สธ.เตรียมส่งหนังสือถึงสคบ. คุมโฆษณาชาเขียวขวดชิงโชค เหตุกระตุ้นคนไทยบริโภคหวานมากขึ้น คนไทยป่วยเบาหวานเพิ่มจาก 69 % เป็น 77 %
ทพ.สุธา เจียรมณีโชติชัย รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวภายหลังการเป็นประธานเปิดการสัมนาวิชาการ เรื่อง “ข้อเสนอองค์การอนามัยโลกเพื่อลดพลังงานจากน้ำตาลในอาหารประจำวัน”ว่า คนไทยบริโภคน้ำตาลเฉลี่ยคนละ 104 กรัมต่อวัน หรือประมาณ 26 ช้อนชา สูงกว่าที่องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำเกือบ 3 เท่าตัว จากการสำรวจพบว่าแหล่งน้ำตาลส่วนใหญ่มาจากเครื่องดื่มที่มีรสหวาน อาทิ น้ำอัดลมมีน้ำตาลประมาณ 8 - 10 ช้อนชาชาเขียวมีน้ำตาลประมาณ 12 – 14 ช้อนชา กาแฟสดหรือชาชงมีน้ำตาลประมาณ 10 ช้อนชา แม้ว่าน้ำตาลจะเป็นแหล่งพลังงานสำคัญ ร่างกายต้องการน้ำตาลกลูโคสส่งพลังงานไปเลี้ยงยังสมองและอวัยวะต่างๆ แต่น้ำตาลธรรมชาติจะอยู่ในอาหารเกือบทุกชนิด ทั้งข้าว ผลไม้ ซึ่งแหล่งน้ำตาลธรรมชาติไม่เป็นอันตราย แต่ต้องระวังการเติมในอาหารแต่ละชนิด ที่สำคัญคือการเติมน้ำตาลในเครื่องดื่มที่มากเกินไป
ทพ.สุธา กล่าวอีกว่า เมื่อพิจารณาปริมาณน้ำตาลในเครื่องดื่มในท้องตลาด จะเห็นได้ว่าเพียงขวดเดียวร่างกายของเราก็ได้รับน้ำตาลเกินแล้ว ซึ่งเครื่องดื่มบางชนิดใช้น้ำตาลฟลุกโตสไซรัปสังเคราะห์แทนน้ำตาลทราย เพราะมีความหวานมากกว่าช่วยลดต้นทุนได้ แต่น้ำตาลประเภทนี้ ถ้ารับประทานมากเกินไปและร่างกายเผาผลาญไม่หมดจะเปลี่ยนเป็นไตรกลีเซอไรด์ และทำให้อ้วนลงพุง และเสี่ยงต่อการเกิดภาวะไขมันพอกตับ เพราะเมื่อน้ำตาลเข้าสู่ร่างกายจะตรงไปที่ตับทันที แต่ร่างกายจะดึงพลังงานจากส่วนอื่นไปใช้งานก่อนตับ เมื่อเผาผลาญหรือใช้ไม่หมดน้ำตาลก็จะเกาะอยู่ที่ตับ ดังนั้น สิ่งที่ประชาชนควรตระหนักคืออ่านปริมาณน้ำตาลที่ฉลากและเลือกดื่มเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลย่างพอเหมาะ โดยแนะนำไม่เกินร้อยละ 5
“การบริโภคน้ำตาลเป็นบ่อเกิดโรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และยังเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดในสมองตีบ อัมพฤกษ์ อัมพาตอีกด้วย ส่วนในเด็กต้องมีการปลูกฝังลดปัจจัยเสี่ยงเพิ่มน้ำตาลในชีวิตประจำวัน ทั้งที่โรงเรียนและบ้าน ควรไม่มีขนมน้ำอัดลมเป็นตัวเลือก รวมทั้งต้องปรับเปลี่ยนการแสดงฉลากสีเขียว เหลือง แดง ให้เด็กรู้สิ่งใดควรทานหรือไม่ควรทาน โดยเตรียมทำหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) สำนักนายกรัฐมนตรี และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ให้มีส่วนควบคุมการโฆษณากระตุ้นชวนดื่มน้ำอัดลม ชาเขียวขวดที่ให้ชิงโชค ชิงรางวัล รถยนต์ และทอง เพราะเป็นสิ่งที่กระตุ้นให้คนไทย หันมาบริโภคหวานมากขึ้น ส่งผลให้คนไทยป่วยเบาหวานเพิ่มจากปี 52 ที่ร้อยละ 69 เป็นร้อยละ 77 ในปี 2558 ”ทพ.สุธา กล่าว
ทพญ.สุปราณี ดาโลดม ผู้อำนวยการสำนักทันตสาธารณสุข กล่าวว่า การลดปริมาณการบริโภคน้ำตาลในชีวิตประจำวันให้น้อยลง ถือเป็นเป้าหมายระดับโลก ล่าสุดในปี 2015 คณะกรรมการวิชาการด้านโภชนาการและองค์การอนามัยโลก ได้จัดทำร่างข้อแนะนำ เรื่อง พลังงานอาหารใน 1 วัน โดยลดสัดส่วนพลังงานจากน้ำตาลอิสระ (Free sugar) ลงครึ่งหนึ่ง จากข้อแนะนำเดิมไม่เกินร้อยละ 10 เหลือไม่เกินร้อยละ 5 ของพลังงานทั้งหมดต่อวัน หรือประมาณ 6 ช้อนชา รวมทั้งเรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ หามาตรการลดการบริโภคน้ำตาลลงทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ขณะเดียวกัน เนื่องในวันที่ 14 พฤศจิกายนของทุกปี เป็นวันเบาหวานโลก






