จนท. เผยคราบน้ำมันลอยเกยหาดเขาเต่า ยาวกว่า2กม. ส่วนที่วนอุทยานปราณบุรี น้ำทะเลเริ่มดำ
ผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบปัญหาคราบน้ำมันและขยะเปื้อนน้ำมันที่พบถูกคลื่นซัดเข้าหาดหน้าวนอุทยานปราณบุรี อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมา ซึ่งในวันนี้ นายสมศักดิ์ กรีธาธร หัวหน้าวนอุทยานปราณบุรี ได้ออกสำรวจแนวชายหาดตลอดแนวความยาว 1,200 เมตร พบว่า ยังคงมีคราบน้ำมันถูกคลื่นซัดเข้าชายหาดอย่างต่อเนื่อง รวมถึงขยะเปื้อนคราบน้ำมันด้วย แต่พบว่าน้ำทะเลบริเวณชายหาดเป็นสีดำ อาจเกิดจากคราบน้ำมัน รวมทั้งบริเวณชายหาดวนอุทยานปราณบุรี จะสังเกตเห็นหาดทรายมีลักษณะสีดำ ซึ่งอาจเกิดจากคราบน้ำมันที่ถูกคลื่นซัดมา
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่วนอุทยานปราณบุรี อส.อำเภอปราณบุรี และเจ้าหน้าที่ อบต.ปากน้ำปราณ เข้ามาช่วยกันเก็บทำความสะอาดคราบน้ำมันก็ตาม และต้องติดตามสถานการณ์ต่อไปว่าในวันพรุ่งนี้คราบน้ำมันยังจะลอยเข้ามาเพิ่มเติมหรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ชายหาดหัวหิน ตั้งแต่สวนหลวงราชินี ถึงบริเวณหาดเขาตะเกียบ ไม่พบคราบน้ำมันถูกซัดเข้ามาอีก มีเพียงเศษขยะตามฤดูกาลที่ยังคงถูกซัดเข้ามา และยังพบคราบน้ำมันที่ปนเปื้อนอยู่ในทรายเล็กน้อยเท่านั้น น้ำทะเลใส ชายหาดเกือบจะกลับมาสวยงามตามปกติแล้ว นักท่องเที่ยวเริ่มทยอยเดินทางกลับมาลงท่องเที่ยวชายหาดแล้ว และแม้ว่าจะมีการประกาศห้ามลงเล่นน้ำจนถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 แต่วันนี้เมื่อชายหาดกลับมาสวยสะอาดก็พบนักท่องเที่ยวลงไปเล่นน้ำกันแล้ว ซึ่งไม่พบว่ามีครบน้ำมันติดตามร่างกายแต่อย่างใด ขณะเดียวกันวันนี้ เจ้าหน้าที่จากกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลเมืองหัวหิน ได้ลงพื้นที่ชายหาดหัวหินทั้ง 10 กว่ากิโลเมตร เพื่อทำการสำรวจผลกระทบด้านสุขภาพจากคราบน้ำมัน โดยได้ทำการสอบถามอาการของผุ้ประกอบการชายหาดที่ได้ลงไปสัมผัสกับคราบน้ำมัน ซึ่งผู้ประกอบการระบุตรงกันว่า วันแรกที่มีคราบน้ำมันเข้ามา(27 ต.ค.2558) ชาวบ้านได้ลงไปช่วยกันเก็บคราบน้ำมันจนร่างกายสกปรกไปตามๆกัน โดยในช่วงที่มีคราบน้ำมันชาวบ้านที่สูดดมคราบน้ำมัน มีอาการวิงเวียนศรีษะ และแสบจมูกบ้าง เล็กน้อย ซึ่งได้รับประทานยาตามอาการจนหายเป็นปกติ ไม่มีชาวบ้านได้รับผลกระทบจนอาการรุนแรง โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการแจกจ่ายยาแก้อาการผื่นคัน และโลชั่นบรรเทาอาการคันเบื้องต้นให้กับผู้ประกอบการชายหาด เพื่อนำไปช่วยเหลือปฐมพยาบาลชาวบ้านและนักท่องเที่ยวที่ไปสัมผัสคราบน้ำมัน อย่างไรก็ตาม ได้เน้นย้ำให้ผุ้ประกอบการที่สัมผัสคราบน้ำมันจากการเก็บกวาดรีบล้างมือทำความสะอาดร่างกายโดยเร็ว
