ณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์ ชีวิตชิลๆ กับสมการความสำเร็จ

เสน่ห์ความน่าสนใจของเขาไม่ใช่ทายาทหมื่นล้านของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างชื่อดัง แต่อยู่ที่ความพยายามเอาชนะตัวเองจนสำเร็จ และรอยยิ้มที่สดใส
โจ้ ณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์ หนึ่งในทายาทและผู้บริหาร บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หลงใหลการเข้าฟิตเนสเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับทั้งร่างกายและจิตใจ ทั้งปลดปล่อยตัวตนภายในให้เป็นอิสระ หลังจากค้นพบว่าการออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่ง (weight training) สามารถเปลี่ยนเด็กรูปร่างผอมกระหร่องให้มีซิกแพค ซึ่งเป็นเรื่องที่เคยคิดว่าไกลเกินฝัน เติมเต็มความสมบูรณ์และความมั่นใจในตัวเองอย่างเต็มเปี่ยม หลังจากผ่านความพยายามและฝึกฝนอย่างหนักหน่วง
"ทุกครั้งที่เล่นฟิตเนส รู้สึกว่าร่างกายหลั่งสารอะดรีนาลีน มีความสุข ขณะเดียวกันยังเป็นช่วงเวลาที่ได้อยู่กับตัวเอง และมีสมาธิสร้างสรรค์ไอเดียเจ๋งๆ ได้บ่อยครั้ง ผลที่เห็นชัดเจนคือทำให้เราแข็งแรง มีบุคลิกภาพดี มั่นใจในตัวเอง แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะบอกคือ ทำให้สดชื่น พอเล่นเสร็จสมองปลอดโปร่ง คิดโน่นคิดนี่ มีจินตนาการ มีความคิดสร้างสรรค์ได้ดี โปรเจกใหม่ๆ บางครั้งปิ๊งไอเดียตอนขณะเล่นฟิตเนส" นี่คือความมหัศจรรย์ของการออกกำลังกายที่ค้นพบ
๐ ทำไมเลือกเล่นเวทเทรนนิ่ง?
เริ่มจากตอนไปเรียนอเมริกาตั้งแต่อายุ 15 ปี เด็กฝรั่งเลิกเรียนบ่ายสาม เวลาหลังจากนั้นก็ต้องเล่นกีฬาเป็นกิจกรรมทุกวัน ผมเหมือนถูกบังคับให้ออกกำลังทุกวันก็เลยติดจนถึงมหาวิทยาลัย เห็นคนอื่นมีหุ่นมีกล้ามก็เลยต้องฟิตตาม พูดตรงๆ เลยก็คือว่า เริ่มยกเวทตอนหลังปริญญาตรี ผมไม่เคยหยุดยกเวทเกินกว่าหนึ่งสัปดาห์
เหตุที่เลือกยกเวทถ้าบอกไปนะ คนไปอยู่อเมริกาจะเข้าใจตรงนี้เลยคือว่า คนเอเชียจะไม่ค่อยบึกบึน ไม่มีกล้าม ผอมบาง ตัวเล็ก ขณะที่รูปร่างเด็กฝรั่งจะตรงข้ามกับเราทุกอย่าง เขาจะสูง มีกล้าม ดูตัวโตมีพลัง จึงเป็นปมในใจเล็กๆ ที่อยากจะพยายามผ่านให้ได้ จากปมเล็กๆ ในใจก็กลายเป็นแรงบันดาลใจ ถ้าใครไม่เคยไปอยู่อเมริกานานๆ อาจจะไม่เข้าใจในแรงกดดันนี้ มีอะไรบางอย่างที่อยากจะสู้อยากจะพิชิตให้ได้ แม้ว่าพันธุกรรมตัวเราที่เป็นเอเชียจะตัวเล็กผอมแต่ก็อยากจะเปลี่ยน จากนั้นก็คิดดูคิดหาว่าอะไรสักอย่างเท่าที่จะทำได้ก็คือการออกกำลังกายเวทเทรนนิ่ง ที่สามารถทำให้ร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลง
ผมเสิร์ชข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตผ่านฟอรั่มต่างๆ ยูทูปก็มีวิธีการเล่น ผมศึกษาและอ่านอย่างจริงจังเพื่อให้เล่นอย่างถูกวีธี พอเห็นว่าทำแล้วได้ผล เริ่มเห็นเป็นรูปธรรม เห็นผลลัพธ์ ก็เป็นแรงกระตุ้นให้สามารถทำได้เรื่อยๆ กล้ามใหญ่ขึ้น มีซิกแพค จากเมื่อก่อนคำว่าซิกแพคนี่อยู่ในความฝันไกลเกินเอื้อมมาก
๐ นอกจากยกเวทแล้วมีอย่างอื่นไหม?
