี่กึ่งสำเร็จ ขนมกรุบกรอบ รวมถึอาหารญี่ปุ่นและเกาหลีโดยเฉพาะประเภทที่เป็นเนื้อหมักนำมาปิ้งย่าง จะมีเกลือสูง มีโชยุ มีการเติมผงชูรส ซึ่งเป็นแหล่งที่อุมดไปด้วยความเค็ฒ และเมื่อรับประทานจะค้องจิ้ทน้ำจิ้ม ซึ่งในน้ำจิ้มก็จะมีประมาณโซเดียมที่สูง โดยความเค็มจะมากกว่าอาหารปกติถึง 50 เท่า ซึ่งอาหารแช่แข็งที่ขายตามร้านสะดวกก็มีความเค็มมากกว่าอาหารปกติถึง 30 เท่าเพราะฉะนั้น ถ้าลดอาหารประเภทนี้ลงได้ 70 % ก็ได้รับเกลือน้อยลง
ผศ.นพ.พรชัย กิ่งวัฒนกุล ประธานชมรมโรคไตเด็กแห่งประเทศไทย กล่าวว่า อุบัติการณ์โรคไตในเด็กเพิ่มขึ้น แต่ไม่มีการเก็บรวบรวมมสถิติที่ชัดเจน แต่เด็กที่ไตวายเรื้อรังเข้าสู่ระยะต้องล้างไตหรือฟอกเลือดรายใหม่ ท่ัวโลกราว 20-30 ต่อล้านประชากร ส่วนประเทศไทยมีประชากรเด็กประมาณ 14 ล้านคน เป็นเด็กที่ต้องเข้าสู่การฟอกเลือดหรือล้างไตรายใหม่ปีละ 200-300 ราย และเสียชีวิตประมาณ 5 รายต่อปี ทั้งนี้ เฉพาะที่คลินิกไตเด็ก รพ.จุฬาลงกรณ์ เมื่อ 30 ปีที่ผ่านมามีเด็กเข้ารับการตรวจราว 50 รายต่อวัน แต่ ปัจจุบันประมาณ 120-150 รายต่อวัน
โรคไตในเด็กหากทราบตั้งแต่อายุน้อยจะดูแลรักษาและป้องกันไม่ให้รุกลามใหญ่โตและป้องกันการล้างไตในอนาคต โดยจะแบ่งตามอายุ คือ ทารกที่ไตพิการแต่กำเนิด แรกๆไม่แสดงอาการ แต่ไตจะเล็กกว่าปกติ ไตฟ่อ ไตพิการ วินิจฉัยยากอาจดูจากพัฒนาการช้า กลุ่มเด็กเล็กเกิดการติดเชื้อปัสสาวะ โดยเด็กเล็กต่ำกว่า2ขวบที่มีไข้สูงอย่างเดียว อาจมีติดเชื้อทางปัสสาวะ กลุ่มวัยเรียน อายุ 2-3 ขวบ อาจเป็นไตบวม กลุ่มวัยประถมฯ ปัสสาวะแดง ความดันโลหิตสูง ซึ่งเด็กที่มาตรวจด้วยภาวะอ้วนหรือผอมจะตรวจว่าเป็นโรคไตหรือไม่ด้ววย โดยวัดความดัน ตรวจปัสสาวะ ตรวจเลือด อัลตราซาวด์ดูว่าพิการแต่กำเนิดหรือไม่
“ถ้าดูแลช่วยเหลือตั้งแต่เด็กโอกาสไตวายเรื้อรังในอนาคตก็จะลดลง สังเกตบุตรหลานว่าเจริญเติบโตผิดปกติหรือไม่ ส่วนสูง น้ำหนักเป็นไปตามเกณฑ์ ปัสสาวะพุ่ง ขัด เล็ด ราดหรือไม่ แสบขัด แดง เป็นเลือด เป็นฟอง ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจรักษา ซึ่งอาการเหล่านี้เด็กไม่สามารถบอกได้ ผู้ใหญ่ต้องคอยสังเกตอาการ”ผศ.นพ.พรชัยกล่าว
นางแวนดา สหวงษ์ กล่าวว่า ส่วนตัวจะพยายามเน้นให้น้องมะลิทานผลไม้ เลี่ยงอาหารฟาสต์ฟูดและขนมกรุบกรอบ แต่ปัจจุบันวิถีชีวิตที่เร่รีบของคนเมือง ทำให้พ่อแม่ต้องใช้เวลาอยู่กับลูกบนรถ บางคนต้องตื่นแต่เช้าเพื่อไปส่งลูกที่โรงเรียนซึ่งอยู่ไกลจากบ้านมาก เพราะฉะนั้น อาหารที่ให้ลูกทานก็เป็นอาหารที่ทำและแช่แข็งไว้ค้างคืน ด้วยคิดเพียงว่าให้ลูกได้มีอาหารกินไว้ก่อน แต่อาจจะไม่ได้มองว่าหากกินแบบนี้เป็นประจำทุกวันจะปลอดภัยหรือไม่ จึงไม่อยากให้มองแค่ลูกอิ่ม แต่ควรใส่ใจอาหารที่เป็นประโยชน์ด้วย หากให้ลูกเรียนโรงเรียนดีๆแต่อนาคตสุขภาพลูกไม่ดีก็คงไม่ใช่