ต่อมาในช่วงเย็น นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน ได้รับแจ้งจากชาวบ้านเขาเต่า ว่าพบคราบน้ำมันและเศษขยะที่ปนเปื้อนตลอดแนวชายหาดเขาเต่า อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงเดินทางไปตรวจสอบและพร้อมเจ้าหน้าที่เทศกิจ เทศบาลเมืองหัวหิน และทหารจากหมู่เรือรักษาการณ์ วังไกลกังวล พบบริเวณตลอดแนวชายหาดเขาเต่า เมื่อเดินสำรวจพบเป็นช่วงที่น้ำทะเลลง บนชายหาดมีคราน้ำมันเป็นจุดๆขนาดใหญ่ และเล็กกระจายบริเวณตลอดแนวชายหาด ยิ่งเมื่อโดนแสงแดดคราบน้ำมันจะขยายตัวซึมลงในพื้นทราย และยังพบว่าคราบน้ำมันสีดำถูกคลื่นซัดขึ้นมาจนถึงบริเวณแนวผักบุ้งทะเล จนทำให้ผักบุ้งทะเลส่วนหนึ่งถูกคราบน้ำมันจากสีเขียวจนเป็นสีดำและน่าจะตาย รวมไปถึงยังพบเศษขยะจำนวนมากที่ปนเปื้อนคราบน้ำมันที่ถูกคลื่นซัดเข้ามา จึงใช้กำลังที่เดินทางไปตรวจสอบกว่า 50 นาย ต้องเร่งเก็บทำความสะอาดชายหาดเขาเต่า เพื่อคืนความสะอาดให้กับชาวหาดเขาเต่า อย่างไรก็ตาม บริเวณน้ำทะเลที่แนวชายหาดเขาเต่าก็ยังคงใส แต่มีปัญหาบริเวณพื้นทรายตลอดแนวเท่านั้น ส่วนบริเวณชายหาดหัวหินในช่วงบ่าย พบว่ายังไม่มีคราบน้ำมัน
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์คราบน้ำมันที่เกิดขึ้นที่ชายหาดหัวหิน ชายหาดเขาเต่า หาดทรายใหญ่ และชายหาดวนอุทยานปราณบุรี วันนี้เข้ามาเป็นวันที่ 4 แล้ว ก็ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าคราบน้ำมันที่ลอยเข้ามานั้นมาจากที่ไหน ในส่วนของโลมาที่ลอยตายที่ชายหาดวนอุทยานปราณบุรี นายสมศักดิ์ กรีธาธร หัวหน้าวนอุทยานปราณบุรี ได้รับแจ้งจากทางเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยจังหวัดชุมพร ที่มาเก็บซากไปผ่าพิสูจน์พบว่าเป็นลูกโลมาหลังโหนก ไม่พบบาดแผลและไม่น่าจะตาย เพราะคราบน้ำมัน เนื่องจากตรวจสอบน่าจะตายมาประมาณ 2-5 วัน
ขณะที่ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็มีหนังสือสั่งการมายังสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ 3 สาขาเพชรบุรี ให้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ของส่วนอุทยานแห่งชาติ ในพื้นที่ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี วันละ 50 นายมาดำเนินการเก็บคราบน้ำมันและทำความสะอาดในพื้นที่ที่พบคราบน้ำมันทุกวันไปจนถึงวันจันทร์นี้ในเบื้องต้น