การสร้างกล้ามเนื้อไม่ใช่แค่การเข้ายิมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีเรื่องของไลฟ์สไตล์ควบคู่ไปด้วย สมัยอยู่ที่สหรัฐอเมริกาผมเป๊ะมาก โดยเฉพาะเรื่องการกินอาหารเช้า สาย บ่าย เย็น วันละ 5 มื้อ มีสูตรคำนวณเลยว่าต้องกินโปรตีนกี่กรัมต่อน้ำหนักตัวเรา ตื่นเช้ามากินเวย์โปรตีน บ่ายๆ ก็กินอัลมอนด์ ก่อนนอนก็ต้องกินชีสสดไร้ไขมัน ยึดหลักโซเดียมฟรีนันแฟต กินสลัดก็เอกซ์ตรีมมากคือไม่ใส่เดรสซิ่งเลย ไม่ใส่เบกอน กินแบบผักเปล่าๆ ส่วนเนื้อก็กินอกไก่ล้วนๆ ไม่มีอะไรปนเลยมากิน กินแบบเคี้ยวๆ กลืนๆ เพราะมันไม่อร่อยเลย แต่กินเพื่อต้องการให้ได้โปรตีน
ผมอยู่กินแบบนี้เช้าจรดเย็น แล้วก็ทำเป็นปีๆ หลายปี แต่ก็กินของอร่อยให้เป็นของขวัญแก่ชีวิตบ้าง ปกติผมชอบกินชีสเค้กมาก ยิ่งนิวยอร์กชีสเค้กนี่มีชื่อเสียงมาก อร่อยสุดๆ ผมก็กินได้ 3 คำ แล้วรีบวางช้อนเก็บเข้าตู้เย็น
๐ กลับมาเมืองไทยยังเป๊ะอยู่ไหม?
แต่พอกลับมาเมืองไทยต้องทำงานในฐานะผู้บริหารมันไม่สะดวกที่จะมานั่งกินอาหารวันละ 5 มื้อ เลยต้องมีการปรับเปลี่ยน เหลือแค่วันละ 3 มื้อ แต่พยายามเน้นอาหารเพื่อสุขภาพ กินไข่ขาววันละ 16 ฟอง มื้อเช้ากิน 8 ฟองกับอาหารเช้า นอกจากนี้ก็มีไก่ย่างวันละ 2 ชิ้น เพราะอาหารไทยไม่ค่อยเน้นโปรตีนมีแต่แป้งมากกว่า
ผมเองจึงต้องหมั่นเสริมในจุดนี้เอง บางทีก็มีหมูย่างเรื่องกินไข่นี่ก็ถูกถามเหมือนกันว่ากินได้ยังไง ผมก็พยายามครีเอทเมนูไข่มากขึ้น กินแต่ไข่ขาวอย่างเดียวก็เบื่อ บางครั้งก็เอาใส่ก๋วยเตี๋ยวแทนเส้นเป็นการลดแป้งไปในตัว บางทีก็กินกับผลไม้ กินกับซุปกับแกง ไข่ขาวถือว่าเป็นโปรตีนชั้นเยี่ยมเพราะไม่มีไขมัน ส่วนไข่แดงกินแค่วันละ 2 ฟองเท่านั้นพอ ผมก็เลยไม่เคยรู้สึกกับการทรมานในการกินไข่ขาววันละ 16 ฟองเลย
อีกอย่างคือ ผมก็กินกาแฟเย็นเหมือนคนทั่วไป แต่ไม่หวานแล้วก็ใส่นมแทนครีมเทียม
๐ จัดสรรเวลาไปเข้าฟิตเนสอย่างไร?
