คนดัง "ปิติ-วิริฒิพา" เข้าให้ข้อมูลสธ.19ต.ค.นี้ ส่วนอีก6ดาราแจ้งเข้าชี้แจง29-30ต.ค. จ่อเรียก"โดม"ล็อต2 หลัง23ต.ค.
นพ.สมาน ฟูตระกูล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่าหลังจากได้ออกหนังสือเชิญดารา นักแสดงจำนวน 7 คนมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งไม่รวมนายปิติ ภิรมย์ภักดี หรือ “ต๊อด” นักธุรกิจทายาทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยี่ห้อดัง เนื่องจากถูกกันไว้เป็นพยาน เบื้องต้นในวันที่ 19 ตุลาคมนี้ คาดว่าทั้ง นายปิติ และน.ส.วิริฒิพา ภักดีประสงค์ หรือวีเจ วุ้นเส้น น่าจะเดินทางเข้ามาได้ เพราะไม่มีหนังสือเลื่อนแต่อย่างไร โดยทางดีเจวุ้นเส้น ประสานมาว่า อาจมาด้วยตนเองหรืออาจส่งผู้แทนมา
ส่วนดาราอีก 6 คน ได้รับการประสานจากศิลปินดารานักแสดงว่าจะเข้ามาให้ข้อมูลในวันที่ 29 ต.ค.นี้ จำนวน 4 คน แบ่งเป็นช่วงเช้า ประกอบด้วย น.ส.ณัฐฐานวีรนุช ทองมี หรือวีเจจ๋า น.ส.วรัฐฐา อิมราพร หรือเนย วงเนโกะจัมพ์ ส่วนช่วงบ่ายจะมีน.น.นนทพร ธีระวัฒนสุข หรือหญิงแย้ และน.ส.ชรัฐฐา อิมราพร หรือแจม วงเนโกะ จัมพ์ ส่วนวันที่30 ต.ค.นี้ จะมีผู้เข้ามาให้ข้อมูล 2 คน คือ นายภูมใจ ตั้งสง่า หรือดีเจภูมิ และ นายวิเชียร กุศลมโนมัย หรือดีเจเพชรจ้า
"ส่วนการเรียกดาราล็อตที่ 2น่าจะเรียกหลังวันที่23 ตุลาคมไปแล้ว ซึ่งจะทยอยเรียก ส่วนจะมีใครนั้น ในการประชุมขอให้อย่าเพิ่งเปิดเผย ค่อยๆเป็นไปดีกว่า เบื้องต้นคงบอกได้เพียงว่า จะมีโดม ปรณ์ ลัม ด้วย"นพ.สมาน กล่าว
วันเดียวกัน นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงการเตรียมบังคับใช้ฉลากและบรรจุภัณฑ์ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตามประกาศคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข เกี่ยวกับฉลากของเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ พ.ศ.2558ว่า ตั้งแต่วันที่19ต.ค.เป็นต้นไป ผู้ผลิตผู้นำเข้า และผู้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รายย่อย จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ว่าด้วยเรื่อง ฉลากและบรรจุภัณฑ์ ที่จะต้องไม่ใช้ข้อความลักษณะนี้ เช่น การข้อความที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค หรือ ก่อผลเสียต่อสังคม ด้วยการใช้ข้อความเป็นเท็จ หรือเกินความจริง และโดยเฉพาะข้อความเชิญชวนให้บริโภคหรืออวดอ้างสรรพคุณ คุณประโยชน์ หรือ คุณภาพของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยทางตรงและทางอ้อม ที่มีข้อความหรือภาพนักกีฬา ดารา ศิลปิน นักร้อง หรือนักแสดง ซึ่งหากตรวจพบว่ากระทำการฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุก1 ปี ปรับ1แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นพ.โสภณ กล่าวต่อว่า ล่าสุดกรมควบคุมโรค ได้ออกแนวทางวิชาการ เพื่อให้คำแนะนำกับผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้ค้ารายย่อยแล้วเพื่อสร้างความเข้าใจ พร้อมกับเตรียมจัดประชุมหารือกับผู้ประกอบการในเร็วๆ นี้ เพื่อการบังคับใช้กฎหมายไม่เกิดปัญหากับทุกฝ่ายและเป็นไปอย่างได้ผล








