"กรมวิทย์" กำชับผู้ประกอบการ ห้ามนำสารฟอร์มาลินมาใส่ในอาหาร หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท แนะวิธีเลือกซื้ออาหาร ควรสังเกตสี-กลิ่น
นพ.อภิชัย มงคล อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ว่ามีการนำสารฟอร์มาลินหรือน้ำยาดองศพมาใช้ในอาหารต่างๆ เช่น นำมาผสมหรือใช้ผลิตน้ำแข็งเพื่อทำให้น้ำแข็งละลายช้าลง นำมาฉีดเข้าไปในปลาและกุ้งเพื่อให้ไม่เน่าเสียนำมาแช่ปลาหมึกทำให้ปลาหมึกกรอบและไม่เน่าเสีย เป็นต้นว่า สำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และเครือข่ายงานด้านการคุ้มครองผู้บริโภคทั้งภาครัฐและเอกชน มีการรณรงค์ให้ความรู้ผู้ประกอบการเรื่องความปลอดภัยอาหาร อีกทั้งสนับสนุนให้ตลาดมีการจัดตั้งห้องปฏิบัติการตรวจสารตกค้างในอาหารได้แก่ ตลาดค้าส่ง ตลาดสดขนาดใหญ่ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผลการตรวจเฝ้าระวังสารฟอร์มาลินในอาหาร ตั้งแต่ปี2546จนถึงปัจจุบัน พบว่ามีการปนเปื้อนน้อยลง
รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวอีกว่า ในปี พ.ศ.2557เก็บตัวอย่างอาหารตรวจทั้งหมด1,547ตัวอย่าง พบการปนเปื้อนสารฟอร์มาลินเพียงร้อยละ0.4ข้อมูลล่าสุดจากการเฝ้าระวังอาหารที่มีความเสี่ยงที่จะมีการปนเปื้อนหรือมีการนำฟอร์มาลินมาใช้ในทางที่ผิด เช่น ปลาหมึกกรอบ แมงกะพรุน เครื่องในสัตว์ ปลาหมึก ผ้าขี้ริ้วและสไบนาง รวมจำนวน248ตัวอย่างพบการปนเปื้อนสารฟอร์มาลิน27ตัวอย่าง และจากกระแสข่าวเรื่องน้ำแข็งปนเปื้อนสารฟอร์มาลิน สำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหารได้ดำเนินการเฝ้าระวังสารฟอร์มาลินในน้ำแข็งโดยสุ่มตรวจจากแหล่งจำหน่าย จำนวน10แห่งในจ.นนทบุรี ผลตรวจไม่พบสารฟอร์มาลินทุกตัวอย่าง
นพ.อภิชัย กล่าวอีกว่า สารฟอร์มาลินหรือสารละลายฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde)เป็นของเหลวไม่มีสี มีกลิ่นฉุน ใช้สำหรับฆ่าเชื้อ ดับกลิ่น และใช้fixativeเนื้อเยื่อ ซึ่งสารฟอร์มาลดีไฮด์สามารถสลายได้ด้วยความร้อนในสภาพเป็นแก๊ส (gas)โดยฟอร์มาลดีไฮด์พบได้ทั่วไปในธรรมชาติ ทั้งในบรรยากาศในซากสัตว์ที่ตาย (เกิดจากการย่อยสลายของโปรตีน) และในผักที่มีกลิ่นต่างๆ ซึ่งจะมีฟอร์มาลดีไฮด์ในปริมาณที่แตกต่างกัน สำหรับผลกระทบต่อสุขภาพ โดยไอของสารละลายจะทำให้เกิดการระคายเคืองของเนื้อเยื่อบุทางเดินหายใจ ถ้าสัมผัสโดนผิวหนังจะทำให้เกิดการระคายเคืองผิวหนังอักเสบ หากรับประทานจะมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง ปัสสาวะเป็นเลือด ปัสสาวะน้อย ซึ่งตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่151 (พ.ศ.2536)กำหนดให้สารฟอร์มาลินเป็นสารห้ามใช้ในอาหาร ผู้ฝ่าฝืนมีโทษปรับ ไม่เกิน20,000บาท
“ผู้บริโภคหากจะเลือกซื้ออาหารสดไม่ว่าจะเป็นเนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อวัว ตลอดจนอาหารทะเล ควรสังเกตสีและกลิ่นต้องเป็นตามธรรมชาติ ไม่ควรซื้ออาหารที่มีลักษณะผิดปกติ เช่น มีสีคล้ำ มีจุดหรือมีเลือดออก กดแล้วไม่บุ๋ม ไม่มีเมือก มีกลิ่นฉุนแสบจมูก และที่สำคัญอย่างยิ่งวัตถุดิบที่นำมาประกอบอาหารต้องล้างน้ำทำความสะอาดให้ดีก่อนนำไปปรุงอาหารซึ่งต้องใช้ความร้อนทำให้สุกดีทุกครั้งถึงแม้ว่าสารฟอร์มาลินจะละลายน้ำได้ดีและสลายได้ด้วยความร้อนแต่อย่างไรก็ตามสารฟอร์มาลินเป็นสารห้ามใช้ในอาหารตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ดังนั้นผู้ประกอบการที่นำสารฟอร์มาลินมาใส่ในอาหารจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย”นพ.อภิชัยกล่าว