แต่ก่อนหุ่นผมเป็นแบบบอดี้บิวเดอร์เลย เพียงแต่ไม่ได้ลงสมัครแข่งเท่านั้นเอง ต้องมีวินัยอย่างมาก อีกอย่างคือเป็นความพยายามผลักดันตัวเองด้วยว่าจะไปได้ไกลขนาดไหน แต่ปัจจุบันค่อนข้างปรับตัวเพราะว่าชีวิตเปลี่ยนไป มีเรื่องการงานที่ต้องดูแล ไม่มีเวลาเข้าฟิตเนสตอนกลางคืนก็เปลี่ยนมาเป็นนอนเร็วขึ้นตื่นเช้าประมาณตี 5 แล้วไปออกกำลังตอนเช้าแทน พยายามให้ได้ 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์
ตอนนี้ที่ออฟฟิศของ ช.การช่าง กำลังทำฟิตเนสใหม่ จัดเต็มเป็นสวัสดิการให้พนักงานด้วย เรามองว่าพนักงานเป็นทรัพยากรสำคัญที่ทำให้บริษัทเดินหน้าได้ ตึกเรามีคนประมาณ 400 คน ถ้าพนักงานแข็งแรง ป่วยน้อย ก็มาทำงานให้เราได้มากขึ้น แทนที่จะมานั่งรถติดตอนเช้า พนักงานก็ออกเดินทางเช้าขึ้น รถก็ไม่ติด แล้วมาเข้าฟิตเนสให้ร่างกายแข็งแรง ประสิทธิภาพการทำงานก็ดีด้วย อย่างผมนี่สมองจะวิ่งตอนเช้าดีกว่าช่วงเวลาอื่น มีความคิดดีๆ อะไรบางทีก็ผุดออกมาตอนออกกำลังกายนี่แหละ
๐ หน้าที่การงานในตอนนี้?
ขณะนี้ดำรงตำแหน่งผู้จัดการสำนักกรรมการผู้จัดการใหญ่และเลขานุการบริษัท มีภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบในหลายส่วน ทั้งส่วนงานของเลขานุการบริษัท นอกจากนี้ยังมีงานด้านนักลงทุนสัมพันธ์ Investor Relations อีกทั้งงานด้านการประชาสัมพันธ์ ที่เน้นให้บริษัทเป็นที่รู้จักให้มากขึ้น และสุดท้ายคือส่วนงานด้านซีเอสอาร์
ผมกลับมาได้ 4 ปีแล้ว ช่วงสองปีแรกที่กลับมาก็ทำหน้าที่อยู่หน้างาน เรียนรู้ว่างานวิศวกรรมโยธาทำอะไร อย่างไรบ้าง สองปีถัดมาก็ขยับมาดูนโยบาย ภาพรวมบริษัท คืออยู่ตรงสำนักงานก็จะเห็นได้ว่าผู้ใหญ่ประชุมกันอย่างไร กรรมการประชุมอย่างไร ได้เห็นวิธีการไตร่ตรอง เห็นทุกนโยบายทุกกิจกรรมที่ออกมาจาก ช.การช่าง ไม่ว่าจะเป็น การจ่ายปันผล การรีคอนสตรักเจอริ่งขององค์กร ผมก็ทำหน้าที่เป็นเลขาของทุกวงประชุมของกรรมการ ต้องมีความเข้าใจและสามารถตอบได้ทุกอย่าง ผลประกอบการแต่ละไตรมาสนี่ก็ต้องรู้หมด
ส่วนงานด้านพีอาร์ก็จะเน้นมากขึ้น เราอยากให้สังคมเห็นถึงศักยภาพในปัจจุบัน ในอดีตภาพของเราอาจเป็นเหมือนรับเหมาก่อสร้าง แต่ตอนนี้อยากเปลี่ยนภาพลักษณ์ให้เป็นกลุ่มบริษัท ช.การช่าง เป็นผู้นำในธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและเป็นผู้นำในการพัฒนาการลงทุนระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน
ปัจจุบันนี้ก็มี บมจ.ทางด่วนกรุงเทพ บริหารงานทางด่วนขั้นที่ 2 บมจ.รถไฟฟ้ากรุงเทพ บริหารงานรถไฟใต้ดิน(MRT) บมจ.น้ำประปาไทย (TTW) เป็นผู้ผลิตน้ำประปาเอกชนรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย บมจ.ซีเค พาวเวอร์ เป็นธุรกิจไฟฟ้าที่เราไปลงทุนในโรงไฟฟ้าต่างๆ ก็เป็นธุรกิจต่างๆในกลุ่มบริษัท ช.การช่าง เมื่อจะออกไปประเทศเพื่อนบ้านในเออีซีก็อยากให้เห็นว่าเรามีศักยภาพที่ดี มีผลงานที่พิสูจน์มาแล้ว โดยเฉพาะการสัมปทานก่อสร้างที่ยาวนานถึง 42 ปี
๐ ความเครียดจัดการอย่างไร?
ก็คิดว่าเป็นปัญหาที่มีมาให้แก้ ถ้าแก้ไม่ได้ก็ถือว่าเป็นบทเรียน เอามาใช้สำหรับเตรียมรับมือหรือแก้ปัญหาในอนาคต ยกตัวอย่างคุณพ่อ (ปลิว ตรีวิศวเวทย์) แม้จะเครียดจากงาน แต่เมื่อกลับถึงบ้านท่านจะวางทุกอย่าง ถึงสี่ทุ่มครึ่งก็นอนหลับ ไม่เคยที่จะเครียดแล้วนอนไม่หลับทั้งคืน
ผมคิดว่าการใช้ชีวิตอย่างมีระบบระเบียบ ถึงแม้จะมีเรื่องเครียดแต่พอถึงเวลานอน ร่างกายก็จะนอนได้อัตโนมัติ ตื่นขึ้นมาสมองก็สดใสพร้อมคิดแก้ปัญหา ยกตัวอย่างสถานการณ์เดียวกัน ระหว่างสมองที่สดใสกับสมองที่เครียด มุมมองที่มีต่อสถานการณ์นั้นก็ย่อมแตกต่างกันได้
งานหนักขึ้นแต่ก็ไม่หนักเท่าคุณพ่อซึ่งดูแลการตัดสินใจ หน้าที่ของผมเป็นเลขาเท่านั้น วันหนึ่งที่ผมโตขึ้นมาและต้องทำหน้าที่เป็นผู้ตัดสินใจตรงนั้น อาจจะมีเริ่มเครียด แต่ตอนนี้กำลังเรียนรู้ว่าว่าผู้ใหญ่คิดอย่างไร แนวทางการตัดสินใจเป็นอย่างไรที่ทำให้บริษัทโตไปข้างหน้า ส่วนผมยังอยู่ในขั้นตอนกำลังพัฒนาอยู่
.................................................
ก่อนเสร็จสิ้นการสนทนากับคำถามที่ว่า โจ้-ณัฐวุฒิ เป็นคนแบบไหน แม้ว่าคำตอบจะบอกว่า เขาเป็นคนสบายๆ ง่ายๆ ชิลๆ แต่ถ้าเป็นเรื่องเรียนเรื่องงานที่เกี่ยวกับการพิสูจน์ตัวเอง จะเห็นว่าเขาทุ่มทุ่มสุดตัวทั้งเรื่องเรียนที่ได้รับปริญญาตรีวิทยา ศาสตร์บัณฑิตสองใบในเวลา 4 ปี ด้วยเกรดเฉลี่ย 4.00 และเรื่องการเสริมกล้าม...ล้วนเป็นเรื่องของความพยายามเพื่อเอาชนะตัวเอง







